โบท็อกกราม ช่วยอะไร หน้าเรียวจริงไหม ใช้กี่ยูนิต กี่วันเห็นผล

โบท็อกกราม ลดกราม หน้าเรียวจริงไหม

โบท็อกกรามช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ Masseter ทำให้กรามที่ดูใหญ่จากกล้ามเนื้อค่อย ๆ เล็กลงและหน้าดูเรียวขึ้น โดยมักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 2–4 สัปดาห์ และชัดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าหน้ากว้างจากกระดูกหรือไขมัน โบท็อกกรามอาจช่วยได้ไม่มาก หมอเลยต้องประเมินสาเหตุก่อนฉีดก่อนในแต่ละเคส

สารบัญ โบท็อกกราม

โบท็อกกราม คืออะไร

โบท็อกกราม คือการฉีด Botulinum Toxin Type A เข้าไปที่กล้ามเนื้อ Masseter บริเวณข้างขากรรไกร เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้กรามดูเล็กและใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ แต่จริง ๆ คำว่าโบท็อกเดิมมาจากชื่อทางการค้า BOTOX แต่ปัจจุบันคนมักใช้เรียกการ ฉีดโบทูลินัมท็อกซิน โดยรวม

ฉีดโบท็อกกราม ช่วยหน้าเรียวได้ยังไง

เวลาฉีดโบท็อกกราม จะฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อ Masseter ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการกัดและเคี้ยว ตัวยาจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อมัดนี้ ทำให้แรงเกร็งลดลง แต่ถ้าหน้ากว้างจากปัจจัยอื่น ผลของโบท็อกอาจไม่ชัดเท่าที่วางแผนไว้ ดังนี้

  • กล้ามเนื้อกรามใหญ่ ช่วยได้
  • กระดูกขากรรไกรกว้าง ช่วยไม่ได้
  • ไขมันแก้ม / เหนียง ไม่ช่วยโดยตรง
  • ผิวและกรอบหน้าหย่อน ไม่ใช่ตัวหลัก
  • กล้ามเนื้อ + ไขมันผสมกัน ช่วยบางส่วน

โบท็อกกราม ช่วยอะไรบ้าง

ถ้ากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ Masseter โบท็อกสามารถช่วยให้ช่วงล่างของหน้าดูเรียวและซอฟต์ลงได้ ดังนี้

  • ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกรามหรือ Masseter
  • ช่วยให้ใบหน้าช่วงล่างดูเรียวและแคบลง
  • ช่วยลดความเหลี่ยมหรือความชัดของกรามที่เกิดจากกล้ามเนื้อ
  • ช่วยให้กรอบหน้าดูละมุนและได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ช่วยลดแรงกัดหรือการเกร็งกรามในบางคน
  • อาจช่วยบรรเทาอาการกัดฟันหรือนอนกัดฟันบางกรณีได้


แต่ผลลัพธ์จะชัดมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่ากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ กระดูก หรือไขมันเป็นหลัก หมอจึงควรประเมินโครงหน้าก่อนฉีด

โบท็อกกราม กี่วันเห็นผล

โดยทั่วไปโบท็อกกรามจะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อคลายลงในประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนความเรียวของใบหน้าจะเริ่มสังเกตได้ช่วง 2–4 สัปดาห์ และชัดขึ้นใน 1–3 เดือน แบ่งเป็นช่วงประมาณนี้

  • สัปดาห์แรก กล้ามเนื้อกรามอาจเริ่มออกแรงได้น้อยลง
  • 2–4 สัปดาห์ กรามเริ่มดูเล็กและหน้าเรียวขึ้น
  • 1–3 เดือน เห็นรูปหน้าเรียวค่อนข้างชัดเจนมากขึ้น

ทำไมฉีดโบท็อกกรามแล้วหน้าไม่เรียวทันที

ฉีดโบท็อกกรามแล้วหน้าไม่เรียวทันที เพราะตัวยาจะเริ่มจากลดการทำงานของกล้ามเนื้อก่อน ไม่ได้ทำให้ขนาดกรามเล็กลงในทันที หลังจากกล้ามเนื้อ Masseter ใช้งานน้อยลง จึงค่อย ๆ ลดขนาดลงตามเวลา ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้นชัดเจนในช่วงถัดมา

โบท็อกกราม เหมาะกับใครบ้าง

โบท็อกกรามจะเหมาะกับคนที่ความกว้างของใบหน้ามาจากกล้ามเนื้อเป็นหลัก โดยเฉพาะเวลกัดฟันแล้วเห็นบริเวณมุมกรามนูนชัด ดังนี้

  • คนที่กรามใหญ่หรือหน้ากว้างจากกล้ามเนื้อ
  • คนที่กัดฟันแล้วเห็นกล้ามเนื้อบริเวณมุมกรามนูนชัด
  • คนที่อยากให้ช่วงล่างของหน้าดูเรียวและละมุนขึ้น
  • คนที่มีกรามสองข้างดูเด่นหรือไม่สมดุลจากกล้ามเนื้อ
  • คนที่มีอาการเกร็งกราม ขบฟันแน่น หรือใช้งานกล้ามเนื้อกรามมาก
  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน

ใครไม่ควรฉีดโบท็อกกราม

ก่อนฉีดควรเช็กประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ก่อน เพราะบางภาวะอาจทำให้ต้องเลื่อนการฉีดหรือหลีกเลี่ยงไปก่อน เช่น

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่เคยแพ้ Botulinum Toxin หรือส่วนประกอบของยา
  • ผู้ที่มีแผล ติดเชื้อ หรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่หน้ากว้างจากกระดูกหรือไขมันเป็นหลัก

โบท็อกกราม vs โบท็อกลิฟต์กรอบหน้าต่างกันอย่างไร

สองโปรแกรมนี้ใช้ Botulinum Toxin เหมือนกัน แต่โบท็อกกราม หมอจะเน้นฉีดที่กล้ามเนื้อกราม ส่วนโบท็อกลิฟต์กรอบหน้าจะเน้นบริเวณแนวกรอบหน้าและลำคอ เพื่อให้กรอบหน้าดูชัดและเก็บแนวหน้าได้มากขึ้น สองแบบนี้เลยไม่ได้ใช้แทนกัน หมอจะดูว่าสาเหตุที่หน้าดูกว้างหรือกรอบหน้าไม่ชัดมาจากส่วนไหน แล้วค่อยเลือกตำแหน่งฉีดให้เหมาะกับแต่ละคน

อยากหน้าเรียว ฉีดแค่โบท็อกกรามได้ไหม

ถ้าหน้ากว้างจากกล้ามเนื้อกรามเป็นหลัก เคสทั่วไปที่ฉีดโบท็อกกรามอย่างเดียวก็อาจช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้นได้ แต่ถ้ามีไขมัน แก้มหย่อน หรือโครงกระดูกกว้างร่วมด้วย ผลลัพธ์ก็อาจไม่ชัดเท่าที่ต้องการ จึงต้องดูสาเหตุของรูปหน้าร่วมกันก่อน หมอไม่คอนเฟิร์ม

โบท็อกกราม อยู่ได้นานแค่ไหน ฉีดซ้ำทุกกี่เดือน

โดยทั่วไปโบท็อกกรามอยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ก่อนการทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมา ซึ่งแต่ละคนอยู่ได้นานไม่เท่ากัน การฉีดซ้ำมักอยู่ช่วง 4–6 เดือน แต่ไม่จำเป็นต้องตรงรอบเท่ากันนะ เพราะควรดูการกลับมาของกล้ามเนื้อและผลจากครั้งก่อนร่วมกันด้วย

โบท็อกกราม ต้องใช้กี่ยูนิตในแต่ละเคส

โดยทั่วไปจำนวนยูนิตที่ใช้ต้องดูขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกรามแต่ละคน ซึ่งจากการศึกษาของ Allergan มีการใช้ BOTOX ประมาณ 24–36 ยูนิตต่อข้าง สำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้อ Masseter เด่นมาก แต่จำนวนที่เหมาะสมจริงอาจต่างกัน จึงต้องประเมินกล้ามเนื้อก่อนฉีด

*เป็นเพียงข้อมูลในการอ้างอิงไม่ควรนำยูนิตไปเทียบตรง ๆ กับ Botulinum Toxin ยี่ห้ออื่น

ฉีดโบท็อกกรามแล้วแก้มตอบไหม

หลังฉีดโบท็อกกราม บางคนอาจรู้สึกว่าแก้มดูตอบขึ้นได้ โดยเฉพาะคนที่เดิมมีกล้ามเนื้อกรามใหญ่และใบหน้าค่อนข้างผอมอยู่แล้ว เพราะเมื่อกล้ามเนื้อ Masseter เล็กลง วอลลุ่มช่วงกรามก็ลดลงตาม ทำให้ช่วงแก้มหรือข้างหน้าดูชัดขึ้นมากกว่าเดิมในบางเคส

ฉีดโบท็อกกรามแล้ว มีโอกาสหน้าหย่อนไหม

มีโอกาสที่หน้าจะดูหย่อนขึ้นในบางเคส โดยเฉพาะคนที่มีผิวหย่อนหรือไขมันแก้มร่วมอยู่เดิม เพราะเมื่อกล้ามเนื้อกรามเล็กลง โครงพยุงช่วงล่างของหน้าก็เปลี่ยนตาม จึงควรดูทั้งขนาดกราม ความแน่นของผิว และรูปหน้าก่อนฉีด เพื่อไม่ให้ลดกล้ามเนื้อมากเกินความจำเป็น

โบท็อกกรามมียี่ห้อไหนบ้างที่พบบ่อย

โบทูลินัมท็อกซินที่ใช้ฉีดกรามมีหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละตัวมีชนิดตัวยาและหน่วยที่ใช้ต่างกัน เช่น

  • BOTOX: onabotulinumtoxinA จาก Allergan
  • Dysport: abobotulinumtoxinA จาก Galderma
  • Xeomin: incobotulinumtoxinA จาก Merz
  • Nabota: prabotulinumtoxinA จาก Daewoong
  • Hugel: letibotulinumtoxinA จาก Hugel

วิธีเช็กว่าโบท็อกกรามยี่ห้อไหนผ่านอย. ไทย

วิธีเช็กว่าโบท็อกกรามยี่ห้อไหนผ่านอย. ไทย

วิธีเช็กว่าโบท็อกกรามยี่ห้อไหนขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยบ้าง สามารถเช็กด้วยตัวเองได้ผ่านเว็บไซต์ ดังนี้

  • เข้าเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  • เลือกเมนูตรวจสอบผลิตภัณฑ์
  • ค้นหาด้วยชื่อทางการค้า หรือค้นจาก เลขทะเบียนตำรับยา
  • เช็กว่าชื่อผลิตภัณฑ์และตัวยา Botulinum Toxin Type A ตรงกับกล่องหรือขวดที่ใช้จริง
  • ตรวจสอบ เลขทะเบียนตำรับยา บนกล่อง
  • ดูข้อมูลของโบท็อกว่าตรงกับข้อมูลในระบบ
  • เช็กชื่อ ผู้รับอนุญาต/ผู้นำเข้า ว่าตรงกับข้อมูลที่ อย. แสดง
  • หากต้องการเช็กละเอียดขึ้น ให้ดูสถานะทะเบียนและวันหมดอายุของทะเบียน ในฐานข้อมูล อย. ด้วย

ผลข้างเคียงทั่วไปหลังฉีดโบท็อกกราม มีอะไรบ้าง

หลังฉีดโบท็อกกรามอาจมีอาการบางอย่างเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้น เช่น

  • รอยแดง บวม หรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • รู้สึกตึง เจ็บ หรือระบมบริเวณกรามช่วงสั้น ๆ
  • เคี้ยวอาหารแล้วรู้สึกเมื่อยหรือแรงกัดลดลงชั่วคราว
  • ใบหน้าสองข้างดูไม่เท่ากัน หากกล้ามเนื้อตอบสนองไม่สมดุล
  • แก้มดูตอบหรือช่วงล่างของหน้าดูยุบมากขึ้นในบางคน
  • หน้าดูหย่อนขึ้นได้ในบางเคส โดยเฉพาะคนที่มีผิวหย่อนอยู่เดิม
  • รอยยิ้มหรือมุมปากดูเปลี่ยนไป หากตัวยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อข้างเคียง

ก่อนฉีดโบท็อกกราม แนะนำให้เตรียมตัวอย่างไร

จริง ๆ แล้วก่อนฉีดโบท็อกกรามไม่ต้องเตรียมตัวซับซ้อนครับ แค่มีบางเรื่องที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้วันฉีดผ่านไปได้ราบรื่นขึ้น เช่น

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้ยา
  • แจ้งประวัติการฉีดครั้งก่อน รวมถึงยี่ห้อและช่วงเวลาที่ฉีด
  • หากใช้ยาประจำอยู่ควรแจ้งก่อน และไม่ควรหยุดยาเอง
  • เลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนฉีดประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสช้ำ
  • หากมีแผล สิวอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณกราม ควรเลื่อนการฉีด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารตามปกติก่อนมา
  • งดนวดหน้า กดกราม หรือทำหัตถการที่ระคายเคืองบริเวณที่จะฉีด
  • ก่อนฉีดควรประเมินขนาดกล้ามเนื้อ Masseter และความสมดุลของกรามก่อน

หลังฉีดโบท็อกกราม ดูแลตัวเองอย่างไร

หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเป็นส่วนใหญ่ แต่ควรดูแลบริเวณที่ฉีดตามคำแนะนำ เช่น

  • งดนวด กด หรือคลึงบริเวณกรามในช่วงแรก
  • เลี่ยงออกกำลังกายหนัก แอลกอฮอล์ และความร้อนจัดประมาณ 24 ชั่วโมง
  • ล้างหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่สัมผัสบริเวณที่ฉีดเบา ๆ
  • งดนวดหน้า ทรีตเมนต์ หรือหัตถการบริเวณกรามทันทีหลังฉีด
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ยิ้มเบี้ยวหรือเคี้ยวลำบากมาก ควรติดต่อหมอ
  • กลับมาติดตามผลตามนัด เพื่อประเมินการตอบสนองของกล้ามเนื้อ

รีวิวเคสโบท็อกกรามที่ APEX

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

โบท็อกกรามราคาเท่าไหร่

ราคาโบท็อกกรามโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5,000–18,000 บาทขึ้นไป แต่ก็จะมีทั้งแบบคิดตามจำนวนยูนิต และคิดเป็นแพ็กเกจต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและจำนวนยูนิตที่ใช้ เพราะแต่ละคนมีกล้ามเนื้อกรามหนาและแข็งแรงไม่เท่ากัน

*ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อ จำนวนยูนิต และโปรโมชันของแต่ละคลินิก แนะนำให้สอบถามก่อนใช้บริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกกราม

โดยทั่วไปถ้าทำเฉพาะจุดอาจเริ่มราว 200–400 ช็อต ส่วนกรอบหน้าและแก้มมักอยู่ประมาณ 300–500 ช็อต แต่จำนวนที่เหมาะต้องดูพื้นที่และความหย่อนของแต่ละคนร่วมด้วย

ครั้งเดียวก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ผลไม่ถาวร เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงานมากขึ้นจึงค่อยพิจารณาฉีดซ้ำตามความเหมาะสม

มีโอกาสกลับมาได้ เพราะเมื่อฤทธิ์ยาค่อย ๆ หมด กล้ามเนื้อ Masseter จะกลับมาทำงานและอาจมีขนาดเพิ่มขึ้นอีกตามการใช้งาน

ส่วนใหญ่จะรู้สึกจี๊ดหรือตึงเล็กน้อยตอนเข็มเข้า แต่ใช้เวลาไม่นาน และโดยทั่วไปเป็นระดับที่คนฉีดครั้งแรกมักรับได้

50 ยูนิตอาจเพียงพอในบางคน แต่ต้องดูยี่ห้อ ขนาดกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกรามก่อน เพราะจำนวนยูนิตที่เหมาะสมไม่เท่ากัน

สรุป

โบท็อกกรามเหมาะกับเคสที่กรามดูใหญ่จากกล้ามเนื้อ ช่วยให้ช่วงล่างของหน้าค่อย ๆ ดูเรียวและละมุนขึ้น โดยมักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 2–4 สัปดาห์ ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน เพราะขนาดกล้ามเนื้อและปริมาณยาที่ใช้ก็แตกต่างกัน หมอจึงประเมินสาเหตุของกรามใหญ่และโครงหน้าให้ชัดก่อน เพื่อวางตำแหน่งและปริมาณยาให้พอดี ลดโอกาสแก้มตอบหรือหน้าดูหย่อนเกินไป

ช่องทางการติดต่อ

แหล่งอ้างอิง

รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว