ฉีดโบท็อก (Botox) คืออะไร เลือกโบท็อกยี่ห้อไหนดี ฉีดจุดไหนได้บ้าง ข้อควรรู้สำหรับฉีดครั้งแรก

โปรแกรม ฉีดโบท็อก ที่ APEX

ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล ยี่ห้อไหนดี และราคาเท่าไร เป็นคำถามที่คนฉีดครั้งแรกมักอยากรู้ โดยริ้วรอยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายในไม่กี่วัน ส่วนกรามและการปรับรูปหน้าจะใช้เวลาในช่วงหลายสัปดาห์ เนื้อหานี้รวบรวมยี่ห้อ จุดที่ฉีดได้ จำนวนยูนิต ราคา รวมถึงข้อควรรู้ก่อนและหลังฉีดไว้ให้ครบ

สารบัญฉีดโบท็อก

โบท็อก คืออะไร

โบท็อก คือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) สารที่ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดชั่วคราว จึงนิยมใช้ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ลดกราม และปรับรูปหน้าในบางจุด โดยปัจจุบันมี Botulinum Toxin Type A หลายยี่ห้อที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย เช่น BOTOX® (Allergan), NABOTA, NEURONOX และ XEOMIN

ฉีดโบท็อก คืออะไร

ฉีดโบท็อก คือการนำ Botulinum Toxin Type A ฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อหรือบริเวณเป้าหมายในปริมาณที่แพทย์คำนวณไว้ เพื่อให้การทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อบริเวณนั้นลดลงชั่วคราว จุดสำคัญคือแพทย์ต้องประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อจริงหรือไม่ เพราะโบท็อกไม่สามารถลดไขมัน เติมร่องลึก หรือลดกระดูกได้

ฉีดโบท็อก คืออะไร

ฉีดโบท็อก ดีไหม ช่วยอะไรบ้าง

การฉีดโบท็อกสามารถช่วยได้หลายปัญหา หากเลือกตำแหน่งและข้อบ่งใช้อย่างเหมาะสม เช่น

  • ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา
  • ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ช่วยให้ช่วงล่างของใบหน้าดูเรียวขึ้นในคนที่กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ
  • ปรับการทำงานของกล้ามเนื้อบางจุด เช่น ปีกจมูก คาง หรือมุมปาก
  • ช่วยปรับกรอบหน้าและกล้ามเนื้อคอ ให้ดูได้สัดส่วนมากขึ้นในบางเคส
  • ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อบริเวณรักแร้ ทำให้เหงื่อออกน้อยลงชั่วคราว
  • ป้องกันอาการปวดศีรษะจากไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) ในผู้ใหญ่ที่เข้าเกณฑ์ โดยเป็นการรักษาทางการแพทย์ และต้องวางแผนการฉีดตามตำแหน่งที่เหมาะสม

ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล

ระยะเวลาที่โบท็อกเห็นผลขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปัญหาที่ฉีด เช่น

ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล
  • ริ้วรอยบนใบหน้า เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา มักเริ่มเห็นผลประมาณ 1-2 วัน และชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์
  • โบท็อกกรามและหน้าเรียว จะใช้เวลานานกว่า เพราะต้องรอให้กล้ามเนื้อกรามค่อย ๆ เล็กลง โดยมักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายสัปดาห์ และชัดขึ้นประมาณ 1-3 เดือน
  • โบท็อกรักแร้ลดเหงื่อ จะดูจากเหงื่อที่ออกน้อยลง ซึ่งมักเริ่มสังเกตได้ในช่วงแรกหลังฉีด และเห็นผลชัดขึ้นภายในประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • โบท็อกไมเกรน อาจเริ่มรู้สึกว่าอาการดีขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์แรก แต่บางคนต้องติดตามผลต่อเนื่องมากกว่า 1 ครั้งจึงจะเห็นผลชัด

โบท็อกยี่ห้อไหนดี

โบทูลินั่มท็อกซินแต่ละยี่ห้อมีข้อบ่งใช้และหน่วยวัดของตัวเอง สิ่งที่ควรดูคือมีทะเบียน อย. เป็นผลิตภัณฑ์แท้ และแพทย์เลือกยี่ห้อกับปริมาณให้เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด โดยยี่ห้อที่พบได้ในประเทศไทย เช่น

โบท็อกยี่ห้อไหนดี

โบท็อกอเมริกา

  • โบท็อก Allergan หรือ BOTOX® ปัจจุบันอยู่ภายใต้ AbbVie ใช้ตัวยา onabotulinumtoxinA มีข้อมูลการใช้และงานวิจัยจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งริ้วรอยและข้อบ่งใช้ทางการแพทย์

โบท็อกเกาหลี

  • NABOTA โบท็อกนาโบตะผลิตโดย Daewoong Pharmaceutical ประเทศเกาหลีใต้ เป็น Botulinum Toxin Type A และมีทะเบียนยาในประเทศไทย
  • NEURONOX โบท็อกนิวรูน็อคผลิตโดย Medytox ประเทศเกาหลีใต้ เป็นอีกแบรนด์ที่มีการใช้งานมายาวนานและมีหลายขนาดให้เลือก
  • AESTOX ผลิตโดย Hugel ใช้ดูแลริ้วรอยและปรับการทำงานของกล้ามเนื้อ

โบท็อกเยอรมัน

  • XEOMIN จาก Merz ประเทศเยอรมนี ใช้ตัวยา incobotulinumtoxinA จุดเด่นคือมีโปรตีนประกอบน้อยกว่าบางยี่ห้อ จึงมีโอกาสกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อยาค่อนข้างต่ำ

โบท็อกอังกฤษ

  • DYSPORT ผลิตโดย Ipsen Biopharm ประเทศอังกฤษ ออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว และนิยมใช้ทั้งงานริ้วรอยและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ โดยต้องคำนวณยูนิตเฉพาะของยี่ห้อ
นอกจากนี้ยังมีโบท็อกยี่ห้ออื่น ๆ เช่น HUTOX, RENEVOX และอีกหลายแบรนด์ให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละเคส

โบท็อก ฉีดตรงไหนได้บ้าง

โบท็อกสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ทั้งบนใบหน้าและร่างกาย โดยแต่ละจุดมีเป้าหมายต่างกัน ดังนี้

1. จุดฉีดโบท็อกที่นิยมบนใบหน้า

จุดฉีดโบท็อกที่นิยมบนใบหน้า
  • ฉีดโบท็อกกราม หรือโบท็อกหน้าเรียว เหมาะสำหรับคนที่มีหน้าบานหรือกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ Masseter ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กหรือเป็นทรงวีเชฟ
  • ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า เน้นลดแรงดึงจากกล้ามเนื้อบนผิวชั้นตื้นหรือกล้ามเนื้อบริเวณแนวกรามและลำคอ เช่น กล้ามเนื้อ Platysma ทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น
  • ฉีดโบท็อกริ้วรอย เหมาะกับ Dynamic Wrinkles เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา
  • ฉีดโบท็อกปีกจมูก ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้ปีกจมูกบานเวลาแสดงสีหน้า
  • ฉีดโบท็อกหน้าผาก ลดการพับของกล้ามเนื้อ Frontalis ที่เป็นริ้วรอยแนวนอน
  • ฉีดโบท็อกยกมุมปาก เป็นการฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดแรงดึง ส่งผลให้มุมปากที่คว่ำหรือตกดูยกขึ้นเล็กน้อย
  • ฉีดโบท็อกหางตาหรือฉีดโบท็อกตีนกา ลดริ้วรอยจาก Orbicularis Oculi ขณะยิ้ม
  • ฉีดโบท็อกระหว่างคิ้ว ลดการทำงานของ Corrugator และ Procerus ทำให้รอยขมวดคิ้วลดลง
  • ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อรอบดวงตาเพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยย่นเล็ก ๆ แต่ทำได้เฉพาะบางกรณีและเป็นบริเวณที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง
  • ฉีดโบท็อกซ์คาง มักใช้กับ Mentalis ในคนที่คางย่นหรือมีลักษณะคล้ายผิวส้มขณะเกร็ง
  • ฉีดโบท็อกลดโหนกแก้ม ทำได้เฉพาะบางกรณีที่ความเด่นของช่วงแก้มเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ไม่สามารถลดกระดูกโหนกแก้มหรือไขมันได้โดยตรง จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อ ไขมัน หรือโครงกระดูก

2. จุดฉีดโบท็อกบนร่างกาย

จุดฉีดโบท็อกบนร่างกาย
  • ฉีดโบท็อกลดน่อง ใช้ในกรณีน่องใหญ่จากกล้ามเนื้อ Gastrocnemius ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและมีขนาดเล็กลง แต่ไม่ได้ลดไขมัน และอาจทำให้แรงกล้ามเนื้อลดลงได้
  • ฉีดโบท็อกลดกล้ามแขน ตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ เช่น มัดกล้ามเนื้อ Biceps หรือ Triceps ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว
  • ฉีดโบท็อกคอ ช่วยลดเส้นกล้ามเนื้อคอแนวตั้ง หรือ Platysma bands และลดแรงดึงบริเวณกรอบหน้าในบางเคส
  • ฉีดโบท็อกบ่า ไหล่ ช่วยลดการทำงานและขนาดของกล้ามเนื้อ Trapezius ในคนที่กล้ามเนื้อเด่น ทำให้ช่วงบ่าและแนวคอดูเรียวขึ้น

3. จุดฉีดโบที่เน้นการรักษา

  • โบท็อกรักแร้ ช่วยลดเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้ โดยลดการทำงานของต่อมเหงื่อชั่วคราว
  • ฉีดโบท็อกซ์ฝ่ามือ ใช้ช่วยลดเหงื่อออกมากที่มือได้ในบางเคส แต่ต้องระวังเรื่องกล้ามเนื้อมืออ่อนแรงชั่วคราว
  • โบท็อกไมเกรน ใช้ในผู้ที่มีอาการปวดศีรษะบ่อยตามเกณฑ์ของ Chronic Migraine โดยฉีดหลายจุดบริเวณศีรษะและคอตามแผนการรักษาของแพทย์
  • ฉีดโบท็อกซ์กระชับรูขุมขน เป็นการฉีดโบท็อกแบบตื้น มีงานวิจัยว่าช่วยลดความมันและทำให้รูขุมขนดูเล็กลงได้ในบางคน
หมายเหตุ : ตำแหน่งและผลลัพธ์ที่ระบุเป็นข้อมูลโดยทั่วไป ต้องอาศัยการประเมินโครงสร้าง กล้ามเนื้อ ปริมาณยา และความเสี่ยงโดยแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้ง

ฉีดโบท็อก ควรใช้กี่ยูนิต

โบท็อกควรฉีดกี่ยู? ปริมาณโบท็อกที่ใช้ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเป้าหมายของแต่ละคน ซึ่งเคสทั่วไปอาจใช้โดยประมาณ ดังนี้

ฉีดโบท็อก ควรใช้กี่ยูนิต
  • หน้าผาก 10-20 ยูนิต
  • หว่างคิ้ว 15-25 ยูนิต
  • หางตา 5-15 ยูนิตต่อข้าง
  • กราม 20-30 ยูนิตต่อข้าง
  • คาง 4-8 ยูนิต
  • ปีกจมูก 2-5 ยูนิตต่อข้าง
  • มุมปาก 2-5 ยูนิตต่อข้าง
  • ลิฟกรอบหน้า หรือ Platysma ประมาณ 20-40 ยูนิต
  • บ่า-ไหล่ ประมาณ 20-50 ยูนิตต่อข้าง
  • น่อง ประมาณ 50-100 ยูนิตต่อข้าง
  • ต้นแขน ประมาณ 20-50 ยูนิตต่อข้าง
  • รักแร้ลดเหงื่อ ประมาณ 50 ยูนิตต่อข้าง
  • ฝ่ามือลดเหงื่อ ประมาณ 50-100 ยูนิตต่อข้าง ขึ้นอยู่กับพื้นที่และการประเมินของแพทย์
  • ไมเกรน ใช้รวมประมาณ 155-195 ยูนิต แบ่งฉีดหลายจุดบริเวณศีรษะและคอ
*ตัวเลขเป็นช่วงที่พบในการใช้งานทั่วไป ทั้งนี้แต่ละยี่ห้อใช้จำนวนยูนิตต่างกัน ปริมาณที่ใช้จริงควรให้แพทย์ประเมินจากกล้ามเนื้อและตำแหน่งที่ต้องการฉีดก่อนทุกครั้ง  

โบท็อก 100 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง

โบท็อก 100 ยูนิตสามารถแบ่งฉีดได้หลายจุด ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อและยี่ห้อที่ใช้ เช่น กรามสองข้าง, หน้าผากร่วมกับหว่างคิ้วและหางตา, ลิฟกรอบหน้า หรือแบ่งฉีดหลายตำแหน่งบนใบหน้าได้ในครั้งเดียว 

โบท็อก 50 ยูนิต ฉีดอะไรได้บ้าง

โบท็อก 50 ยูนิตเหมาะกับการฉีดเฉพาะจุดหรือแบ่งฉีดหลายตำแหน่งบนใบหน้า เช่น หน้าผาก, หว่างคิ้ว, หางตา, คาง, ปีกจมูก หรือกรามในบางเคส ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อและยี่ห้อที่ใช้

ฉีดโบท็อก ราคาเท่าไร

ราคาฉีดโบท็อก เริ่มต้นที่ประมาณ 1,500-18,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ จำนวนยูนิต และบริเวณที่ฉีด โดยราคาที่เช็กได้ในประเทศไทย มีดังนี้

ราคาโบท็อกแต่ละยี่ห้อโดยประมาณ

  • Aestox / Neuronox (เกาหลี) ราคาเริ่มต้นประมาณ 7,500 บาทต่อ 100 ยูนิต
  • Nabota (เกาหลี) ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,700 บาทต่อ 100 ยูนิต
  • Xeomin (เยอรมัน) ราคาเริ่มต้นประมาณ 13,900 บาทต่อ 100 ยูนิต
  • BOTOX® Allergan (อเมริกา) ราคาเริ่มต้นประมาณ 17,999 บาทต่อ 100 ยูนิต
  • Dysport (อังกฤษ) ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,900 บาทต่อ 300 ยูนิต (เทียบเท่า 100 ยูนิตของยี่ห้อทั่วไป)

ราคาฉีดโบท็อกตามบริเวณ

  • ริ้วรอยเฉพาะจุด เริ่ม 1,500-3,000 บาท
  • กราม, หน้าเรียว, ลิฟกรอบหน้า เริ่ม 3,000-8,000 บาท
  • รักแร้ลดเหงื่อ เริ่ม 8,000-12,000 บาท
  • น่องหรือต้นแขน เริ่ม 10,000-15,000 บาท

*ราคาเหล่านี้เป็นเพียงช่วงโดยประมาณ ควรเช็กยี่ห้อ จำนวนยูนิต ขนาดผลิตภัณฑ์ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกก่อนเข้ารับบริการ

โปรโบท็อกที่ APEX

ที่ APEX Medical Center มีราคาโปรโมชั่นสำหรับโปรแกรมฉีดโบท็อก ดังนี้

  • โบท็อกเกาหลี 50 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3,500 บาท
  • โบท็อกเกาหลี 100 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6,990 บาท

ราคาและเงื่อนไขโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจสอบกับแอดมินก่อนเข้ารับบริการได้ที่ไลน์ @apexbeauty

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี

ถ้ากำลังค้นหาคลินิกฉีดโบท็อก แนะนำให้เช็กอย่างน้อย 5 เรื่อง

  1. เป็นสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เช็กได้ที่ https://hosp.hss.moph.go.th โดยใช้การค้นหาเป็นภาษาไทย เช่น เอเพ็กซ์ จะเจอสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
  2. ผู้ฉีดเป็นแพทย์และสามารถตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพได้ เช็กได้ที่ https://checkmd.tmc.or.th ด้วยการกรอกชื่อและนามสกุลแพทย์ผู้ฉีด
  3. Botulinum Toxin มีทะเบียน อย. ไทยและมาจากช่องทางถูกต้อง
  4. สามารถแจ้งชื่อยา จำนวนยูนิต Lot และวันหมดอายุได้
  5. มีการประเมินกล้ามเนื้อก่อนฉีดและมีแนวทางดูแลหากเกิดภาวะแทรกซ้อน
อย. ไทยแนะนำหลัก 3 เช็ก ได้แก่ เช็กสถานพยาบาล เช็กแพทย์ และเช็กผลิตภัณฑ์ โดยสามารถค้นข้อมูลยาจากระบบของ อย. ได้โดยตรงที่ https://oryor.com/check-product-serial

APEX คลินิกฉีดโบท็อกใกล้คุณ

APEX มีหลายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด สามารถเลือกสาขาใกล้บ้านเพื่อเข้ารับการประเมินและวางแผนฉีดโบท็อกกับแพทย์ได้ ตัวอย่างสาขา เช่น

  • APEX กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น เพลินจิต, สยามสแควร์วัน, เอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เมกะบางนา และเซ็นทรัลเวสต์เกต
  • APEX ภาคกลาง เช่น เซ็นทรัลอยุธยา, มาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน, เซ็นทรัลนครปฐม และเซ็นทรัลนครสวรรค์
  • APEX ภาคตะวันออก เช่น เซ็นทรัลชลบุรี และเทอร์มินอล 21 พัทยา
  • APEX ภาคใต้ เช่น เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า และเซ็นทรัลหาดใหญ่
  • APEX ภาคเหนือ เช่น เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่
  • APEX ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เซ็นทรัลขอนแก่น, เซ็นทรัลโคราช และเซ็นทรัลอุดรธานี
เช็กสาขาทั้งหมดได้ที่ : สาขาของ Apex Clinic & Hospital

รีวิวฉีดโบท็อกที่ APEX

รวมเคสรีวิวฉีดโบท็อกที่ APEX ทั้ง ลดกรามหน้าเรียว บ่า ไหล่ และลดริ้วรอย เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของแต่ละบริเวณหลังทำ โดยผลลัพธ์จะแตกต่างกันตามขนาดกล้ามเนื้อ โครงหน้า ตำแหน่งที่ฉีด และการตอบสนองของแต่ละคน

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

สำหรับเคสกรามและหน้าเรียว จะเห็นว่าช่วงกรามและใบหน้าส่วนล่างเล็กลง ส่วนเคสบ่าไหล่ ช่วงบ่าดูเล็กลงและแนวคอดูเรียวขึ้น ขณะที่เคสริ้วรอยจะดูว่ารอยพับจากการแสดงสีหน้าลดลง ซึ่งภาพที่นำมาจะเปรียบเทียบภาพ Before After โดยใช้มุม แสง และสีหน้าใกล้เคียงกัน

ก่อนฉีดโบท็อก เตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก ควรแจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้ อาหารเสริม ประวัติแพ้ยา การฉีดโบท็อกครั้งก่อน และภาวะกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทผิดปกติ ก่อนฉีดควร

  • งดแอลกอฮอล์ประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสแดงหรือช้ำ
  • แจ้งแพทย์หากใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด NSAIDs หรืออาหารเสริมที่เพิ่มโอกาสช้ำ
  • ไม่หยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
  • แจ้งแพทย์หากกำลังใช้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะกลุ่ม Aminoglycosides และ Muscle Relaxants หรือยาคลายกล้ามเนื้อ
  • เลื่อนฉีดหากบริเวณที่จะฉีดมีการติดเชื้อหรืออักเสบ
ดังนั้นคำถามที่ว่าก่อนฉีดโบท็อก ห้ามกินอะไร หรืองดเหล้ากี่วัน คำตอบคือไม่มีอาหารทั่วไปที่ต้องงดเป็นพิเศษ แต่แนะนำให้งดแอลกอฮอล์อย่างน้อยประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดโอกาสช้ำ

หลังฉีดโบท็อก มีข้อควรทำและข้อห้ามอะไรบ้าง

ฉีดโบท็อก ควรใช้กี่ยูนิต

ข้อปฏิบัติหลังฉีดโบท็อก

วิธีดูแลหลังฉีดโบท็อกที่ทำได้ง่าย ได้แก่

  • ล้างหน้าได้ แต่ไม่ถูหรือนวดแรง
  • แต่งหน้าได้เมื่อรอยเข็มปิดแล้ว โดยลงผลิตภัณฑ์เบา ๆ
  • หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
  • ถ้ามีบวมเล็กน้อยสามารถประคบเย็นเบา ๆ โดยไม่กด
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของแพทย์ เพราะตำแหน่งและปริมาณที่ฉีดต่างกัน

American Academy of Dermatology หรือ AAD ระบุว่าคนส่วนใหญ่กลับไปทำกิจกรรมประจำวันและแต่งหน้าได้ทันที แต่ควรหลีกเลี่ยงการถูหรือนวดบริเวณที่ฉีด

หลังฉีดโบท็อกห้ามทำอะไรบ้าง

ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก ที่ควรเน้นจริง ๆ คือ

  • ไม่กด นวด หรือถูจุดฉีดแรง ๆ ในช่วงแรก
  • เลี่ยง Facial Massage หรือหัตถการที่ต้องกดหน้าอย่างน้อยประมาณ 24 ชั่วโมง
  • เลี่ยงกิจกรรมหนักอย่างน้อย 2 ชั่วโมงตามคำแนะนำของ AAD และหากต้องการลดโอกาสช้ำสามารถเว้นการออกกำลังหนักในวันนั้น
  • ช่วงประมาณ 3-4 ชั่วโมงแรกอาจเลือกนั่งหรือตั้งตัวตรงไว้ก่อนตามแนวทางการดูแลทั่วไป

ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร

หลังฉีดโบท็อก ไม่มีอาหารทั่วไปที่ทำให้ตัวยาสลายหรือหมดฤทธิ์ จึงไม่จำเป็นต้องงดอาหารหลายอย่าง หากไม่แพ้ สามารถกินได้ตามปกติ

  • กินได้ตามปกติ : อาหารทั่วไปกินได้เลย สิ่งที่กังวลเช่น ปลาร้า อาหารทะเล ส้มตำ ชาบู กาแฟ และของดอง กินได้ตามปกติ ไม่มีข้อห้ามเฉพาะหลังฉีดโบท็อก
  • วิตามินและอาหารเสริม : วิตามินทั่วไปกินได้ แต่ถ้าเป็นอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อน
  • แอลกอฮอล์ : เหล้า เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำเลี่ยงประมาณ 24 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะอาจเพิ่มโอกาสหน้าแดงหรือช้ำ
  • ยาฆ่าเชื้อ : สามารถกินได้หากแพทย์สั่ง แต่ควรแจ้งแพทย์ผู้ฉีดว่ากำลังใช้ยาชนิดใด เพราะยาปฏิชีวนะบางกลุ่มอาจเสริมฤทธิ์ของ Botulinum Toxin และไม่ควรหยุดยาเอง

การล้างหน้า แต่งหน้า ทาครีม และมาส์กหน้าหลังฉีดโบท็อก

หลังฉีดโบท็อกสามารถดูแลผิวได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกด ถู หรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ในช่วงแรก

  • ล้างหน้า ทาครีม และแต่งหน้าได้ : ทำได้ตั้งแต่วันเดียวกัน โดยใช้วิธีแตะหรือเกลี่ยเบา ๆ ไม่ถูแรง
  • มาส์กหน้าได้ : หากเป็นมาส์กที่ไม่ต้องนวดหรือกดหน้า สามารถทำได้ แต่ถ้ายังมีอาการแดง บวม หรือระคายเคือง ควรรอให้อาการเหล่านี้ลดลงก่อน
  • ควรเลี่ยง : การนวดหน้า สครับ หรือใช้เครื่องมือที่ต้องกดบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก

โบท็อกซ์กับฟิลเลอร์ต่างกันยังไง

ถ้าถามว่าฉีดโบท็อกซ์กับฟิลเลอร์ต่างกันยังไง ให้ดูจากปัญหาที่ต้องการแก้ไข

  • โบท็อก ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เหมาะกับริ้วรอยจากการขยับหน้า กล้ามเนื้อกราม หรือกล้ามเนื้อบางตำแหน่ง
  • ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ใช้เพิ่มปริมาตรหรือพยุงเนื้อเยื่อ เหมาะกับร่องแก้ม ขมับตอบ คาง หรือจุดที่ขาดวอลลุ่ม
ดังนั้นริ้วรอยที่เกิดจากการขยับหน้าอาจเหมาะกับโบท็อก แต่ร่องลึกจากการยุบตัวของเนื้อเยื่ออาจต้องใช้ฟิลเลอร์หรือวิธีอื่นร่วมด้วย

ฉีดโบท็อกอยู่ได้กี่เดือน

ผลของโบท็อกบริเวณริ้วรอยอยู่ประมาณ 3-4 เดือน จากนั้นการทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมา BOTOX Cosmetic ระบุว่าผลในบริเวณริ้วรอยสามารถอยู่ได้นานถึงประมาณ 4 เดือน

ดังนั้นคำถามที่ว่าโบท็อกควรฉีดทุกกี่เดือน หรือโบท็อกกี่เดือนฉีดที หมอให้คำแนะนำว่าไม่ควรรีบฉีดซ้ำถี่เกินไป ให้เว้นอย่างน้อยประมาณ 90 วันขึ้นไประหว่างการรักษา ส่วนโบท็อกกรามอาจเห็นรูปหน้าที่ชัดเจนได้ช้ากว่าริ้วรอย จึงควรรอประเมินการลดขนาดกล้ามเนื้อก่อนตัดสินใจฉีดซ้ำ

โบท็อกซ์ผู้ชาย มักจะฉีดบริเวณไหน

โบท็อกซ์ผู้ชาย ฉีดบริเวณเดียวกับผู้หญิงได้ โดยจุดที่พบบ่อยคือกราม หน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา และกรอบหน้าผู้ชายบางคนมีกล้ามเนื้อใหญ่หรือแข็งแรงกว่า จึงอาจต้องใช้ปริมาณต่างจากคนอื่น และแพทย์ต้องดูขนาดและแรงของกล้ามเนื้อจริงก่อนฉีด

อาการหลังฉีดโบท็อก

อาการหลังฉีดโบท็อกที่พบได้ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง เช่น รอยแดง บวมเล็กน้อย เจ็บบริเวณเข็ม หรือช้ำ และมักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

  • ฉีดโบท็อกแล้วปวดหัว อาจเกิดขึ้นได้ในบางรายและมักเป็นชั่วคราว หากปวดรุนแรงหรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมควรพบแพทย์
  • ฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าบวม หรือบวมแดง การบวมเล็กน้อยตรงรอยเข็มเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าบวมมาก ลาม มีผื่น หายใจลำบาก หรือปากและคอบวม ควรไปโรงพยาบาลทันที
  • ฉีดโบท็อกแล้วหนังตาตก เกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใกล้เคียงและเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ แม้ไม่บ่อย ควรกลับให้แพทย์ประเมิน
  • ฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน หากเป็นตุ่มเล็กตรงรอยฉีดทันทีอาจเกิดจากของเหลวที่ฉีดและมักยุบ แต่ถ้าก้อนแข็ง บวมแดง เจ็บ หรืออยู่นานผิดปกติควรพบแพทย์
สิ่งที่ควรสังเกตเพิ่มเติม หากมี กลืนลำบาก พูดลำบาก หายใจลำบาก เห็นภาพซ้อน หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ ควรเข้ารับการรักษาเร่งด่วน เนื่องจากฉลาก Botulinum Toxin มีคำเตือนเรื่องการกระจายของฤทธิ์ยาออกนอกบริเวณฉีด แม้เหตุการณ์รุนแรงจะพบได้น้อยก็ตาม

ข้อเสียของการฉีดโบท็อก

ข้อเสียหรือข้อจำกัดของการฉีดโบท็อกที่ควรรู้ ได้แก่

  • ผลไม่ได้อยู่ถาวร ส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 3-4 เดือน
  • ต้องฉีดซ้ำหากต้องการคงผล
  • อาจเกิดบวม ช้ำ ปวด หรือปวดศีรษะชั่วคราว
  • หากตำแหน่งหรือปริมาณไม่เหมาะสม อาจเกิดคิ้วตก หนังตาตก ยิ้มไม่สมดุล หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินไป
  • ไม่สามารถลดไขมัน กระดูก หรือเติมส่วนที่ยุบได้
  • การฉีดกล้ามเนื้อใหญ่ เช่น กราม น่อง หรือแขน อาจมีผลต่อแรงกล้ามเนื้อ จึงไม่ควรฉีดมากโดยดูแค่เรื่องรูปทรง
  • การฉีดถี่เกินความจำเป็นไม่ใช่วิธีทำให้ผลดีขึ้น ควรเว้นระยะตามผลิตภัณฑ์และการประเมินของแพทย์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการฉีดโบท็อก

แต่ละแบรนด์มีสูตร จุดเด่น และจำนวนยูนิตที่ใช้ต่างกัน แนะนำว่าควรเลือกจากยาที่มีทะเบียน อย. เป็นของแท้ และเหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด โดยให้แพทย์ประเมินจากขนาดกล้ามเนื้อและเป้าหมายของแต่ละคน
หลังฉีดควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อยประมาณ 2 ชั่วโมงตามคำแนะนำของ AAD หรือหากเป็นคนช้ำง่าย ให้เลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงแรกหรือภายในวันเดียวกัน เพื่อลดโอกาสบวมช้ำ แต่ไม่จำเป็นต้องงดหลายวัน
แนะนำให้รอประมาณ 3-4 ชั่วโมงหลังฉีด หลังจากนั้นสามารถนอนราบหรือนอนตะแคงได้ตามปกติ โดยหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ในช่วงแรก
โบท็อกเกาหลีกับอเมริกา ต่างกันที่ยี่ห้อ สูตร กระบวนการผลิต ข้อบ่งใช้ และราคาของแต่ละผลิตภัณฑ์ โดยฝั่งอเมริกามักมีข้อมูลการใช้งานและงานวิจัยมากกว่า ส่วนโบท็อกเกาหลีมีหลายแบรนด์และราคามักเข้าถึงง่ายกว่า ทั้งนี้ควรเลือกจากของแท้ มี อย. และความเหมาะสมกับตำแหน่งที่ฉีด
เมื่อใช้ยาที่ถูกต้องและฉีดโดยแพทย์ ความเสี่ยงรุนแรงพบไม่บ่อย แต่ Botulinum Toxin มีความเสี่ยงตั้งแต่บวม ช้ำ หนังตาตก ไปจนถึงการกระจายของฤทธิ์ยาที่อาจทำให้กลืนหรือหายใจลำบาก จึงควรฉีดในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
หน้าเรียวได้จริง หากหน้ากว้างจากกล้ามเนื้อกราม แต่ถ้าหน้ากว้างจากกระดูก ไขมัน หรือผิวหย่อน โบท็อกกรามเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้หน้าเรียวตามที่ต้องการ ควรให้หมอประเมินสาเหตุเพิ่มเติม
ส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนเข็มเล็ก ๆ จิ้มหรือแสบชั่วครู่ และใช้เวลาไม่นาน โดย BOTOX Cosmetic ระบุว่าผู้รับบริการส่วนใหญ่บรรยายความรู้สึกคล้ายการถูกหยิกเล็กน้อย
หากกำลังติดโควิด มีไข้ หรือมีอาการเจ็บป่วย ควรเลื่อนหัตถการจนกว่าจะหายดี ส่วนการเคยติด COVID-19 มาก่อนไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวรของการฉีด Botulinum Toxin
อาการหน้าหรือตาดูแข็งมักเกิดจากกล้ามเนื้อบางส่วนคลายมากเกินไป ไม่มีวิธีทำให้ฤทธิ์โบท็อกหายทันที ควรกลับไปให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเกิดจากกล้ามเนื้อใดและต้องแก้สมดุลหรือรอให้ฤทธิ์ยาค่อย ๆ ลดลง
ตามเกณฑ์ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หากเป็นหัตถการที่มีการฉีดสารผ่านผิวหนังและทำในโรงพยาบาลด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ อาจบริจาคได้ แต่หากทำในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาล แนะนำเว้นอย่างน้อย 4 เดือน จึงควรแจ้งประวัติกับเจ้าหน้าที่ก่อนบริจาคทุกครั้ง
สำหรับข้อมูลของ BOTOX Cosmetic แนะนำว่าควรเว้นการฉีดอย่างน้อยประมาณ 90 วัน ไม่ควรฉีดเติมถี่ ๆ โดยยังไม่รอให้ยาออกฤทธิ์เต็ม เพราะอาจทำให้ใช้ยาเกินความจำเป็น
สำหรับการฉีดเพื่อความงามแนะนำให้เลื่อนจนหลังคลอด เพราะยังไม่มีข้อมูลในหญิงตั้งครรภ์มากพอที่จะยืนยันความปลอดภัย และข้อมูลจากสัตว์ทดลองพบความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ในบางขนาดยา
หากกำลังให้นมลูก ยังไม่แนะนำให้ฉีดโบท็อกเพื่อความงามโดยไม่จำเป็น เพราะข้อมูลเรื่องตัวยาผ่านสู่น้ำนมและผลต่อทารกยังมีจำกัด หากมีเหตุผลทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องฉีด ควรให้แพทย์ประเมินประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายกรณี
ทำได้ในบางกรณี แต่เป็นบริเวณที่ต้องใช้ปริมาณต่ำและอาศัยความเข้าใจกายวิภาคสูง เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อรอบตาอ่อนแรง ยิ้มเปลี่ยน หรือเกิดความผิดปกติของเปลือกตาได้
ควรเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณฉีดอย่างน้อยประมาณ 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นหากไม่มีบวม ช้ำ หรือเจ็บ สามารถกลับไปทำได้ตามปกติ หรือทำตามระยะที่แพทย์ผู้ฉีดแนะนำ
ไม่ควรกดสิวตรงบริเวณที่เพิ่งฉีดในวันแรก เพราะมีการกดและบีบผิวค่อนข้างแรง หากต้องกดสิวหรือทำทรีทเม้นท์ แนะนำเว้นอย่างน้อยประมาณ 24 ชั่วโมง และรอให้อาการแดงหรือบวมจากรอยเข็มหายก่อน
หากยังไม่มีปัญหาที่ต้องรักษาก็ไม่จำเป็นต้องฉีด ควรเริ่มฉีดเมื่อมีข้อบ่งใช้ เช่น ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า กล้ามเนื้อกรามเด่น หรือปัญหาทางการแพทย์ที่ Botulinum Toxin เหมาะสม โดยต้องอยู่ในช่วงอายุที่ผลิตภัณฑ์นั้นได้รับอนุมัติและผ่านการประเมินจากแพทย์

สรุป

การฉีดโบท็อกเหมาะกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ หรือภาวะเหงื่อออกมากบางตำแหน่ง สำหรับคนที่ฉีดครั้งแรก ควรให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และตรวจสอบของแท้ได้

หากสนใจฉีดโบท็อก สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ APEX ได้ทุกสาขา เพื่อประเมินกล้ามเนื้อ วางตำแหน่งฉีด และกำหนดปริมาณให้เหมาะกับแต่ละคน

แหล่งอ้างอิงหลัก

รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว