Sculptra คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดแล้วช่วยเรื่องอะไร ราคาเท่าไหร่

Sculptra คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดแล้วช่วยเรื่องอะไร

Sculptra เป็นหนึ่งในโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนที่หลายคนเลือกเมื่อเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่แน่น แก้มตอบ หรือโครงหน้าดูเปลี่ยนไปตามอายุ บทความนี้รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับสเกาตร้า ตั้งแต่ข้อดี ข้อเสีย ผลลัพธ์หลังฉีด รวมถึงการดูแลและข้อห้าม พร้อมเปรียบเทียบ Sculptra กับโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนชนิดอื่น

สารบัญ Sculptra

Sculptra คืออะไร

Sculptra (สเกาตร้า) คือสารฉีดกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA ซึ่งเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ในร่างกาย หลังฉีดอนุภาค PLLA จะกระตุ้นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน ทำให้โครงสร้างผิวค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นตามเวลา

Sculptra คืออะไร

ข้อมูลการผลิตและรับรองของ Sculptra

Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ในเครือ Galderma บริษัทด้านผิวหนังที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยข้อมูลทะเบียน FDA สหรัฐฯ ระบุว่า Q-Med AB ประเทศสวีเดน เป็นผู้ยื่นทะเบียนและผู้ผลิต Sculptra ในปัจจุบัน

ฉีด Sculptra มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

Sculptra เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการสร้างคอลลาเจนมากกว่าการเติมวอลลุ่มทันที แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ข้อดีของ Sculptra ช่วยอะไรบ้าง

  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้โครงสร้างผิวค่อย ๆ มีความแน่นขึ้น
  • ช่วยให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น โดยผลจะค่อย ๆ เกิดขึ้น ไม่ได้ดึงผิวทันทีเหมือนเครื่องยกกระชับ
  • ช่วยลดลักษณะริ้วรอยบางบริเวณ โดยเฉพาะริ้วรอยและความหย่อนในบริเวณที่ได้รับการประเมินว่าเหมาะกับ PLLA
  • ช่วยฟื้นวอลลุ่มที่ลดลงตามวัย เช่น บริเวณแก้ม โดยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อบริเวณที่ฉีดค่อย ๆ ดูแน่นและเต็มขึ้น
  • ผลลัพธ์ดูค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการให้ใบหน้าเปลี่ยนทันทีหลังฉีด
  • ผลอยู่ได้นาน งานศึกษาบางส่วนติดตามผลได้ประมาณ 2 ปีหลังการรักษา แม้ระยะจริงจะแตกต่างกันในแต่ละคน

Sculptra ข้อเสียมีอะไรบ้าง

ข้อเสียหรือข้อจำกัดของ Sculptra ที่ควรรู้ ได้แก่

  • ผลลัพธ์ไม่ได้ชัดทันที ต้องรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน
  • หลายคนต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้ง
  • จำนวนขวดที่ใช้ไม่เท่ากัน ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างกัน
  • ต้องอาศัยแพทย์ที่เข้าใจตำแหน่งและชั้นผิวในการฉีด
  • ไม่เหมาะกับการเติมรายละเอียดเล็ก ๆ บางจุดแบบ HA Filler

Sculptra เหมาะกับใคร

Sculptra เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา เช่น

  • เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่แน่นเหมือนเดิม
  • แก้มเริ่มตอบหรือใบหน้าดูสูญเสียวอลลุ่มตามวัย
  • ต้องการฟื้นคุณภาพผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • มีริ้วรอยหรือผิวหย่อนระดับที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะกับ PLLA
  • ไม่ต้องการเติมฟิลเลอร์เป็นจุด ๆ หลายตำแหน่ง
  • ต้องการผลจากการกระตุ้นคอลลาเจนมากกว่าผลเติมเต็มทันที
  • เข้าใจว่าต้องใช้เวลาและอาจต้องทำหลาย session


แต่ทั้งนี้ Sculptra ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบในบริเวณที่จะฉีด ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หรือมีภาวะที่อาจเพิ่มความเสี่ยงจากการฉีด ก่อนฉีดจึงควรให้แพทย์ประเมินทุกครั้ง

Sculptra ราคาเท่าไหร่

ราคา Sculptra ในไทยแตกต่างกันตามคลินิก จำนวนขวด แพทย์ผู้ทำ และโปรโมชั่นในช่วงนั้น จากข้อมูลราคาในตลาดที่ตรวจสอบในปี 2026 พบราคาประมาณ 20,000-35,000 บาทต่อขวด ในหลายคลินิก แต่บางแห่งอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ได้

โปรแกรม Sculptra ราคาโปรโมชั่นที่ APEX

โปรโมชั่นของ APEX มีโปรแกรม Sculptra 2 ขวด ราคา 25,000 บาทต่อขวด พร้อมสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไข โดยราคาและเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรเช็กราคาอีกครั้งก่อนเข้ารับบริการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line @apexbeauty

Sculptra รีวิวจากผู้ใช้บริการที่ APEX

ด้านล่างเป็นภาพรีวิว Before and After ของผู้มารับบริการจริงที่ APEX เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาผลลัพธ์หลังฉีด Sculptra ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เพราะผลขึ้นอยู่กับอายุ ปริมาณคอลลาเจนเดิม ความหย่อนของผิว จำนวนขวด เทคนิคการฉีด และจำนวนครั้งที่ทำด้วย

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ภาพรีวิวใช้เป็นตัวอย่างผลการรักษาของผู้รับบริการเฉพาะราย

เปรียบเทียบ Sculptra กับหัตถการอื่น ต่างกันอย่างไร

นอกจาก Sculptra แล้ว ยังมีหัตถการอีกหลายประเภทที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิว หรือเติมวอลลุ่ม แต่ละชนิดมีส่วนประกอบและการทำงานต่างกัน มาดูกันว่าแตกต่างกันอย่างไร

  • Sculptra vs Juvelook : Sculptra ใช้ PLLA เป็นสารหลักเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่วน Juvelook ใช้ PDLLA ร่วมกับ HA จึงมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน
  • Sculptra vs Radiesse : Sculptra เป็น PLLA ส่วน Radiesse เป็น Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA ใน CMC gel ซึ่งให้ลักษณะการพยุงเนื้อเยื่อและการกระตุ้นคอลลาเจนต่างกัน
  • Sculptra vs Profhilo : Sculptra ใช้ PLLA เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่วน Profhilo ใช้ Hyaluronic Acid (HA) 64 mg/2 mL ซึ่งมีทั้ง HA โมเลกุลสูงและโมเลกุลต่ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับคุณภาพผิวโดยรวม
  • Sculptra vs HarmonyCa : Sculptra เป็น PLLA ส่วน HarmonyCa รวม HA กับ CaHA จึงมีทั้งองค์ประกอบที่ให้วอลลุ่มจาก HA และ CaHA ในผลิตภัณฑ์เดียว
  • Sculptra vs HA Filler : Sculptra เน้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจน ส่วน ฟิลเลอร์ เหมาะกับการเติมวอลลุ่มหรือปรับรูปทรงที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีมากกว่า
  • Sculptra vs Gouri : Sculptra ใช้ PLLA ขณะที่ Gouri เป็นผลิตภัณฑ์แบบ liquid ที่ใช้ PCL จึงเป็น polymer คนละชนิดและมีรูปแบบการฉีดต่างกัน
  • Sculptra กับ Olidia : ทั้งคู่เป็นกลุ่ม PLLA แต่เป็นคนละผลิตภัณฑ์ มีรายละเอียดด้านอนุภาค การเตรียม และ protocol ที่ควรยึดตามเอกสารของแต่ละแบรนด์
  • Sculptra vs Ulthera : Sculptra เป็นสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Ultherapy หรือ Ulthera เป็นเครื่องส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อ จึงทำงานคนละวิธี
การเลือกหัตถการควรพิจารณาจากปัญหาผิว บริเวณที่ต้องการดูแล และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแพทย์สามารถประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

Sculptra ฉีดตรงไหนได้บ้าง

ตำแหน่งที่มักนำ Sculptra มาใช้ในงานด้านใบหน้าจะเป็นพื้นที่ที่ต้องการปรับโครงสร้างผิวหรือชดเชยการสูญเสียวอลลุ่ม เช่น

  • แก้มและช่วงกลางหน้า
  • แก้มตอบ
  • ขมับในเคสที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม
  • บริเวณด้านข้างของใบหน้า
  • แนวกรอบหน้าในบางแผนการรักษา
  • ร่องหรือริ้วรอยบริเวณแก้มตามข้อบ่งใช้และการประเมินของแพทย์

Sculptra 1 ขวด มีกี่ cc

ปกติแล้ว Sculptra 1 ขวดไม่ได้ระบุปริมาตรเป็น cc เหมือนฟิลเลอร์ เพราะภายในขวดเป็นผง PLLA ขนาด 150 mg ที่ต้องผสมน้ำก่อนนำไปฉีด โดยสามารถผสมได้ทั้ง 5 mL หรือ 8 mL และบางวิธีอาจจะมีการเติมยาชา Lidocaine อีก 1 mL ปริมาตรที่ฉีดจริงจึงขึ้นอยู่กับวิธีการเตรียมผลิตภัณฑ์และแผนการรักษาของแพทย์

ทำไมบางที่ระบุว่า 1 ขวดมี 10 cc

บางคลินิกระบุว่า Sculptra 1 ขวดมีประมาณ 10 cc เพราะนับจากปริมาตรหลังผสมน้ำและยาชาตาม protocol ที่ใช้ ไม่ใช่ปริมาตรของตัวยาในขวดเดิม โดย Sculptra เป็นผง PLLA 150 mg ที่ต้องเตรียมก่อนฉีด ปริมาตรสุดท้ายจึงอาจแตกต่างกันในแต่ละวิธีการผสม

Sculptra 1 ขวด มีกี่ cc ฉีดขวดเดียวได้ไหม

Sculptra ฉีดขวดเดียวได้ไหม ควรใช้กี่ขวด

Sculptra ฉีดขวดเดียวได้ไหม? คำตอบคือได้ในบางคนค่ะ หากแพทย์ประเมินว่าปริมาณดังกล่าวเพียงพอกับพื้นที่และเป้าหมายที่ต้องการ แต่ทั้งนี้จำนวนที่ใช้ขึ้นกับสิ่งเหล่านี้ด้วย

  • อายุและระดับการสูญเสียคอลลาเจน
  • ความกว้างของบริเวณที่จะรักษา
  • ความตอบหรือการสูญเสียวอลลุ่มของใบหน้า
  • จำนวนครั้งที่วางแผนทำ และผลลัพธ์ที่ต้องการ


บางคนเริ่มที่ 1 ขวดต่อครั้ง ในขณะที่บางคนจำเป็นต้องใช้หลายขวดหรือแบ่งทำหลาย session จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ

Sculptra ฉีดกี่ครั้ง

Sculptra มักจะต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้คอลลาเจนค่อย ๆ สร้างและเห็นผลชัดขึ้นตามแผนการรักษา โดยเฉลี่ยมักฉีดประมาณ 2-3 ครั้ง เว้นแต่ละครั้งราว 3-4 สัปดาห์ แต่จำนวนครั้งจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณที่ใช้ และผลลัพธ์หลังฉีดแต่ละครั้งด้วย

Sculptra ของแท้ดูยังไง

การตรวจสอบ Sculptra ของแท้ ควรดูจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง โดยสามารถตรวจสอบได้จาก Data Matrix บนกล่อง ผ่านระบบ eZTracker ซึ่งเป็นช่องทางตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของ Galderma Thailand นอกจากนี้ควรตรวจสอบ เลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ภาษาไทย ที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ด้วย

หรือสามารถเข้าไปเช็กข้อมูลได้ที่ วิธีเช็ก SCULPTRA ของแท้ Galderma Thailand

ฉีด Sculptra ที่ไหนดี

ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์เป็นผู้ฉีด และใช้ Sculptra ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพราะการฉีดต้องอาศัยทั้งตำแหน่ง ชั้นผิว และปริมาณที่เหมาะสม


FDA ระบุว่าการฉีดผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคและเทคนิคการฉีด เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

โปรแกรมฉีด Sculptra ที่ APEX มีสาขาไหนบ้าง

โปรแกรม Sculptra ที่ APEX มีหลายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถเลือกสาขาที่เดินทางสะดวกได้ เช่น

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีหลายสาขา เช่น ทองหล่อ พระราม 2 พระราม 3 พระราม 9 ลาดพร้าว สีลม สามย่าน และไอคอนสยาม
  • ภาคเหนือ มีสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่ เช่น เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่
  • ภาคตะวันออก มีสาขาในชลบุรีและพัทยา เช่น สาขาพัทยา หลัง Big C พัทยากลาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสาขาในโคราชและอุดรธานี
  • ภาคกลาง มีสาขาในอยุธยา นครปฐม หัวหิน และนครสวรรค์
  • ภาคใต้ มีสาขาในภูเก็ตและหาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลภูเก็ตฟลอเรสต้า และ APEX Surgery Hospital Phuket


ส่วนผู้ที่กำลังหาฉีด Sculptra ที่ไหนจอดรถสะดวก คิวไม่แน่น สามารถเลือกสาขาที่อยู่ในศูนย์การค้าหรือใกล้พื้นที่ที่เดินทางสะดวก แล้วสอบถามคิวแพทย์ก่อนนัด เนื่องจากจำนวนคิวและแพทย์ประจำสาขาเปลี่ยนได้ในแต่ละวัน สามารถเช็กข้อมูลสาขาได้ที่ สาขาของ Apex Clinic & Hospital

Sculptra ฉีดยังไง

ก่อนฉีด แพทย์จะประเมินรูปหน้าและตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นเตรียม Sculptra ตาม protocol ของผลิตภัณฑ์ และอาจผสม lidocaine เพื่อลดความเจ็บก่อนเริ่มฉีด

  • ประเมินใบหน้าและวางแผนจำนวนขวด
  • ทำความสะอาดผิว
  • เตรียม Sculptra ตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
  • แพทย์ฉีดเข้าในระดับชั้นที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง
  • กระจายผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอ
  • แนะนำวิธีนวดและการดูแลหลังทำ
  • นัดติดตามผลก่อนวางแผนครั้งต่อไป

ฉีด Sculptra กี่วันเห็นผล

Sculptra ไม่ใช่โปรแกรมที่ผลจากคอลลาเจนจะชัดภายในไม่กี่วัน เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ระบุว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาส่วนใหญ่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ประมาณ 1 เดือน หลังรักษา และผลจะค่อย ๆ พัฒนาต่อไป

  • หลังฉีด Sculptra ทันที ใบหน้าอาจดูอิ่มขึ้นเล็กน้อยจากน้ำที่ใช้ผสมตัวยาและอาการบวม ซึ่งยังไม่ใช่ผลลัพธ์จริงจากการสร้างคอลลาเจน
  • ประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีด อาการบวมส่วนใหญ่เริ่มลดลง แต่คอลลาเจนยังอยู่ในช่วงเริ่มสร้าง จึงอาจยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัด
  • ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวและความแน่นได้มากขึ้น
  • ประมาณ 2-3 เดือน เป็นช่วงที่ผลจากการกระตุ้นคอลลาเจนมักเห็นชัดขึ้น โดยผิวจะค่อย ๆ ดูแน่นและเต็มขึ้นมากกว่าช่วงแรก

Sculptra อยู่ได้นานไหม

ผลลัพธ์ของ Sculptra สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี หลังฉีดครบตามแผน โดยข้อมูลการศึกษาของ Galderma และงาน systematic review บางฉบับติดตามผลได้ประมาณ 24-25 เดือน อย่างไรก็ตามระยะเวลาจริงอาจต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว จำนวนครั้ง และปริมาณที่ฉีด

หลังฉีด Sculptra ดูแลอย่างไร

  • ประคบเย็นเบา ๆ หากมีอาการบวม
  • รักษาความสะอาดบริเวณรอยเข็ม
  • นวดหน้าตามหลัก 5-5-5 หรือตามที่แพทย์แนะนำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนตามปกติ
  • สังเกตอาการบวม แดง เจ็บ หรือก้อนผิดปกติ
  • เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลและวางแผนการฉีดครั้งถัดไป

นวดหน้าหลังฉีด Sculptra

หลังฉีด Sculptra ข้อมูลมักแนะนำให้นวดตามหลัก 5-5-5 คือ นวดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ต่อเนื่อง 5 วัน เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ วิธีนวดแบบง่าย ๆ มีดังนี้

  • ใช้ปลายนิ้วหรือนิ้วมือแตะบริเวณที่ฉีดเบา ๆ
  • นวดเป็นวงกลมช้า ๆ ให้ทั่วบริเวณ
  • ใช้แรงพอประมาณ ไม่กดแรงหรือบีบผิว
  • ทำให้ครบประมาณ 5 นาทีในแต่ละครั้ง
  • หากบริเวณไหนบวม ช้ำ หรือเจ็บมาก ควรนวดตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก

หลังฉีด Sculptra ห้ามอะไรบ้าง

  • ห้ามกด บีบ หรือนวดแรงนอกเหนือจากวิธีที่แพทย์แนะนำ
  • งดออกกำลังกายหนักในช่วงแรก
  • เลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และความร้อนจัด
  • งดทรีตเมนต์ นวดหน้า หรือหัตถการอื่นที่รบกวนบริเวณที่ฉีด
  • ไม่แกะ เกา หรือกดบริเวณรอยเข็ม
  • หากบวมมาก ปวดผิดปกติ หรือมีก้อน ไม่ควรรักษาหรือนวดเอง ควรกลับไปพบแพทย์

ผลข้างเคียงหลังฉีด Sculptra

ผลข้างเคียงที่พบได้หลังฉีด Sculptra มีทั้งอาการชั่วคราวและภาวะที่ควรสังเกต เช่น

  • บวม แดง ช้ำ หรือกดเจ็บในช่วงแรก
  • คันหรือระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
  • คลำได้ก้อนหรือตุ่มใต้ผิวบางตำแหน่ง
  • ก้อนอักเสบหรือ Granuloma ซึ่งพบได้ไม่บ่อย

ฉีด Sculptra หน้าบวมกี่วัน

หลังฉีด Sculptra อาจทำให้หน้าบวมได้ โดยเฉพาะในช่วงแรก จากรอยเข็มและปริมาตรน้ำที่ใช้ผสมตัวยา อาการบวม แดง กดเจ็บ หรือช้ำมักจะชัดเจนในช่วง 1-3 วันแรก และส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 3-7 วัน หากบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดมาก ผิวเปลี่ยนสี หรือมีอาการผิดปกติ ควรกลับไปพบแพทย์

ฉีด Sculptra เป็นก้อนทำอย่างไร

ถ้าคลำเจอก้อนหลังฉีด ไม่ควรรีบนวดหรือบีบแรง ๆ เอง เพราะก้อนหลัง Sculptra มีได้หลายลักษณะ ตั้งแต่การบวมในช่วงแรก ผลิตภัณฑ์กระจายไม่สม่ำเสมอ ไปจนถึงก้อนใต้ผิวที่เกิดตามหลัง หรือก้อนที่มีการอักเสบร่วมด้วย หากก้อนไม่ยุบ แข็งขึ้น เจ็บ แดง ร้อน หรือเริ่มมองเห็นชัด ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Sculptra

ได้ โดยช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยบางบริเวณดูตื้นขึ้นและผิวดูแน่นขึ้นตามเวลา

ช่วยให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นได้บางส่วนจากการสร้างคอลลาเจน แต่ไม่ใช่การยกกระชับแบบทันทีเหมือนเครื่องยกกระชับหรือการผ่าตัด

หลังฉีด Sculptra ไม่มีอาหารต้องห้ามโดยตรง แต่ควรเลี่ยงแอลกอฮอล์ อาหารร้อนจัด และอาหารที่ทำให้บวมง่ายในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก โดยเฉพาะหากยังมีอาการบวม ช้ำ หรือแดง

Sculptra มีข้อมูลด้านความปลอดภัยรองรับ แต่ยังมีความเสี่ยงจากการฉีด เช่น บวม ช้ำ เป็นก้อน หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้ จึงควรฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และประเมินตำแหน่งฉีดอย่างเหมาะสม

Sculptra อ่านว่า “สคัลป์-ทรา” ในประเทศไทยมักเขียนง่าย ๆ ว่า “สเกาตร้า”

ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึง จี๊ด หรือเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลางตามตำแหน่ง ปัจจุบันสามารถใช้ยาชาและเติม lidocaine ในขั้นตอนเตรียมผลิตภัณฑ์ตาม protocol ที่เหมาะสมเพื่อลดความรู้สึกเจ็บได้

ทั้งสองเป็น Collagen Biostimulator แต่ใช้สารต่างกัน Sculptra ใช้ PLLA เหมาะกับคนที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นความแน่นของผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วน Radiesse ใช้ CaHA เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผิวดูแน่นขึ้น พร้อมเติมเต็มบางจุดของใบหน้า

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลจากการสร้างคอลลาเจน โดยข้อมูลการศึกษาพบว่าหลายคนเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 1 เดือน หากผ่านช่วงติดตามผลแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ควรให้แพทย์ประเมินจำนวนขวด จำนวนครั้ง และสาเหตุอื่นก่อนตัดสินใจเพิ่มเติม

Sculptra ต้องผสมกับน้ำสำหรับฉีดที่ปลอดเชื้อก่อนใช้ โดยปริมาณที่ผสมอาจต่างกันตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ จึงควรให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้เตรียมและฉีดเท่านั้น

ไม่ใช่ตำแหน่งหลักของ Sculptra เพราะผิวใต้ตาบางและมีโครงสร้างซับซ้อน อีกทั้ง FDA ยังไม่ได้ระบุการฉีดใต้ตาเป็นข้อบ่งใช้โดยตรง หากมีปัญหาใต้ตา ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเหมาะกับหัตถการไหน

Sculptra อาจช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวบริเวณหลุมสิวดูเรียบขึ้นได้ในบางเคส แต่การรักษาหลุมสิวไม่ได้ใช้ Sculptra แค่อย่างเดียว เพราะต้องเลือกวิธีให้ตรงกับชนิดของหลุม เช่น Subcision, Laser หรือ TCA CROSS

สรุป

Sculptra เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีการสูญเสียวอลลุ่ม ผิวไม่แน่น หรืออยากฟื้นโครงสร้างผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป ก่อนฉีดควรให้แพทย์ประเมินตำแหน่ง ปริมาณ และความเหมาะสม รวมถึงเลือกสถานพยาบาลที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์และติดตามผลหลังทำได้ หากสนใจโปรแกรม Sculptra ที่ APEX สามารถตรวจสอบสาขา ราคา และโปรโมชั่นล่าสุดก่อนนัดหมายได้

ช่องทางการติดต่อ

ข้อมูลอ้างอิง

รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว