ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ลดได้จริงไหม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

ปากกาลดน้ำหนัก

หลายคนอาจอยากลองปักปากกาลดน้ำหนัก แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าปลอดภัยและลดได้จริงไหม ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าปากกาตัวนี้คือการใช้ GLP-1 เข้าไปช่วยคุมหิว ให้อิ่มนานขึ้น ลดปัญหาอาการโหยหรือตบะแตก จนน้ำหนักกลับมาดีดขึ้นเร็ว ซึ่งช่วยให้ผู้รับบริการหลาย ๆ เคสแฮปปี้กับการลดน้ำหนักขึ้น แต่ก่อนจะตัดสินใจ วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลสำคัญพร้อมเช็กลิสต์ความเสี่ยงที่ต้องระวังมาให้แล้ว

สารบัญปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร

ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) คือการใช้ตัวยาที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกายอย่าง GLP-1 ซึ่งปกติร่างกายเราจะหลั่งออกมาจากลำไส้เวลาที่กินอาหาร ซึ่งต้องย้ำก่อนว่าไม่ใช่ยาลดน้ำหนัก แต่จะเข้ามาทำหน้าที่เลียนแบบ และส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนกลาง เพื่อสั่งการให้ร่างกายลดความอยากอาหารและส่งสัญญาณอิ่มให้นานขึ้นแทน

*ศัพท์หมอฉบับเข้าใจง่าย : GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) คือฮอร์โมนธรรมชาติที่ลำไส้เราจะหลั่งออกมาหลังกินข้าว เพื่อไปบอกสมองว่าอิ่มแล้วนะ พอได้แล้ว และสั่งให้กระเพาะอาหารย่อยช้าลง เพื่อให้เรารู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น

ปากกาลดน้ำหนักลดได้จริงไหม

ในหลายเคสที่ผ่านมาจะพบว่าปากกาลดน้ำหนักช่วยให้น้ำหนักลดลงได้จริง เพราะตัวยาจะเข้าไปช่วยคุมความหิวและทำให้เราอิ่มนานขึ้นจากอาหารที่ย่อยช้าลง ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจจะไม่เท่ากัน โดยจะได้ผลดีขึ้น หากทำการใช้ปากกาลดน้ำหนักควบคู่ไปกับการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอย่าลืมว่าทั้งหมดนี้ควรอยู่ในการดูแลของคุณหมอผู้ให้บริการด้วย
การทำงานของปากกาลดน้ำหนัก

กลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก

ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ หลักการของปากกาลดน้ำหนัก คือการส่งยาที่หน้าตาเหมือนฮอร์โมนอิ่ม (GLP-1) ในร่างกายเรา เข้าไปสั่งการอวัยวะสำคัญ 3 ส่วน ให้ทำงานสอดประสานกัน ดังนี้

  • สมอง : ตัวยาในปากกาลดน้ำหนักจะไปคุมศูนย์หิว สั่งให้เราอิ่มไวขึ้นและปิดสวิตช์ความหิวลง ทำให้ไม่โหย ไม่กินจุกจิก
  • กระเพาะ : สั่งให้กระเพาะระบายอาหารช้าลง อาหารเลยค้างอยู่นานขึ้น ส่งสัญญาณบอกสมองว่ายังแน่นอยู่ เราเลยอิ่มทนนานกว่าเดิม
  • ระบบเผาผลาญ : ช่วยคุมน้ำตาลให้นิ่ง พอไม่สวิงร่างกายก็ไม่เก็บไขมันเพิ่ม แถมยังเปิดทางให้ดึงไขมันเก่าออกมาเผาผลาญได้ง่ายขึ้น

ลักษณะของปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ถูกออกแบบมาให้ใช้ง่ายเหมือนปากกาทั่วไป ตัวด้ามดูแข็งแรง ทนทาน จับถนัดมือ ส่วนใครที่กลัวเจ็บหายห่วงได้เลย เพราะหัวเข็มเขามีขนาดค่อนข้างเล็ก ที่สำคัญคือตรงปลายด้ามจะมีปุ่มให้เราหมุนปรับระดับยาได้เองตามตัวเลข เพื่อให้ได้ปริมาณยาที่เป๊ะและเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน

ปากกาลดน้ำหนักมีกี่ประเภท

หากสังเกตดูจะเห็นว่าปัจจุบันปากกาลดน้ำหนักมีให้เลือกหลายรุ่น เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน โดยแต่ละตัวจะใช้กลไกฮอร์โมนช่วยคุมหิวในรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งปกติแล้วคุณหมอจะเป็นคนช่วยประเมิน และเลือกแบบที่เหมาะสมกับร่างกายรวมถึงเป้าหมายของเราให้อยู่แล้ว เช่น

  • กลุ่มออกฤทธิ์ทางเดียว Liraglutide (GLP-1) : เลียนแบบฮอร์โมนอิ่มเพื่อคุมหิวและชะลอการย่อยอาหาร มีทั้งรูปแบบฉีดรายวันและรายสัปดาห์
  • กลุ่มออกฤทธิ์สองทาง Semaglutide (GLP-1 & GIP) : รวมพลังฮอร์โมนสองชนิดเพื่อคุมหิวพร้อมปรับระบบเผาผลาญให้ดีขึ้น นิยมฉีดรายสัปดาห์
  • กลุ่มออกฤทธิ์สามทาง Tirzepatide (Triple Hormone) : เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่รวมฮอร์โมนสามชนิดเพื่อเร่งการเบิร์นพลังงานและลดน้ำหนักได้ในประสิทธิภาพ

ปากกาลดน้ำหนัก มี่ยี่ห้อไหนบ้างที่พบบ่อย

การจะเลือกปากกาลดน้ำหนักใช้รุ่นไหนนั้น ไม่ใช่แค่ตามกระแส แต่ต้องดูที่กลไกการออกฤทธิ์ว่าเหมาะกับร่างกายของแต่ละบุคคลไหม โดยมียี่ห้อที่พบบ่อย ดังนี้

  • Saxenda : ปากกาลดน้ำหนักแบบฉีดรายวัน ตัวยาสลายไว ปรับโดสได้ยืดหยุ่น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเพื่อทดสอบการตอบสนองของร่างกาย
  • Wegovy : ฉีดรายสัปดาห์ ออกฤทธิ์ยาวนานและส่งสัญญาณคุมหิวผ่านสมองได้ดี ช่วยลดความอยากอาหารอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาโรคอ้วน
  • Ozempic : ตัวยาเดียวกับ Wegovy แต่เน้นคุมน้ำตาลในเลือดและเบาหวาน การใช้ลดน้ำหนักต้องปรับขนาดการยาโดยคุณหมออย่างเคร่งครัด
  • Mounjaro : ยาฉีดคุมเบาหวานและลดน้ำหนักที่ใช้ตัวยา Tirzepatide ออกฤทธิ์แบบ Dual Agonist เลียนแบบทั้งฮอร์โมน GLP-1 และ GIP
  • Zepbound : ทำงานแบบ Dual Agonist (GLP-1 + GIP) ที่ช่วยทั้งคุมความหิวและปรับระบบจัดการไขมัน เพื่อเร่งการเผาผลาญและลดน้ำหนัก
ตารางเปรียบเทียบปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ
ประเภทของตัวยา ตัวอย่างยี่ห้อ ความถี่ในการใช้ จุดเด่น
Liraglutide (GLP-1) Saxenda ฉีดทุกวัน ปรับโดสยาได้ละเอียด เหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองใช้ปากกาลดน้ำหนัก
Semaglutide (GLP-1) Wegovy, Ozempic ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สะดวก คุมหิวได้นิ่งและนาน ผลลัพธ์ค่อนข้างชัดเจน
Tirzepatide (GLP-1 & GIP) Mounjaro, Zepbound ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ออกฤทธิ์ 2 ทาง ช่วยทั้งคุมหิวและเร่งการเผาผลาญไขมัน
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ปริมาณการฉีดปากกาลดน้ำหนัก

การใช้ปากกาลดน้ำหนักในเคสที่เคยมาใช้บริการ มักจะมีการกำหนดปริมาณยาที่ต่างกันออกไป เพราะร่างกายของแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน โดยปกติแล้วในช่วงแรกเราจะเริ่มจากโดสที่น้อยสุดก่อน เพื่อให้ร่างกายได้ทำความรู้จักและค่อย ๆ ปรับเพิ่ม ดังนี้

ยี่ห้อความถี่ในการฉีดเดือนที่ 1เดือนที่ 2เดือนที่ 3เดือนที่ 4เดือนที่ 5 เป็นต้นไป
Saxendaฉีดทุกวัน0.6 mg1.2 mg1.8 mg2.4 mg3.0 mg
Wegovyสัปดาห์ละครั้ง0.25 mg0.5 mg1.0 mg1.7 mg2.4 mg
Ozempicสัปดาห์ละครั้ง0.25 mg0.5 mg1.0 mg1.0 mg1.0 – 2.0 mg
Mounjaroสัปดาห์ละครั้ง2.5 mg5.0 mg7.5 mg10.0 mg12.5 – 15.0 mg
Zepboundสัปดาห์ละครั้ง2.5 mg5.0 mg7.5 mg10.0 mg12.5 – 15.0 mg
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
ปริมาณยาที่ระบุข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง การทำหัตถการจริงจะมีการปรับระดับโดสให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักจะเกิดอะไรขึ้น โยโย่ไหม

ปัญหาโยโย่หลังใช้ปากกาลดน้ำหนักถือเป็นคำถามที่หมอมักพบบ่อย ๆ ซึ่งก็ต้องตอบตามตรงว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยอาจจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.8 กิโลกรัมต่อเดือนหรือมากกว่านั้นหากไม่ปรับนิสัยการกิน เพราะเมื่อหยุดยา ฮอร์โมนความหิวจะกลับมาทำงานปกติ ทางแก้จึงต้องไม่ได้แค่จ่ายยาแล้วจบ แต่จะต้องวางแผนการปรับไลฟ์สไตล์ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้วันที่หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก ร่างกายจะคงน้ำหนักเอาไว้ไม่ดีดกลับขึ้นมาเร็วกว่าที่ควร

อ้างอิงงานวิจัยจาก The BMJ และ University of Oxford

ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร

โดยปกติแล้ว เมื่อผู้รับบริการเข้ามาปรึกษา ก็จะมีการแนะนำอยู่เสมอว่าปากกาลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนักภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

  • ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนหรือมีค่า BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานและมีโรคประจำตัวร่วมด้วย
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากน้ำหนักตัวเกิน
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผล
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมกินจุกจิกหรือควบคุมความหิวด้วยตัวเองไม่ได้
  • ผู้ที่ต้องการปรับพฤติกรรมการกินเพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
  • ผู้ที่ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด

ปากกาลดน้ำหนัก ไม่เหมาะกับใคร

แม้การใช้ปากกาลดน้ำหนักจะเป็นที่นิยมและดูแลให้ปลอดภัยได้ภายใต้การดูแลของคุณหมอ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน การเช็กสุขภาพและตรวจข้อบ่งชี้ก่อนเริ่มจึงสำคัญ โดยกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษมี ดังนี้

  • สตรีตั้งครรภ์ วางแผนจะมีบุตร หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด MTC
  • ผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกในระบบต่อมไร้ท่อ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ตัวยาหรือส่วนประกอบในปากกาลดน้ำหนัก
  • ผู้ที่เป็นหรือเคยมีประวัติภาวะตับอ่อนอักเสบ
  • ผู้ที่มีปัญหาโรคระบบทางเดินอาหารรุนแรง
  • ผู้ที่มีภาวะตับหรือไตบกพร่องในระดับรุนแรง
  • ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรงหรือมีความเสี่ยงทางด้านจิตเวช
  • เด็กหรือผู้สูงอายุที่มีสภาพร่างกายไม่พร้อมตามเกณฑ์
  • ผู้ที่ใช้ยาลดน้ำหนักชนิดอื่นอยู่ก่อนแล้วโดยไม่ได้ปรึกษาคุณหมอ

การเตรียมตัวก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ก่อนที่เราจะเริ่มใช้ตัวช่วยอย่างปากกาลดน้ำหนัก ควรให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวกันสักนิด เพราะช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับตัวยาได้ดีขึ้น โดยแนะนำให้เริ่มเตรียมตัวง่าย ๆ ดังนี้

  • ควรบอกข้อมูลเรื่องโรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ หรือประวัติการแพ้ยา เพื่อที่จะได้เลือกประเภทของปากกาและปรับขนาดให้เหมาะสม
  • ลองสำรวจตัวเองว่าเราเน้นลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพหรือรูปร่าง และมีไลฟ์สไตล์การกินอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลให้คุณหมอช่วยออกแบบแผนที่เข้ากับเราได้
  • ก่อนวันที่จะเริ่มเข้ามารับบริการ หมอแนะนำให้นอนหลับให้เต็มอิ่ม เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่สดชื่น พร้อมสำหรับการใช้ปากกาลดน้ำหนักในครั้งแรก
  • ควรงดแอลกอฮอล์ล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และพยายามดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการเพลียหรือคลื่นไส้ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่ร่างกายเริ่มปรับตัว

การดูแลตัวเองหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก

หลังเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก ก็จะมีการแนะนำให้ผู้รับบริการดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วยเสมอ เพราะพฤติกรรมมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ตัวยาทำงานได้เต็มที่ โดยมีแนวทางปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

  • เมื่อยาออกฤทธิ์จะเริ่มทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น จึงควรเลือกกินเนื้อสัตว์ไม่ติดมันและผักเป็นหลัก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • พยายามจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน เพราะน้ำจะช่วยลดอาการข้างเคียงอย่างท้องผูกหรือพะอืดพะอม และช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ต่อเนื่อง
  • ช่วงที่ยาคุมหิว หากกินของมันหรือหวานจัดอาจทำให้อึดอัดแน่นท้องหรือคลื่นไส้ได้ง่ายกว่าปกติ แนะนำให้เลี่ยงไปก่อน
  • คอยสังเกตว่าแต่ละสัปดาห์น้ำหนักลดลงเท่าไหร่ หรือความรู้สึกหิวเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลให้หมอช่วยปรับขนาดโดสยาในรอบถัดไป
  • เมื่อร่างกายเริ่มชินกับยาแล้ว การออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลง แถมยังช่วยให้รูปร่างกระชับได้สัดส่วนที่สวยงาม

ปากกาลดน้ำหนักปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

สำหรับใครที่กังวลว่าปากกาลดน้ำหนักปลอดภัยไหม ขออธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนัก สามารถดูแลให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้บ้างในช่วงแรก เช่น

  • อาการระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ พะอืดพะอม อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวเข้ากับยา
  • แน่นท้อง ท้องอืด ตัวยาทำให้กระเพาะบีบตัวช้าลง ทำให้อาหารค้างอยู่นานขึ้น หากทานมื้อใหญ่เกินไปจะรู้สึกอึดอัดมากเป็นพิเศษ
  • เวียนศีรษะหรือเพลีย เกิดขึ้นได้จากการที่ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยลง หรือกำลังปรับสมดุลระดับน้ำตาลในช่วงเริ่มต้น
  • ภาวะนิ่วในถุงน้ำดี อาจพบได้ในกรณีที่น้ำหนักตัวลดลงเร็วเกินไป ซึ่งเป็นผลจากการลดน้ำหนักแบบฉับพลัน

ข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

เพื่อให้การใช้ปากกาลดน้ำหนักได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ หมออยากให้ผู้รับบริการให้ความสำคัญกับข้อควรระวังเหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้ในเบื้องต้น เช่น

  • ห้ามซื้อยาใช้เองโดยไม่ปรึกษาหมอ เสี่ยงเจอของปลอมหรือยาไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจเกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย
  • ไม่ปรับเพิ่มปริมาณยาเองตามใจชอบ การใช้ยาเกินขนาดไม่ได้ช่วยให้ลดเร็วขึ้น แต่จะทำให้เกิดผลข้างเคียงหนักเกินจำเป็น
  • ระวังการใช้ร่วมกับยาหรืออาหารเสริมอื่น ควรแจ้งหมอให้ครบถ้วนว่าทานยาตัวไหนอยู่ เพื่อป้องกันยาตีกันจนระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป
  • ไม่ใช้ปากการ่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด ปากกาเป็นของใช้ส่วนบุคคล แม้จะเปลี่ยนเข็มใหม่ก็ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อและปนเปื้อน
  • สังเกตอาการผิดปกติรุนแรง หากปวดท้องรุนแรงลามไปถึงหลัง คลำพบก้อนที่คอ หรือหายใจลำบาก ให้หยุดใช้และรีบมาพบหมอทันที

ปากกาลดน้ำหนักราคาเท่าไหร่

ราคาของปากกาลดน้ำหนักมักแตกต่างกันไป ซึ่งอาจมีการจัดแพ็กเกจรวมกับบริการอื่น ๆ อย่างโปรแกรม 1 Week 1 Kilo ซึ่งมีราคาเพียง 990 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของยาและปริมาณโดสที่คุณหมอประเมินให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายรวมถึงเป้าหมายการลดน้ำหนัก แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ

ผลลัพธ์ปากกาลดน้ำหนักจากเคสที่หมอดูแล

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

คำถามเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนักที่คนไข้มักถามหมอ

แม้ตัวยาจะถูกออกแบบมาให้ฉีดเองได้ไม่ยาก แต่เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อรับการตรวจร่างกายและวางแผนการใช้อย่างใกล้ชิด รวมถึงอยู่ภายใต้การดูแลของหมอโดยตลอด
ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักเริ่มขยับลงได้ตั้งแต่ช่วง 2-4 สัปดาห์แรก ซึ่งมักจะแนะนำให้ดูแลต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไปเพื่อให้ร่างกายปรับระบบการเผาผลาญได้อย่างเหมาะสม
ปัญหาโยโย่หลังหยุดปากกาลดน้ำหนัก มักเกิดจากการกลับไปมีพฤติกรรมการกินแบบเดิมหรือไม่ได้ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม จึงมักเน้นย้ำให้ปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วยเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้นิ่ง
ข้อห้ามสำคัญในการใช้ปากกาลดน้ําหนัก คือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต หรือสตรีมีครรภ์และให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยง ซึ่งหมอจะต้องคัดกรองประวัติสุขภาพอย่างละเอียด
ปริมาณการใช้ปากกาลดน้ำหนักใน 1 แท่งจะขึ้นอยู่กับขนาดโดสที่คุณหมอกำหนดให้ในแต่ละครั้ง โดยทั่วไปหากใช้ในโดสเริ่มต้น 0.6 mg จะสามารถฉีดได้ประมาณ 30 ครั้ง หรือใช้ได้นานประมาณ 1 เดือนเต็มต่อแท่ง

สรุป

จากประสบการณ์ของคนที่เคยใช้ปากกาลดน้ำหนักมาก่อน ส่วนใหญ่ก็มักบอกว่าช่วยให้การลดน้ำหนักแฮปปี้ขึ้น จึงเปรียบเป็น ‘ตัวช่วยคุมหิว’ ที่ใช้ GLP-1 ส่งสัญญาณบอกสมองให้เราอิ่มไว ไม่กินจุกจิก แต่ต้องย้ำว่ามันไม่ใช่ยาวิเศษที่ฉีดปุ๊บจะผอมปั๊บ ต้องควบคู่กับการปรับนิสัยการกินเพื่อป้องกันโยโย่ในระยะยาว ที่สำคัญต้องปรึกษาคุณหมอ เพื่อประเมินสุขภาพและโดสยาก่อนเสมอ ซึ่งมักเริ่มใช้ในปริมาณน้อยเช่น 0.6, 0.25 หรือ 2.5 มิลลิกรัมขึ้นอยู่กับประเภทที่เลือก

ช่องทางการติดต่อ

รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว