10 วิธีลดน้ำหนัก แบบไม่หักโหม จากเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน

ว.66289
10 วิธีลดน้ำหนัก
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

เวลาพูดถึงวิธีลดน้ำหนัก หลายคนรู้สึกว่าต้องคุมอาหารหนัก ๆ หรือออกกำลังกายเยอะ ๆ แต่จริง ๆ หมอมองว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มขนาดนั้นค่ะ ลองเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำได้จริงวันละ 1–2 อย่างก่อน เพราะน้ำหนักไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารอย่างเดียว ทั้งการนอน ความเครียด การขยับตัว และสุขภาพของแต่ละคนก็มีส่วนเหมือนกัน แต่จะต้องเริ่มยังไงดีวันนี้หมอรวมมาให้แล้ว

เริ่มลดน้ำหนักอย่างไร ให้ทำต่อได้จริง

ถ้าถามหมอว่าจะเริ่มลดน้ำหนักตรงไหนดี หมอมักไม่ได้เลือกวิธีลดน้ำหนักจากการให้ตัดอาหารทุกอย่างทันที แต่อยากให้ลองแบบ Small Habit > Big Change มองกิจวัตรประจำวันก่อนว่ามีตรงไหนที่ปรับได้โดยไม่รู้สึกว่าชีวิตยากขึ้นมาก เช่น

พฤติกรรมเดิม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (พฤติกรรมใหม่)
กินจากถุงหรือกล่องใหญ่ แบ่งใส่จานก่อนกิน
นั่งต่อทันทีหลังอาหาร ลุกเดินเบา ๆ
มื้ออาหารมีแป้งเป็นหลัก เพิ่มแหล่งโปรตีนและผัก
ดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำ ค่อย ๆ ลดความหวาน หรือสลับดื่มน้ำเปล่า
นั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง หาโอกาสลุกและขยับระหว่างวัน
นอนดึกเป็นประจำ ค่อย ๆ ขยับเวลานอนให้เพียงพอ

วิธีลดน้ำหนักพวกนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าทำได้ทุกวัน พฤติกรรมเราจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเอง โดยไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา

10 วิธีลดน้ำหนักแบบไม่หักโหม ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ถ้าอยากเริ่มลดน้ำหนักแบบไม่กดดันตัวเอง ลองเริ่มทำตามวิธีลดน้ำหนักจากเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวันก่อน และค่อย ๆ ปรับให้เข้ากับชีวิตเรา เช่น

เดิน 10 นาทีหลังมื้อเย็น

1. เดิน 10 นาทีหลังมื้อเย็น

ถ้าปกติกินเสร็จแล้วนั่งต่อ ลองเปลี่ยนเป็นเดินเบา ๆ สัก 10 นาที จะเดินรอบบ้าน ลงไปซื้อของ หรือพาน้องหมาไปเดินเล่นก็ได้ ไม่ต้องเดินเร็วมาก จุดสำคัญคือให้ร่างกายได้ขยับเพิ่มจากเดิม และทำให้วิธีลดน้ำหนักนี้เป็นกิจวัตรที่ทำซ้ำได้ง่าย

ใช้จานใบเล็กลง 1 ไซซ์ในมื้อที่กินเยอะ

2. ใช้จานใบเล็กลง 1 ไซซ์ในมื้อที่กินเยอะ

ขนมถุงใหญ่บางทีเราไม่รู้ตัวเลยว่ากินไปแค่ไหน ยิ่งมีมื้อที่รู้ตัวว่ามักตักเยอะด้วยก็ยิ่งเพลิน ลองเปลี่ยนมาใช้จานที่เล็กลงกว่าปกติสักหนึ่งขนาด ช่วยให้เห็นปริมาณอาหารตรงหน้าชัดขึ้น และช่วยลดโอกาสตักเกินแบบไม่รู้ตัว

วางน้ำเปล่าไว้ใกล้ตัวตลอดวัน

3. วางน้ำเปล่าไว้ใกล้ตัวตลอดวัน

บางทีเราไม่ได้หิว แต่หยิบเครื่องดื่มหวานเพราะมันอยู่ใกล้มือมากกว่า ลองตั้งขวดน้ำไว้บนโต๊ะหรือพกติดตัวดูก่อน ถ้ามีน้ำอยู่ตรงหน้าเรามักหยิบดื่มง่ายขึ้น และอาจช่วยลดจำนวนแก้วหวานระหว่างวันได้โดยไม่ต้องฝืนมาก

เพิ่มโปรตีน 1 อย่างในมื้อเช้า

4. เพิ่มโปรตีน 1 อย่างในมื้อเช้า

อีกเรื่องที่หมออยากให้ลองดูคือโปรตีนในมื้อเช้า ถ้ามื้อเช้าส่วนใหญ่มีแต่กาแฟ ขนมปัง หรือของหวาน ลองเพิ่มไข่ โยเกิร์ต นม หรือโปรตีนอย่างอื่นเข้าไปอีกหนึ่งอย่าง ไม่ต้องจัดเมนูใหม่ทั้งหมด แค่เพิ่มให้มื้อนั้นอิ่มอยู่ท้องขึ้น ก็ช่วยให้ไม่หิวเร็วเกินไปช่วงสายได้

ลุกเดิน 3–5 นาทีทุก 1 ชั่วโมง

5. ลุกเดิน 3–5 นาทีทุก 1 ชั่วโมง

คนทำงานหน้าคอมไม่จำเป็นต้องรอเลิกงานแล้วค่อยออกกำลังกายอย่างเดียวนะ ยิ่งรอ ยิ่งผลัด ก็ไม่ได้ขยับร่างกายสักที หมอว่าอาจตั้งเตือนไว้ทุกชั่วโมง ลุกไปเติมน้ำ เข้าห้องน้ำ หรือเดินยืดเส้นสั้น ๆ แค่นี้ก็ดีกว่านั่งติดกันยาวหลายชั่วโมง

เตรียมของว่างไว้ก่อนช่วงที่หิวประจำ

6. เตรียมของว่างไว้ก่อนช่วงที่หิวประจำ

หมอว่าวิธีลดน้ำหนักข้อนี้หลายคนน่าจะทำตามได้ถ้ารู้ตัวว่าบ่ายสามทีไรหิวทุกวัน ลองเตรียมของว่างง่าย ๆ ไว้ก่อน เช่น ผลไม้ ไข่ต้ม หรือโยเกิร์ต ดีกว่ารอจนหิวมากแล้วค่อยเลือก เพราะตอนนั้นเรามักหยิบอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้และกินเกินได้ง่ายกว่า ถ้าเผลอไปสั่งขนมตอนหิวก็อาจจะกินเยอะเกินไปได้

เคี้ยวให้ช้าลง

7. เคี้ยวให้ช้าลง

บางคนกินเร็วมากจนอาหารหมดก่อนที่จะรู้ตัวว่าเริ่มอิ่มแล้ว ไม่ต้องจับเวลามื้ออาหารค่ะ แค่ลองวางช้อนบ้าง เคี้ยวให้ช้าลง หรือหยุดสักนิดระหว่างมื้อ วิธีนี้ช่วยให้เราได้เช็กตัวเองว่า ยังหิวอยู่จริง ๆ หรือกินต่อเพราะความเคยชิน

กำหนดเวลาหยุดกินตอนกลางคืน

8. กำหนดเวลาหยุดกินตอนกลางคืน

สำหรับคนที่ชอบหาอะไรกินตอนดึก ลองตั้งเวลาคร่าว ๆ ว่าหลังช่วงไหนจะไม่กินเพิ่มแล้ว ช่วยตัดการกินเล่นจากความเคยชิน แต่ไม่ใช่บังคับให้อดทั้งที่หิว แนะนำว่าอาจจะเว้นมื้อสุดท้ายให้เสร็จก่อนนอนประมาณ 2–3 ชั่วโมงก็ได้

นอนเร็วขึ้นจากเดิม 30 นาที

9. นอนเร็วขึ้นจากเดิม 30 นาที

วิธีลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องโฟกัสแค่เรื่องอาหารหรือการออกกำลังกายอย่างเดียว เพราะจริง ๆ การนอนก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าปกตินอนดึกมาก ลองเริ่มจากเข้านอนเร็วขึ้นวันละ 30 นาทีก่อน แล้วค่อยปรับเพิ่มเมื่อร่างกายเริ่มชิน

ถ้ากินข้าวนอกบ้าน ให้เลือกของทอดแค่ 1 อย่าง

10. ถ้ากินข้าวนอกบ้าน ให้เลือกของทอดแค่ 1 อย่าง

สำหรับคนที่กำลังหาวิธีลดน้ำหนักแต่ยังต้องกินข้าวนอกบ้านบ่อย ๆ ไม่จำเป็นต้องสั่งทุกอย่างเป็นเมนูคลีน ลองเลือกของทอดหรือของมันที่อยากกินจริง ๆ แค่หนึ่งอย่าง แล้วเมนูอื่นค่อยเลือกเป็นต้ม ย่าง หรือนึ่ง จะทำตามได้ง่ายกว่า

วิธีลดน้ำหนักด้วยการทำ IF จัดตารางยังไงดี

IF (Intermittent Fasting) คือการกำหนดช่วงเวลากินและช่วงที่งดอาหารให้ชัดเจน โดยไม่ได้เน้นว่าต้องอดทั้งวัน แต่ช่วยจำกัดช่วงเวลาที่เรากินในแต่ละวัน เช่น

รูปแบบ IF ช่วงกินอาหาร ช่วงงดอาหาร เหมาะกับใคร
12:12 08.00–20.00 น. 20.00–08.00 น. คนที่เพิ่งเริ่ม อยากปรับเวลากินก่อน
14:10 09.00–19.00 น. 19.00–09.00 น. มือใหม่ที่อยากเริ่ม IF แบบไม่หักโหม
16:8 10.00–18.00 น. 18.00–10.00 น. คนที่เริ่มชินกับการเว้นมื้อแล้ว
18:6 12.00–18.00 น. 18.00–12.00 น. คนที่ทำ IF มาระยะหนึ่งและจัดมื้ออาหารได้ดี

ถ้าเพิ่งเริ่มทำหมอแนะนำว่าไม่ต้องรีบอดนานตั้งแต่วันแรกอาจเริ่มจาก 14:10 เช่น กินช่วง 09.00–19.00 น. แล้วเว้นอาหาร 14 ชั่วโมงก่อน ถ้าร่างกายปรับตัวได้ค่อยขยับเป็น 16:8 เช่น กินช่วง 10.00–18.00 น.

*ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่าง สามารถขยับเวลาให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้

ลดน้ำหนักเดือนละกี่กิโลถึงไม่หักโหม

จริง ๆ หมอไม่อยากให้ทุกคนยึดตัวเลขเดียวกัน เพราะน้ำหนักตั้งต้น สุขภาพ และพฤติกรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แนวทางทั่วไปมักพูดถึงการลดแบบค่อยเป็นค่อยไปประมาณ 0.5–1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องลดได้ตามนี้นะ ถ้าน้ำหนักลงช้ากว่านี้แต่พฤติกรรมดีขึ้นและทำต่อได้ก็ยังถือว่าเป็นทิศทางที่ดี

ลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกายเลยได้ไหม

น้ำหนักเกี่ยวข้องกับทั้งอาหารและพลังงานที่ร่างกายใช้ แต่หมอไม่อยากให้มองการเคลื่อนไหวแค่ในแง่ “ต้องเผาผลาญเพื่อให้น้ำหนักลด” เพราะถ้ายังไม่พร้อมออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราว ก็ลองวิธีลดน้ำหนักที่เริ่มจากเดิน ขึ้นบันได ทำงานบ้าน หรือขยับตัวให้มากกว่าเดิมก่อนก็ได้

ลดน้ำหนักต้องงดแป้ง งดของหวานทั้งหมดไหม

ไม่จำเป็นต้องตัดอาหารที่ชอบทั้งหมดออกจากชีวิต แค่ต้องดูปริมาณและความถี่ให้เหมาะสม เป้าหมายคือให้เรากินอาหารในรูปแบบที่ยังอยู่กับมันได้จริง ไม่ใช่ทำได้ 7 วันแล้วกลับไปกินเหมือนเดิมทั้งหมด

ปรับ Lifestyle แล้ว แต่ทำไมน้ำหนักยังไม่ลด

ถ้าใครที่ลองปรับอาหาร การนอน และการเคลื่อนไหวแล้ว แต่น้ำหนักยังลงยาก หิวบ่อย หรือคุมอาหารลำบาก มีหลายสาเหตุ เช่น

  • กินมากกว่าที่คิดโดยไม่รู้ตัว
  • โปรตีนหรือไฟเบอร์น้อย เลยหิวบ่อย
  • นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ
  • เครียดแล้วกินจุกจิกมากขึ้น
  • ขยับตัวระหว่างวันน้อย
  • น้ำหนักเข้าสู่ช่วงคงที่ชั่วคราว
  • ยาบางชนิดหรือภาวะสุขภาพบางอย่างมีผลต่อน้ำหนัก

จุดนี้หมอมองว่าควรประเมินหาสาเหตุ หรือจัดโปรแกรมเสริมเพิ่มเติม เช่น โปรแกรมคุมหิว เพราะบางคนอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ทั้งเรื่องสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ การนอน หรือระบบเผาผลาญของแต่ละคน

โปรแกรมคุมหิวช่วยอะไร

ในบางเคสหมออาจพิจารณาโปรแกรมควบคุมหิวด้วยยากลุ่ม GLP-1 receptor agonist หรือที่เรียกกันว่าเปปไทด์คุมหิวเข้ามาช่วยเรื่องความหิวและความอิ่ม แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ ก่อนใช้ต้องประเมินทั้งน้ำหนัก BMI โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และข้อควรระวังของยาแต่ละชนิดก่อน

หมออยากย้ำว่า ยากลุ่มนี้ไม่ควรซื้อมาใช้เองนะคะ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเหมาะหรือไม่ และติดตามระหว่างใช้ซึ่ง FDA และหลายแหล่งทางการแพทย์ก็แนะนำไว้เหมือนกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักแต่หิวบ่อยทำยังไงดี

หมอแนะนำให้ลองดูว่ามื้อหลักมีโปรตีน ผัก และอาหารที่อิ่มอยู่ท้องพอไหม เพราะถ้ากินน้อยเกินไปหรือเว้นมื้อนานมาก ก็ยิ่งหิวและหลุดกินเกินได้ง่าย

ลดน้ำหนักแล้วกินมื้อเย็นได้ไหม

หมอไม่แนะนำให้ตัดมื้อเย็นทิ้งเพียงเพราะกำลังลดน้ำหนัก เพราะสุดท้ายสิ่งสำคัญกว่าคือปริมาณอาหารรวมทั้งวันและสิ่งที่เราเลือกกิน ถ้ามื้อเย็นไม่หนักเกินไป มีโปรตีน ผัก และจัดปริมาณให้เหมาะ ก็ยังอยู่ในแผนลดน้ำหนักได้

ทำไมลดน้ำหนักช่วงแรกลง แล้วหลัง ๆ ไม่ลง

ช่วงแรกน้ำหนักอาจลงจากทั้งน้ำและพลังงานที่ลดลง พอร่างกายและพฤติกรรมเริ่มคงที่ น้ำหนักก็อาจช้าลงหรือค้างได้เป็นช่วง ๆ ซึ่งเจอได้

โปรแกรมคุมหิวใช้ได้ทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคน เพราะหมอต้องประเมินก่อนทั้ง BMI สุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และข้อควรระวังของแต่ละคนก่อนพิจารณาใช้

สรุป

วิธีลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการอดหรือออกกำลังกายหนักเสมอไป แค่ค่อย ๆ ปรับเรื่องกิน การขยับตัวและการนอนให้ดีขึ้นทีละอย่าง ก็ช่วยให้เราดูแลน้ำหนักได้แบบไม่กดดันตัวเองเกินไป ถ้าทำต่อเนื่องแล้วแต่น้ำหนักยังลงยาก หรือคุมอาหารลำบาก หมอแนะนำให้ประเมินเพิ่มเติมว่ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วยหรือไม่

บางคนอาจเหมาะกับโปรแกรมคุมหิวเข้ามาช่วย แต่ต้องให้แพทย์ประเมินก่อน และยังต้องทำควบคู่กับการปรับ Lifestyle ให้เหมาะสมด้วย

แหล่งข้อมูล

แชร์บทความ :
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
รีวิวปลูกผมที่ APEX
รีวิว

รีวิวปลูกผม ที่ APEX รวมเคสจริง ก่อน-หลังปลูกผม

สำหรับใครที่กำลังกังวลเรื่องผมบาง ศีรษะล้าน หรือแนวไรผมถอยร่น และอยากรู้ว่าหลังปลูกผมแล้วจะเปลี่ยนไปแค่ไหน การดูรีวิวปลูกผม จากเคสจริงอาจช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

อ่านต่อ »
BMI ดัชนีมวลกาย คืออะไร คำนวณยังไง
บทความน่ารู้

BMI ดัชนีมวลกาย คืออะไร คำนวณยังไง แค่ไหนน้ำหนักเกิน

หลายคนพอเห็นคำว่า BMI ก็มักนึกถึงแค่ตัวเลขว่าผอมหรืออ้วน แต่จริง ๆ แล้วค่า BMI เป็นค่าที่ช่วยให้เราเช็กภาพรวมน้ำหนักได้ง่ายมากจากแค่น้ำหนักกับส่วนสูง

อ่านต่อ »
ฟิลเลอร์แท้ ดูยังไง เช็คฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนบ้างที่ผ่าน อย. ไทย
บทความน่ารู้

ฟิลเลอร์แท้ ดูยังไง เช็คแหล่งที่มาของแต่ละยี่ห้อและวิธีตรวจสอบกับ อย. ไทย

ฟิลเลอร์แท้ เป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนฉีด เพราะฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อและหลายรุ่น ควรเช็กทั้งชื่อรุ่น เลข Lot ฉลาก แหล่งที่มา และข้อมูลการอนุญาต

อ่านต่อ »
อายุ 40+ ลดน้ำหนัก
บทความน่ารู้

อายุ 40+ ลดน้ำหนักอย่างไร ทำไมลดยาก พร้อมวิธีกินและออกกำลังกายให้ได้ผล

พอเข้าสู่วัย 40 หลายคนเริ่มรู้สึกว่าใช้วิธีลดน้ำหนักแบบเดิมแล้วน้ำหนักไม่ลงเหมือนเมื่อก่อน ทั้งที่ก็ไม่ได้กินมากขึ้น การลดน้ำหนักหลังอายุ 40 จึงควรเน้นการควบคุมพลังงาน

อ่านต่อ »