โบท็อกออฟฟิศซินโดรม เป็นอีกทางเลือกที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะชาวออฟฟิศที่ทำงานประจำ เมื่อนั่งทำงานนาน ๆ มักมีอาการปวดตึงคอ บ่า ไหล่ โดยหัตถการนี้เป็นการฉีด Botulinum Toxin เข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณที่มีการเกร็ง เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราวและช่วยบรรเทาความตึงบริเวณนั้น
โบท็อกออฟฟิศซินโดรม คืออะไร
โบท็อกออฟฟิศซินโดรม คือการนำ Botulinum Toxin Type A มาฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบางมัดบริเวณคอ บ่า หรือไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่เกร็งคลายตัวและทำงานลดลงชั่วคราว และอาจช่วยลดความตึงหรืออาการปวดในบางเคส
โบท็อกออฟฟิศซินโดรม ทำงานยังไง
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้เรียกอาการปวด ตึง หรือเมื่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง และสะบัก ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ หรือใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสม การนั่งทำงานแบบจะเกิดขึ้นบ่อยกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ ไม่ค่อยได้ลุกไปไหน
เมื่อได้ ฉีดโบท็อก เข้าไปแล้ว ตัวยาจะออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อโดยตรง จึงมักใช้โปรแกรมนี้กับคอ บ่า และไหล่ เพราะเป็นจุดที่สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อ แต่ถ้าอาการเกิดจากกระดูก ข้อต่อ หมอนรองกระดูก หรือเส้นประสาท การฉีดโบท็อกจะไม่ได้ช่วยแก้จุดนี้ จึงควรตรวจหาสาเหตุของอาการก่อนเลือกวิธีรักษา
โบท็อกคอ บ่า ไหล่ ฉีดตรงไหนบ้าง
แพทย์ต้องตรวจว่ากล้ามเนื้อมัดไหนเป็นสาเหตุหลักก่อน โดยบริเวณที่อาจมีความเกี่ยวข้อง ได้แก่
- Upper Trapezius กล้ามเนื้อบ่าด้านบน เป็นตำแหน่งที่พบความตึงและ Trigger Point ได้บ่อย
- Levator Scapulae กล้ามเนื้อที่เชื่อมบริเวณคอกับสะบัก ซึ่งสัมพันธ์กับอาการตึงคอและสะบัก
- กล้ามเนื้อบริเวณคอหรือหลังส่วนบนอื่น ๆ ในบางกรณี
ฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม ช่วยลดปวดได้จริงไหม
ช่วยได้ในบางเคส โดยเฉพาะคนที่มีอาการปวดตึงจากกล้ามเนื้อเกร็ง งานวิจัย Cochrane Review ปี 2026 พบว่า Botulinum Toxin ช่วยลดอาการปวดคอได้เล็กน้อยในระยะสั้น แต่ผลระยะยาวยังไม่ชัดเจน ดังนั้นก่อนฉีด หมอจะต้องประเมินก่อนว่าอาการปวดมาจากกล้ามเนื้อหรือมีปัญหาจากจุดอื่นร่วมด้วย
โบท็อกคอ บ่า ไหล่ เหมาะกับอาการแบบไหน
การฉีดโบท็อกคอ บ่า ไหล่ เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่มีอาการปวดตึงจากกล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรัง เช่น
- มีอาการปวดหรือตึงของกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่เป็นเวลานาน
- คลำพบกล้ามเนื้อบางมัดแข็งหรือเกร็งชัดเจน
- มีจุดกดเจ็บหรือกล้ามเนื้อเป็นก้อนตึงเฉพาะจุด ที่สัมพันธ์กับอาการปวดคอ บ่า หรือไหล่
- ปรับท่านั่ง ยืดกล้ามเนื้อ หรือทำกายภาพแล้วอาการยังกลับมาเป็นซ้ำ
- แพทย์ประเมินแล้วว่าอาการส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อ
- ต้องการลดการทำงานของกล้ามเนื้อ Trapezius หรือกล้ามเนื้อบ่า ที่มีอาการเกร็งหรือตึงมากกว่าปกติในเคสที่เหมาะสม
โบท็อกคอ บ่า ไหล่มักจะนำมาพิจารณาในบางเคส โดยเฉพาะเมื่อปรับพฤติกรรม ยืดกล้ามเนื้อ หรือทำกายภาพแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น และแพทย์ประเมินแล้วว่าเป็นอาการเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ
Botox คอ บ่า ไหล่ กี่ยูนิต
งานวิจัยในผู้ที่มีอาการปวดจากกล้ามเนื้อและพังผืดรอบกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ พบว่ามีการใช้ Botulinum Toxin ในปริมาณแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ประมาณ 20-400 Units ต่อการรักษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่ฉีด กล้ามเนื้อที่มีปัญหา และชนิดของยาที่ใช้ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน
*อ้างอิงจาก PubMed – Efficacy of botulinum toxin in myofascial pain in neck and shoulder-systematic review and meta-analysis
โบท็อกคอบ่าไหล่ กับโบท็อกลดบ่า เหมือนกันไหม
แม้ตำแหน่งจะใกล้กัน แต่เป้าหมายในการรักษาไม่เหมือนกัน
- โบท็อกออฟฟิศซินโดรม เน้นประเมินอาการปวดตึง กล้ามเนื้อเกร็ง จุดกดเจ็บ และการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อดูว่าการฉีดโบท็อกช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดอาการได้แค่ไหน
- โบท็อกลดบ่า หรือ TrapTox มักพูดถึงในด้านการปรับรูปลักษณ์ โดยจะลดการทำงานและขนาดของกล้ามเนื้อ Trapezius เพื่อให้ช่วงคอยาวขึ้นและบ่าดูมีความระหงมากขึ้น
ขั้นตอนการฉีดโบท็อก ออฟฟิศซินโดรม
ก่อนฉีดโบท็อก ออฟฟิศซินโดรม แพทย์ควรประเมินอาการก่อน ตามขั้นตอนดังนี้
- ซักประวัติตำแหน่งและระยะเวลาที่ปวด
- ตรวจการเคลื่อนไหวของคอและหัวไหล่
- คลำหากล้ามเนื้อที่ตึงหรือมี Trigger Point
- ตรวจว่ามีอาการปวดร้าว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วยหรือไม่
- ประเมินว่าควรใช้ Botulinum Toxin หรือวิธีรักษาอื่น
- กำหนดกล้ามเนื้อ จุดฉีด และปริมาณยาตามแต่ละเคส
- นัดติดตามเพื่อดูทั้งอาการปวดและกำลังของกล้ามเนื้อหลังฉีด
ผลข้างเคียงของโบท็อกคอ บ่า ไหล่ มีอะไรบ้าง
อาการที่พบได้หลังฉีดโบท็อกคอ บ่า ไหล่ ได้แก่
- ปวดหรือระบมบริเวณเข็ม
- บวม แดง หรือมีรอยช้ำเล็กน้อย
- กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอ่อนแรงกว่าปกติ
- รู้สึกเมื่อยหรือควบคุมช่วงไหล่ได้ลดลงชั่วคราว
- อาจเกิดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หากฉีดมากไปหรือตำแหน่งไม่เหมาะสม
หลังฉีดโบท็อกคอบ่าไหล่ ต้องดูแลอย่างไร
หลังฉีดส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรดูแลบริเวณที่ฉีดและสังเกตอาการของตัวเอง
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขยี้บริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
- เลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันแรก หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- สังเกตว่ามีอาการอ่อนแรงของคอหรือไหล่มากผิดปกติไหม
- หากรู้สึกคอหรือไหล่อ่อนแรงมากผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์
- หากมีอาการกลืนลำบาก หายใจลำบาก หรืออ่อนแรงผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที
ฉีดโบท็อกคอบ่าไหล่แล้ว ต้องปรับพฤติกรรมอะไรบ้าง
แม้โบท็อกจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว แต่ถ้ายังนั่งคอยื่น ไหล่ห่อ จ้องจอนาน หรือใช้กล้ามเนื้อท่าเดิมซ้ำ ๆ อาการปวดตึงก็อาจกลับมาได้ วิธีดูแลร่วมกัน เช่น
- ปรับโต๊ะ เก้าอี้ และจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับท่านั่ง
- ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ ไม่อยู่ท่าเดิมนานเกินไป
- ยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า และไหล่เป็นระยะ
- ฝึกกล้ามเนื้อคอ หลัง และสะบักให้แข็งแรงขึ้น
- ทำกายภาพบำบัดตามแผนที่แพทย์หรือนักกายภาพแนะนำ
- หากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรประเมินเพิ่มเติมถึงสาเหตุอื่นร่วมด้วย
การปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายยังเป็นส่วนสำคัญของการดูแล Office Syndrome เพราะสาเหตุส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับการใช้กล้ามเนื้อและท่าทางระหว่างทำงานเป็นหลัก
โบท็อกคอ บ่า ไหล่ ราคาเท่าไหร่
ราคาโบท็อกคอบ่าไหล่ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณยูนิต และจำนวนกล้ามเนื้อที่ต้องฉีด โดยราคาที่พบจากคลินิกตัวอย่างอยู่ที่ประมาณ 6,500-19,990 บาทต่อครั้ง หากเป็นการฉีดแบบ 100 ยูนิต ตามยี่ห้อและโปรโมชั่นของแต่ละแห่ง สำหรับที่ APEX มีราคาโปรโบทูลินั่มท็อกซินเริ่มต้นที่ 6,990 บาทต่อ 100 ยูนิต
ปวดคอ บ่า ไหล่แบบไหนไม่ควรรีบฉีดโบท็อก
ถ้ามีอาการต่อไปนี้ควรตรวจหาสาเหตุก่อน
- ปวดร้าวจากคอลงแขน
- แขนหรือมือชา
- กล้ามเนื้อแขนหรือมืออ่อนแรง
- หยิบจับของแล้วทำหล่นบ่อย
- เดินเซหรือการทรงตัวผิดปกติ
- ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดตอนกลางคืนผิดปกติ
- มีไข้ น้ำหนักลด หรืออาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
สาเหตุของออฟฟิศซินโดรมอาจจะไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อเท่านั้น เนื่องจากอาการปวดคอและไหล่สามารถพบได้ในโรคของกระดูกคอหรือเส้นประสาทเช่นกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนรับบริการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับโบท็อกออฟฟิศซินโดรม
ฉีดโบท็อกคอบ่าไหล่ กี่วันเห็นผล
ตัวยาจะค่อย ๆ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อหลังฉีด งานวิจัยส่วนใหญ่ประเมินผลในช่วงประมาณ 3-12 สัปดาห์หลังฉีด และผลตอบสนองแตกต่างกันในแต่ละคน
โบท็อกออฟฟิศซินโดรม อยู่ได้นานกี่เดือน
ฤทธิ์ของ Botulinum Toxin ต่อกล้ามเนื้อจะอยู่ชั่วคราว และมักประเมินการฉีดซ้ำหลังประมาณ 3 เดือนขึ้นไป ส่วนอาการปวดตึงจะดีขึ้นนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคน หากยังนั่งผิดท่า ใช้กล้ามเนื้อเดิมซ้ำ ๆ หรือไม่ได้แก้พฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุ อาการปวดตึงคอ บ่า ไหล่ก็อาจกลับมาได้อีก
ฉีดโบท็อกคอบ่าไหล่แล้วหายจากออฟฟิศซินโดรมเลยไหม
ไม่สามารถรับประกันว่าจะหายขาด เพราะ Office Syndrome มีหลายสาเหตุ การฉีด Botulinum Toxin ลดการทำงานของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว แต่ถ้ายังมีท่านั่งหรือพฤติกรรมเดิม อาการสามารถกลับมาได้
โบท็อกออฟฟิศซินโดรมกับการฉีด Trigger Point เหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน โดย Trigger Point Injection คือการฉีดสารเข้าไปที่จุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจใช้ยาชา น้ำเกลือ หรือยาอื่น ๆ ส่วนโบท็อกเป็นการใช้ Botulinum Toxin เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดชั่วคราว
ยิ่งฉีดหลายยูนิต ยิ่งคลายปวดมากไหม
ไม่เสมอไป การใช้โบท็อกในปริมาณสูงขึ้น อาจไม่ได้ช่วยลดอาการปวดได้มากขึ้น และหากใช้มากเกินไปอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ จึงควรให้แพทย์ประเมินจำนวนยูนิตให้เหมาะกับอาการและกล้ามเนื้อให้เหมาะสมกับรายบุคคล
โบท็อกคอ บ่า ไหล่ ใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ใช่ไหม
เลือกใช้ได้หลายยี่ห้อ เช่น BOTOX (Allergan), Dysport หรือ Xeomin ซึ่งเป็น Botulinum Toxin Type A ที่มีทะเบียนยาในประเทศไทย แต่สำหรับการฉีดคอ บ่า ไหล่ ควรให้แพทย์เลือกตามตำแหน่ง กล้ามเนื้อ และปริมาณที่เหมาะสม
สรุป
โบท็อกออฟฟิศซินโดรม เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการปวดตึงจากกล้ามเนื้อ ก่อนฉีดควรตรวจหาสาเหตุของอาการโดยแพทย์ให้ประเมินแล้วว่าเหมาะสม ส่วนผู้ที่มีอาการจากการนั่งทำงานและใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ การปรับท่าทาง ยืดกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรง และทำกายภาพตามความเหมาะสมยังเป็นส่วนสำคัญในการลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
ข้อมูลอ้างอิง
- Gross AR, et al. Botulinum toxin type A for subacute/chronic neck pain. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2026
- Saltychev M, Miikkulainen A, Juhola J. Efficacy of botulinum toxin in myofascial pain in neck and shoulder: systematic review and meta-analysis. Int J Rehabil Res. 2025
- Kwanchuay P, et al. Efficacy and Safety of Single Botulinum Toxin Type A (Botox®) Injection for Relief of Upper Trapezius Myofascial Trigger Point: A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled Study. J Med Assoc Thai. 2015
- Machado D, et al. Botulinum toxin type A for the treatment of head and neck chronic myofascial pain syndrome: A systematic review and meta-analysis
- Sihawong R, Janwantanakul P, Sitthipornvorakul E, Pensri P. Exercise therapy for office workers with nonspecific neck pain: a systematic review. J Manipulative Physiol Ther. 2011
- Chen X, et al. Workplace-Based Interventions for Neck Pain in Office Workers: Systematic Review and Meta-Analysis. Phys Ther. 2018






