เมโสหน้าใส คืออะไร มีกี่สูตร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล ราคาเท่าไหร่

เมโสหน้าใส คืออะไร มีกี่สูตร กี่ครั้งเห็นผล ราคาเท่าไหร่

เมโสหน้าใสเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิว ซึ่งก็มีทั้งสูตรเติมความชุ่มชื้น วิตามิน และสารบำรุงอื่น ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกสูตรจะเหมาะกับทุกปัญหาผิว แล้วเราควรเลือกสูตรไหนดี เมโสหน้าใสกี่ครั้งเห็นผล ฉีดครั้งเดียวได้ไหม และต้องกลับมาฉีดบ่อยแค่ไหน หมอจะอธิบายให้เข้าใจกันเบื้องต้นก่อน

สารบัญ เมโสหน้าใส

เมโสหน้าใส คืออะไร

เมโสหน้าใส (Facial Mesotherapy) คือเป็นเทคนิคการใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารเข้าสู่ผิว เช่น Hyaluronic Acid (HA) วิตามิน หรือสารบำรุงอื่น ๆ เพื่อดูแลปัญหาผิวตามคุณสมบัติของแต่ละสูตร โดยเฉพาะผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และผิวที่ดูหมองคล้ำ

ทำไมถึงเรียกว่าเมโส

คำว่าเมโสเป็นคำเรียกติดปากมาจาก Mesotherapy ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1958 เป็นชื่อเรียกเทคนิคการฉีดสารเข้าสู่เนื้อเยื่อ ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อหรือสูตรยา ส่วนเมโสหน้าใสก็คือการนำเทคนิคนี้มาใช้กับการดูแลผิวนั่นเอง

เมโสหน้าใสมีกี่ประเภท

ถ้าแบ่งเมโสหน้าใสตามวิธีนำสารบำรุงเข้าสู่ผิว หมอจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  • เมโสหน้าใสแบบฉีด หมอจะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิว โดยเลือกสูตรให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน
  • เมโสหน้าใสแบบไม่ใช้เข็ม วิธีนี้ไม่ต้องฉีด แต่จะใช้เครื่องมือช่วย เช่น เทคโนโลยี Electroporation

เมโสหน้าใสทำงานอย่างไร

เวลาฉีดเมโสหน้าใส สารจะถูกนำเข้าสู่ชั้นผิวตามเทคนิคและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ จากนั้นก็ออกฤทธิ์ตามคุณสมบัติของส่วนผสม เช่น HA ช่วยอุ้มน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนวิตามินหรือสารชนิดอื่นจะมีกลไกต่างกัน จึงไม่ได้ให้ผลเหมือนกันทุกสูตร
วิธีการฉีดเมโสหน้าใส

วิธีการฉีดเมโสหน้าใส มีกี่แบบ

การฉีดเมโสหน้าใสมีหลายเทคนิค แต่ที่มักพูดถึงกันจะมี 2 แบบ ได้แก่

  • ฉีดแบบสะกิด ใช้เข็มฉีดตื้น ๆ เป็นจุดถี่ ๆ เพื่อกระจายสารในบริเวณที่ต้องการ หลังฉีดอาจมีรอยแดงหรือตุ่มนูนเล็ก ๆ
  • ฉีดเป็นจุด ฉีดตามตำแหน่งที่แพทย์กำหนด เช่น เทคนิค 16 จุด โดยจำนวนจุด ปริมาณสาร และความลึกต้องเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้

เมโสหน้าใสช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เมโสหน้าใสไม่ได้เหมาะกับทุกปัญหาผิว ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของแต่ละสูตรและสภาพผิวของคนไข้ ส่วนใหญ่ก็จะเหมาะกับ

  • ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น
  • ผิวดูหมองคล้ำ ไม่สดใส
  • ผิวหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน
  • ริ้วรอยตื้นจากผิวขาดน้ำ
  • ผิวที่ดูโทรมหรือขาดการดูแล


แต่ถ้าเคสไหนเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ หลุมสิว หรือริ้วรอยลึก หมอจะประเมินเป็นรายเคส เพราะเมโสหน้าใสทั่วไปอาจช่วยดูแลคุณภาพผิวได้ แต่ไม่ได้แก้ทุกปัญหาโดยตรง บางเคสจึงอาจต้องใช้วิธีรักษาอื่นร่วมด้วย

ข้อดี-ข้อควรระวังของเมโสหน้าใส

ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสหน้าใส หมออยากให้ลองดูทั้งข้อดีและข้อควรระวังควบคู่กัน เพราะแม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีบางเรื่องที่ควรรู้ก่อนฉีด ดังนี้

ข้อดีเมโสหน้าใส

  • ส่งสารบำรุงลงลึกถึงชั้นผิว
  • เน้นดูแลเฉพาะจุดที่กังวลได้
  • ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวดูเนียนขึ้น
  • ทำไว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น 
  • เลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวเราได้ 

ข้อควรระวังเมโสหน้าใส

  • ไม่ได้เหมาะกับทุกปัญหาผิว ต้องเช็กส่วนผสมก่อนทำ
  • ถ้าเลือกสูตรไม่ตรงจุด ผลลัพธ์อาจยังไม่ชัดเจน
  • หลังฉีดอาจมีตุ่มนูน รอยแดง หรือรอยช้ำชั่วคราว
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร อาจต้องกลับมาทำซ้ำเรื่อย ๆ
  • ถ้าตัวยาหรือขั้นตอนไม่สะอาด เสี่ยงแพ้หรือติดเชื้อได้
เมโสหน้าใสมีกี่สูตร

เมโสหน้าใสมีกี่สูตร แต่ละสูตรต่างกันอย่างไร

เมโสหน้าใสไม่มีจำนวนสูตรตายตัว เพราะแต่ละคลินิกอาจใช้ผลิตภัณฑ์หรือชื่อโปรแกรมต่างกัน หมอจึงอยากให้ดูส่วนผสมหลักมากกว่าชื่อสูตร โดยแบ่งกลุ่มที่พบได้บ่อยดังนี้

เมโสหน้าใสสูตรเติมความชุ่มชื้น

เน้น Hyaluronic Acid (HA) ที่ช่วยอุ้มน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว เหมาะกับคนที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือมีริ้วรอยตื้น ๆ โดยหมอจะเลือกชนิดของ HA ให้เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ฉีด

เมโสหน้าใสสูตรวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ

เมโสหน้าใสกลุ่มนี้มักมีวิตามิน เช่น วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ เน้นดูแลผิวหมองคล้ำหรือผิวที่ดูโทรม แต่ไม่ใช่ทุกสูตรจะช่วยลดฝ้า กระ หรือจุดด่างดำได้ แต่ก็ต้องดูที่ส่วนผสมด้วยนะ

เมโสหน้าใสสูตรกรดอะมิโนหรือเปปไทด์

เน้นกรดอะมิโน เช่น Glycine หรือ Proline ซึ่งเป็นส่วนประกอบของคอลลาเจน รวมถึงเปปไทด์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ผิว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกสูตรจะกระตุ้นคอลลาเจนได้จริงนะ
แล้วควรเลือกสูตรไหนดี? หมอแนะนำให้ดูปัญหาผิวเป็นหลักก่อนครับ เพราะบางคนต้องการแค่เพิ่มความชุ่มชื้น แต่บางคนมีฝ้าหรือรอยดำที่ควรรักษาด้วยวิธีอื่น การเลือกสูตรจึงไม่ใช่แค่ดูว่ายี่ห้อไหนกำลังนิยม

เมโสหน้าใส มียี่ห้ออะไรบ้าง

เมโสหน้าใสที่เห็นตามคลินิกมีอยู่หลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละตัวก็มีส่วนผสมต่างกัน ตัวอย่างที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อกัน เช่น

  • Made Collagen (มาเด้คอลลาเจน) ชื่อนี้หลายคนน่าจะคุ้นกันดี มักถูกพูดถึงในกลุ่มคนที่กังวลเรื่องสิว ผด หรือผิวระคายเคืองง่าย
  • Filorga มีทั้ง HA วิตามิน และสารบำรุงหลายชนิด ส่วนใหญ่จะนึกถึงตัวนี้กันเวลาพูดเรื่องผิวแห้งหรือผิวดูโทรม
  • REVS ตัวนี้มี HA และ PN เป็นส่วนผสม จึงมักถูกนำมาใช้ในโปรแกรมที่เน้นดูแลความชุ่มชื้นและริ้วรอยเล็ก ๆ
  • Tensonez อีกชื่อที่อาจเห็นตามคลินิก มักเสนอในกลุ่มโปรแกรมดูแลผิวหมองคล้ำและผิวไม่สม่ำเสมอ
  • Neo-Glutanex Glow เป็นสูตรที่มีสารบำรุงหลายชนิด คนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องผิวหมองคล้ำอาจเคยเห็นชื่อนี้ผ่านตา
  • Cytocare มีให้เลือกหลายรุ่น แต่ละรุ่นผสม HA และสารบำรุงต่างกัน จึงต้องดูก่อนว่าเป็นรุ่นไหน

บางคลินิกอาจมีการตั้งชื่อโปรแกรมขึ้นมาเพื่อใช้ทางการตลาด หมอจึงแนะนำให้สอบถามก่อนว่าใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน มีส่วนผสมอะไรและเหมาะกับเราไหม

นอกจากเมโสหน้าใส มีเมโสสูตรอื่นอีกไหม

นอกจากเมโสหน้าใสแล้ว ยังมีเมโสอีกหลายกลุ่มที่เรียกชื่อตามปัญหาที่ต้องการดูแล ซึ่งแต่ละกลุ่มจะใช้สารและมีจุดประสงค์ต่างกัน โดยที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • เมโสแฟต
  • เมโสผม
  • เมโสลดริ้วรอย
  • เมโสใต้ตา
  • เมโสลดฝ้า

ฉีดเมโสหน้าใสบริเวณไหนได้บ้าง

ตำแหน่งที่หมอส่วนใหญ่อาจพิจารณาฉีดเมโสหน้าใส ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์ เช่น

  • บริเวณหน้าผาก
  • บริเวณแก้ม
  • บริเวณรอบปาก
  • บริเวณคาง
  • บริเวณลำคอ

ใครเหมาะกับฉีดเมโสหน้าใส

เมโสหน้าใสไม่ได้เหมาะแค่กับคนที่อยากให้หน้าดูใสขึ้นนะ แต่ยังเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่มีปัญหาผิวเหล่านี้ด้วย

  • คนที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ค่อยติด
  • คนที่ผิวหมองคล้ำ ดูโทรม ไม่สดใส
  • คนที่ผิวหยาบกร้าน ผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน
  • คนที่มีริ้วรอยตื้น ๆ จากผิวขาดความชุ่มชื้น
  • คนที่ต้องการบำรุงผิวด้วยการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง

ฉีดเมโสหน้าใสไม่เหมาะกับใคร

แม้เมโสหน้าใสจะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีบางเคสที่หมออยากให้พักเรื่องฉีดไว้ก่อน โดยเฉพาะคนที่มีภาวะเหล่านี้

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรงหรือแผลติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนผสมในเมโสหน้าใสสูตรนั้น ๆ
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่ายหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมอาการไม่ได้
  • ผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์หรือหัตถการจนผิวยังระคายเคือง
บางกรณีอาจเพียงต้องเลื่อนการฉีดเมโสหน้าใสหรือให้หมอประเมินเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่าห้ามฉีดทุกกรณีนะ

เมโสหน้าใสต้องฉีดบ่อยแค่ไหน

เมโสหน้าใสไม่ได้มีความถี่ในการฉีดตายตัว เพราะแต่ละสูตรมีแนวทางการฉีดต่างกัน เช่น ผลิตภัณฑ์ HA บางชนิดอาจฉีดทุก 4 สัปดาห์ รวม 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ใช้กับทุกสูตร หลังฉีดครบตามแผน หมอจะประเมินผลลัพธ์และสภาพผิวอีกครั้งว่าจำเป็นต้องฉีดซ้ำไหม

เมโสหน้าใสกี่ครั้งเห็นผล

บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นหลังฉีดครั้งแรก แต่ถ้าจะดูผลลัพธ์ให้ชัดขึ้นอาจต้องติดตามหลังฉีดตามแผนของแต่ละสูตร ที่หมออยากให้สังเกตคือ ผิวที่ดูฟูทันทีหลังฉีดอาจเกิดจากการบวมหรือตุ่มนูนตามรอยเข็มไม่ใช่ผลจากสารบำรุงทั้งหมด ควรรอให้อาการเหล่านี้ยุบก่อนค่อยประเมินผลจริง

เมโสหน้าใสอยู่ได้นานกี่เดือน

เมโสหน้าใสแต่ละสูตรให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสารที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละคน อย่างกลุ่ม HA ก็อาจอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนหลังครบคอร์ส แต่ทุกสูตรก็ไม่ได้อยู่นานเท่านี้หมดนะ เพราะการโดนแดด การดูแลผิว และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีผลต่อสภาพผิวด้วย

เมโสหน้าใสอันตรายไหม มีผลข้างเคียงหรือเปล่า

แม้เมโสหน้าใสจะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีความเสี่ยงจากการฉีดและตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาการที่อาจพบ ได้แก่

  • รอยแดง บวม หรือช้ำบริเวณที่ฉีด
  • รู้สึกเจ็บหรือตึงผิวช่วงแรก
  • มีตุ่มนูนชั่วคราวตามจุดฉีด
  • เกิดการแพ้หรือระคายเคืองจากสารที่ใช้
  • เกิดการติดเชื้อหรือก้อนอักเสบ
  • ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่น ๆ ซึ่งขึ้นกับผลิตภัณฑ์และตำแหน่งฉีด
จากแนวทางด้านความปลอดภัยของ Mesotherapy สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้สารให้เหมาะสม การใช้เทคนิคปลอดเชื้อ และการทำหัตถการโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้และความชำนาญ

ก่อนฉีดเมโสหน้าใส เตรียมตัวยังไงดี

ก่อนฉีดเมโสหน้าใส หมอมีเรื่องที่อยากให้เช็กกันสักนิด โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวหรือโรคประจำตัว เพราะบางกรณีอาจต้องเลื่อนฉีดออกไปก่อน ดังนี้

  • มีสิวอักเสบหรือแผลบนหน้า ควรให้หมอประเมินก่อนฉีด
  • เพิ่งทำเลเซอร์มา แจ้งหมอว่าทำอะไรมาและกี่วันแล้ว
  • มียาที่กินประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งหมอก่อนและไม่หยุดยาเอง
  • มีประวัติแพ้ยา อย่าลืมแจ้ง เพราะแต่ละสูตรมีส่วนผสมต่างกัน
  • มีงานสำคัญ ควรเผื่อเวลาสำหรับรอยแดงหรือรอยช้ำ
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก แนะนำให้เลื่อนฉีดไปก่อน
นอกจากนี้ หมอก็ยังแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น และงดใช้สกินแคร์ที่อาจระคายเคืองผิวก่อนฉีด 1–2 วัน

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสหน้าใส

หลังฉีดเมโสหน้าใสยังต้องดูแลผิวต่อด้วย เพราะช่วงแรกผิวอาจมีรอยแดง บวม หรือระคายเคืองจากรอยเข็มได้ โดยหมอแนะนำดังนี้

  • อย่าเพิ่งจับหรือถูหน้าแรง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่เพิ่งฉีด
  • งดแต่งหน้าประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อลดการระคายเคืองบริเวณรอยเข็ม
  • เลี่ยงสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือ Retinol จนกว่าผิวจะสงบ
  • งดออกกำลังกายหนักและซาวน่า ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก
  • ทาครีมบำรุงสูตรอ่อนโยน และดูแลผิวให้ชุ่มชื้น
  • เลี่ยงแดดจัด และทาครีมกันแดดตามคำแนะนำของแพทย์
  • ถ้าบวมแดงมากขึ้น ปวดผิดปกติ หรือมีหนอง ควรกลับไปพบแพทย์ ไม่ต้องรอให้หายเอง

ฉีดเมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ที่ APEX

ที่ APEX เรามีโปรแกรม Celeb Skin ที่รวมทั้งเมโสหน้าใสและหัตถการดูแลผิวให้ดูกระจ่างใสอีกหลายตัว โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการดูแลให้เหมาะกับแต่ละคนตาม APEX Protocol

*แนะนำให้สอบถามก่อนใช้บริการ

เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ มีโปรโมชันไหม 2026

ตอนนี้ APEX มีโปรแกรมเมโสหน้าใส ราคา 1,990 บาท โดยอาจมีโปรโมชันเพิ่มเติมหรือจัดเป็นแพ็กเกจร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เพิ่มเติมอย่างโปรแกรม Celeb Skin แนะนำให้สอบถามโปรโมชันและราคาล่าสุดกับทางคลินิกก่อนเข้ารับบริการ

เมโสหน้าใส รีวิวจากผู้รับบริการที่ APEX

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

ฉีดเมโสหน้าใส ที่ APEX ดีอย่างไร สาขาใกล้รถไฟฟ้ามีที่ไหนบ้าง

ใครที่อยากเข้ามาดูแลผิวที่ APEX แต่ไม่สะดวกขับรถมา เรามีหลายสาขาที่อยู่ใกล้ BTS และ MRT เดินทางได้ง่าย โดยมีสาขาและสถานีใกล้เคียงดังนี้
สาขา APEX สถานีรถไฟฟ้าใกล้เคียง
สยามสแควร์วัน ชั้น 3 BTS สยาม (ทางออก 4)
สยามพารากอน ชั้น 2 BTS สยาม (ทางออก 3)
เอ็มควอเทียร์ ชั้น 4 BTS พร้อมพงษ์ (ทางออก 1)
เมอร์คิวรี่วิลล์ ชั้น 3 BTS ชิดลม (ทางออก 4)
สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 1 MRT สามย่าน (ทางออก 2)
สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 3 BTS ศาลาแดง / MRT สีลม
101 ทรูดิจิทัลพาร์ค ชั้น 3 BTS ปุณณวิถี (ทางออก 6)
เดอะมอลล์ท่าพระ ชั้น 3 BTS ตลาดพลู (ทางออก 4)
เซ็นทรัลพระราม 9 ชั้น 5 MRT พระราม 9
ก่อนเข้ารับบริการ แนะนำให้สอบถามหัตถการที่ให้บริการในแต่ละสาขาและนัดหมายล่วงหน้า โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ APEX สาขาทั้งหมด

เมโสหน้าใสกับ Skin Booster ต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วเมโสหน้าใสกับ Skin Booster มีความคล้ายกันอยู่ เพราะทั้งคู่เป็นการนำสารเข้าสู่ผิวเพื่อดูแลปัญหาผิว แต่ถ้าจะให้แยกความต่างแบบเข้าใจง่าย ๆ หมออธิบายได้ดังนี้

  • เมโสหน้าใส เป็นชื่อเรียกรวม ๆ ของการฉีดสารบำรุงผิว มีหลายสูตรให้เลือก ทั้งวิตามิน HA และสารอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการดูแลปัญหาผิวเรื่องไหน
  • Skin Booster เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ฉีดที่เน้นปรับคุณภาพผิวโดยเฉพาะ เช่น เพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลผิวแห้ง และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
ถ้าจะให้แยกความต่าง หมอมองว่าเมโสหน้าใสเป็นชื่อเรียกวิธีการฉีดบำรุงผิว ส่วน Skin Booster เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพราะฉะนั้นเมโสหน้าใสบางตัวก็อาจนับเป็น Skin Booster ได้เหมือนกัน

เมโสหน้าใสกับ IV DRIP ต่างกันอย่างไร

เมโสหน้าใสกับ IV Drip ต่างก็เป็นการให้สารบำรุงเหมือนกัน แต่เมโสหน้าใสจะฉีดเข้าสู่ผิวโดยตรง ส่วน IV Drip ให้สารผ่านทางหลอดเลือดดำ โดยมีข้อแตกต่างอื่น ๆ ดังนี้

ประเด็นเปรียบเทียบ เมโสหน้าใส IV Drip
วิธีทำ ฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิว ให้สารผ่านทางหลอดเลือดดำ
เน้นดูแล ปัญหาผิวหน้าเฉพาะจุด ภาวะขาดสารน้ำหรือสารอาหาร
ส่วนผสม วิตามิน HA และสารบำรุงผิว วิตามิน แร่ธาตุ และสารน้ำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ เมโสหน้าใส

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก บางคนอาจรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น แต่ก็ต้องดูด้วยว่าฉีดสูตรไหนและมีปัญหาผิวอะไรอยู่เดิม

พบได้ โดยเฉพาะตุ่มเล็ก ๆ ตามจุดที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ยุบไปเอง แต่ถ้าบวมแดงมากขึ้น ปวดมาก หรือมีอาการผิดปกติ ควรให้หมอตรวจดู

ถ้าเป็นสารบำรุงผิวทั่วไป ไม่ได้ทำให้หน้าบางลงโดยตรง แต่หมอแนะนำให้เช็กส่วนผสมก่อน เพราะเมโสแต่ละสูตรไม่ได้ใช้สารเหมือนกัน

ไม่ได้ทำให้ผิวแย่กว่าเดิมเพราะหยุดฉีด เพียงแต่เมื่อผลของสารบำรุงค่อย ๆ หมดไป ผิวก็อาจกลับมาแห้งหรือหมองได้ตามปัจจัยเดิม

ต้องแยกก่อนว่าเป็นรอยสิว ฝ้า หรือกระ เพราะสาเหตุต่างกัน เมโสบางสูตรอาจช่วยเรื่องสีผิวได้บ้าง แต่ไม่ได้รักษาได้ทุกปัญหา

ทำได้ในบางกรณี แต่หมอต้องดูสภาพผิวและชนิดของเมโสก่อน ถ้าผิวเพิ่งผ่านเลเซอร์มาแล้วระคายเคืองมาก ก็อาจต้องเว้นระยะให้ผิวพักก่อน

สรุป

เมโสหน้าใสเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิวที่ไม่ได้มีแค่สูตรเดียว แต่มีทั้งสูตรเติมความชุ่มชื้นและดูแลผิวหมองคล้ำ ซึ่งต้องเลือกให้ตรงกับปัญหาผิวของเรา ส่วนจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกไหม หรือต้องฉีดบ่อยแค่ไหน หมอบอกเลยว่าไม่มีคำตอบตายตัว เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก่อนฉีดหมอเลยอยากให้เช็กก่อนว่าผิวเราขาดอะไรก่อน

ช่องทางการติดต่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Mammucari, M., Russo, D., Maggiori, E., Rossi, M., Lugli, M., Di Marzo, R., Migliore, A., Leone, R., Koszela, K., & Varrassi, G. (2025). International consensus guidelines on the safe and evidence-based practice of mesotherapy: A multidisciplinary statement. Journal of Clinical Medicine, 14(13), 4689.
  2. Sivagnanam, G. (2010). Mesotherapy – The French connection. Journal of Pharmacology and Pharmacotherapeutics, 1(1), 4–8.
  3. Watson, S. (2018, August 22). What is mesotherapy?. Healthline.
รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว