Juvelook คืออะไร PDLLA+HA ดีไหม มีกี่รุ่น เหมาะกับใครบ้าง
Juvelook หรือที่เรียกติดปากว่า “ไหมน้ำ” เป็นสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจนแบบ Hybrid ผลิตจากเกาหลีใต้ รวม PDLLA และ HA ไว้ด้วยกัน ก็เลยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปด้วย ซึ่ง Juvelook ก็มีหลายรุ่นให้เลือกตามปัญหาผิว แล้วแต่ละรุ่นต่างกันยังไง เหมาะกับใครบ้าง หมอจะพาไปดูในบทความนี้
Juvelook คืออะไร
Juvelook คือสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจนกลุ่ม Collagen Biostimulator แบบ Hybrid ทำให้ค่อนข้างแตกต่างเพราะมีทั้ง PDLLA และ HA ดังนั้นนอกจากช่วยให้ผิวชุ่มชื้นแล้ว PDLLA ก็ยังค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาในระยะยาวได้ด้วย
Juvelook ผสมอะไรบ้าง
Juvelook มีส่วนประกอบหลักคือ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) และ Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งออกแบบให้ทำหน้าที่เสริมกัน ดังนี้
- PDLLA เป็นสารกลุ่ม Biostimulator ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและเห็นผลตามระยะเวลา
- Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิว ช่วยอุ้มน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในช่วงแรกหลังฉีด
ตัวอย่างผลลัพธ์หลังฉีด Juvelook
Juvelook ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
Juvelook มักถูกนำมาใช้ในงานที่เน้น Skin Quality มากกว่าการเพิ่มวอลลุ่มขนาดมาก จึงอาจพิจารณาในคนที่มีปัญหา เช่น
- ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
- ผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน
- มีริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า
- รูขุมขนดูชัด
- มีรอยหลุมสิวบางประเภท
- ผิวบริเวณใต้ตาดูบางหรือมีริ้วรอย
- ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยไม่เน้นเติมใบหน้าให้ดูเต็มมากขึ้น
Juvelook มีกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร
Juvelook มีทั้งหมด 6 รุ่น ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ JUVELOOK Korea – Product แต่ละรุ่นมีส่วนผสมต่างกันที่ปริมาณสารและลักษณะการใช้งาน หมอจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน และอาจใช้บริเวณใดได้บ้าง
1. Juvelook i
มีส่วนผสมของ PDLLA 25.5 mg + HA 4.5 mg เน้นดูแลผิวบริเวณที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ โดยเฉพาะรอบดวงตา ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวค่อนข้างบางและต้องใช้ความละเอียดในการรักษา
2. Juvelook Skin
มีส่วนผสมของ PDLLA 25.5 mg + HA 4.5 mg เน้นดูแลคุณภาพผิว เช่น ผิวไม่เรียบและริ้วรอยตื้น ๆ โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้บริเวณใบหน้าตามสภาพผิวของแต่ละคน
3. Juvelook
มีส่วนผสมของ PDLLA 42.5 mg + HA 7.5 mg เป็นรุ่นที่เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบ หรือมีหลุมสิว โดยหมอจะประเมินเป็นรายบุคคลอีกที
4. Juvelook Volume
มีส่วนผสมของ PDLLA 170 mg + HA 30 mg เป็นรุ่นที่เน้นเพิ่มวอลลุ่มให้บริเวณที่เนื้อเยื่อยุบตัว เช่น แก้มตอบหรือบริเวณที่มีร่องลึก โดยต้องให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทำ
5. Juvelook Volume 100
มีส่วนผสมของ PDLLA 85 mg + HA 15 mg เป็นอีกหนึ่งรุ่นในกลุ่ม Volume ที่อาจพิจารณาใช้กับบริเวณที่มีร่องลึกหรือสูญเสียวอลลุ่ม โดยแพทย์ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพเนื้อเยื่อ
6. Juvelook G
มีส่วนผสมของ PDLLA 170 mg + HA 30 mg เป็นรุ่นที่มีปริมาณส่วนประกอบเท่ากับ Juvelook Volume แต่ยังต้องพิจารณาคุณสมบัติและข้อบ่งใช้แยกกันก่อน ไม่ใช่ว่าหมอจะเอามาฉีดแทนกันได้ทุกเคสนะ
Juvelook ฉีดใต้ตาได้ทุกรุ่นไหม
Juvelook ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
บริเวณที่แพทย์อาจพิจารณาใช้ Juvelook ได้แก่
- หน้าผาก
- รอบดวงตา
- ใต้ตา
- แก้ม
- ร่องแก้มบางลักษณะ
- บริเวณที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ
- บริเวณที่มีปัญหา texture หรือรอยหลุมสิว
Juvelook เหมาะกับใคร
Juvelook เหมาะกับคนที่อยากฟื้นฟูคุณภาพผิว เช่น ผิวไม่เรียบ รูขุมขน ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยหลุมสิว และต้องการผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่เน้นเติมวอลลุ่ม เช่น
- คนที่เริ่มสังเกตว่าผิวเปลี่ยนไปตามวัย
- คนที่อยากดูแลคุณภาพผิวตั้งแต่ระยะแรก
- คนที่ต้องการดูแลโครงสร้างและคุณภาพผิว
- คนที่ต้องการผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป
- คนที่อยากให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น
- คนที่พร้อมดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง
- คนที่เคยทำหัตถการอื่นมาแล้ว แต่อยากดูแลคุณภาพผิวเพิ่ม
Juvelook ไม่เหมาะกับใคร
ก่อนทำ Juvelook มีบางกลุ่มที่หมอจะขอเช็กให้ละเอียดเป็นพิเศษ เพราะอาจต้องเลื่อนการฉีดหรือเลือกวิธีดูแลแบบอื่นที่เหมาะกว่า เช่น
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีแผล ติดเชื้อ หรืออักเสบบริเวณที่จะฉีด
- แพ้ PDLLA, HA หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
- มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือใช้ยากดภูมิ
- มีภาวะเลือดออกง่าย หรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- เคยมีประวัติก้อนอักเสบหรือปฏิกิริยาผิดปกติจากสารฉีด
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้
- ต้องการผลลัพธ์แบบเติมเต็มหรือเปลี่ยนรูปหน้าชัดเจน
Juvelook ฉีดครั้งละกี่ CC
ก่อนฉีด Juvelook จะต้องนำมาผสมกับสารละลายตามวิธีที่กำหนดก่อน โดยเคสที่ดูแลผิวในจุดเล็ก ๆ อาจใช้ประมาณ 1–2 CC ในขณะที่เคสที่ต้องการดูแลทั่วใบหน้าอาจใช้ประมาณ 4–6 CC ทั้งนี้ ปริมาณที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับสูตรที่เลือก วิธีผสม และการประเมินของหมอ
Juvelook กี่ครั้งเห็นผล ฉีดครั้งเดียวได้ไหม
จำนวนครั้งที่ฉีด Juvelook หมออาจวางแผนให้ฉีดประมาณ 2–3 ครั้ง หรือปรับตามสภาพผิว อย่างงานวิจัยปี 2026 ศึกษาการฉีด Juvelook บริเวณร่องแก้มในคน 20 คน จำนวน 3 ครั้ง ห่างกันเดือนละครั้ง ก็พบว่า 85% มีผลประเมินดีขึ้นหลังฉีดครั้งสุดท้าย 3 เดือน
*จำนวนครั้งนี้เป็นแผนที่ใช้ในการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องฉีดเท่ากัน สามารถอ่านบทคัดย่อการศึกษาต้นฉบับได้ที่ PubMed
Juvelook 1 ขวด ฉีดได้กี่ครั้ง ทั้งหน้าไหม
Juvelook อยู่ได้นานไหม อยู่ได้กี่เดือน
ผลลัพธ์ของ Juvelook จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ซึ่งระยะเวลาที่เห็นผลจะแตกต่างกันในแต่ละคน ข้อมูลจากผู้ผลิต VAIM มีแนวทางทำ Maintenance ในช่วง 6–12 เดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องฉีดซ้ำตามช่วงเวลานี้ หมอแนะนำให้ประเมินสภาพผิวก่อนว่าจำเป็นต้องฉีดเพิ่มไหม
อ่านเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ https://fliphtml5.com/xfqph/pmik/8/
Juvelook ต่างจาก Skin Booster และ Sculptra อย่างไร
เปรียบเทียบความต่าง Juvelook VS ฟิลเลอร์
Juvelook กับ ฟิลเลอร์ ถึงจะมี HA เหมือนกัน แต่ไม่ได้เน้นแก้ปัญหาแบบเดียวกัน ซึ่งหมอแยกเป็นข้อ ๆ ให้แล้วตามตาราง ดังนี้
ตารางเปรียบเทียบระหว่าง Juvelook และ HA Filler
| ประเด็นเปรียบเทียบ | Juvelook | HA Filler |
|---|---|---|
| ส่วนผสม | PDLLA + HA | HA เป็นหลัก |
| การทำงาน | เน้นคุณภาพผิวและการกระตุ้นคอลลาเจน | เน้นเติมวอลลุ่มและปรับรูปทรง |
| การเห็นผล | ค่อย ๆ เปลี่ยนตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน | เห็นการเติมเต็มได้ตั้งแต่หลังฉีด |
| การใช้งาน | เหมาะกับ Skin Quality ริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบ | เหมาะกับ ร่องลึก วอลลุ่มหาย ปรับสัดส่วนใบหน้า |
Juvelook อันตรายไหม
หัตถการฉีดโดยทั่วไป นอกจาก Juvelook เองก็มีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่เราลดโอกาสเกิดปัญหาได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลสำคัญก่อน ดังนี้
- เช็กเลข อย. ว่า Juvelook รุ่นที่ฉีดมีเลขทะเบียนถูกต้อง และค้นหาได้จากเว็บไซต์ อย. ไทย
- เช็กผลิตภัณฑ์ของแท้ ดูฉลาก กล่อง เลขล็อต และวันหมดอายุให้ตรงกัน
- ให้หมอประเมินก่อนฉีด แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และหัตถการที่เคยทำ
- เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตถูกต้อง และให้แพทย์เป็นผู้ฉีด
- รู้ความเสี่ยงก่อนทำ อาจมีบวม แดง ช้ำ หรือเกิดก้อนใต้ผิว รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
วิธีเช็ก Juvelook ของแท้จากระบบผู้ผลิต
ก่อนฉีดสามารถขอดูกล่อง Juvelook และตรวจสอบผ่าน QR Code ของผู้ผลิตได้ตามขั้นตอนนี้
- ดูซีลบนกล่องว่าไม่มีรอยแกะหรือเปิดใช้งานมาก่อน
- สแกน QR หรือรหัสบนใบรับรองผลิตภัณฑ์
- กรอกรหัสที่อยู่ใต้ QR Code ตามที่ระบบแจ้ง
- ตรวจสอบผลยืนยันผลิตภัณฑ์ หากข้อมูลไม่ตรงควรสอบถามคลินิกหรือผู้นำเข้าก่อนฉีด
อ่านขั้นตอนการตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Juvelook Thailand
Juvelook รุ่นไหนผ่านอย.ไทยบ้าง 2026
จากข้อมูลปี 2026 บนเว็บไซต์หน้า Product ของ Juvetek ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย พบว่า Juvelook ขนาด 50 mg มีการระบุเลขทะเบียน อย. ไทย เลขที่ 66-2-1-2-0011700 ซึ่งสามารถนำไปสอบถาม หรือตรวจสอบก่อนใช้บริการได้
*แนะนำให้สอบถามเพื่อเช็กข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอีกครั้งก่อนใช้บริการ
หลังฉีด Juvelook มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
หลังฉีด Juvelook อาจมีอาการจากการฉีดหรือการตอบสนองต่อสาร ซึ่งอาการที่พบได้และภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง ได้แก่
- รอยแดงหรือบวมบริเวณที่ฉีด
- รอยช้ำจากเข็ม
- รู้สึกเจ็บหรือตึงในตำแหน่งที่ฉีด
- คลำพบตุ่มหรือก้อนใต้ผิว
- การอักเสบหรือติดเชื้อ
- ก้อนอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลัง
- ภาวะอุดตันหลอดเลือดจากการฉีด ซึ่งพบไม่บ่อยแต่มีความรุนแรง
ก่อนและหลังฉีด Juvelook ต้องดูแลตัวเองอย่างไร
ก่อนฉีด Juvelook
- แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบ
- แจ้งประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนก่อนหน้า
- หากมีสิวอักเสบรุนแรงหรือการติดเชื้อบริเวณฉีด ควรให้แพทย์ประเมินก่อน
- ไม่ควรหยุดยาประจำตัวหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดเอง
หลังฉีด Juvelook
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณฉีดเอง เว้นแต่แพทย์แนะนำ
- งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนหรือเหงื่อมากในช่วงแรกตามคำแนะนำแพทย์
- ดูแลความสะอาดบริเวณรอยเข็ม
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นบริเวณเดียวกันโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- กลับมาติดตามผลตามนัด
Juvelook ราคาเท่าไหร่
Juvelook ที่ให้บริการตามคลินิกตอนนี้มีราคาประมาณ 15,000–25,000 บาทต่อขวด (รุ่น 50 mg หลังผสมจะได้ประมาณ 6 CC) ขึ้นอยู่กับคลินิก โปรโมชัน และปริมาณที่ใช้ในแต่ละเคส หรือถ้าคิดราคาเป็น CC ก็จะอยู่ที่ประมาณ 2,500–4,200 บาทต่อ CC
*ช่วงราคาเป็นราคาประมาณจากตัวอย่างคลินิกในไทย ควรตรวจสอบราคา ณ วันที่รับบริการ
ฉีด Juvelook ที่ไหนดี วิธีเช็กคลินิกใกล้บ้าน
ถ้าอยากฉีด Juvelook แต่ยังไม่รู้ว่ามีคลินิกไหนใกล้บ้านบ้าง สามารถเข้าไปค้นหารายชื่อคลินิกผ่านเว็บไซต์ Juvetek ได้เลย โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ Juvetek – Find a Clinic
- พิมพ์ชื่อคลินิกที่ต้องการเช็กในช่อง Search clinic name
- เลือกพื้นที่ในช่อง Location เพื่อค้นหาคลินิกใกล้บ้าน
- หรือกด Find your current location เพื่อค้นหาจากตำแหน่งปัจจุบัน
- ดูรายชื่อคลินิกที่แสดงในระบบ และติดต่อสอบถามว่ามี Juvelook รุ่นที่ต้องการหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Juvelook
ฉีด Juvelook แล้วหน้าบวมไหม กี่วันถึงจะยุบ
หลังฉีดอาจมีบวม แดง หรือตุ่มเล็ก ๆ ตามจุดที่ฉีดได้ ส่วนมากจะค่อย ๆ ยุบใน 1–3 วัน แต่บางคนอาจใช้เวลานานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน
ฉีด Juvelook แล้วเห็นผลเลยไหม ต้องรอนานแค่ไหน
ช่วงแรกผิวอาจดูอิ่มขึ้นจากความชุ่มชื้น ส่วนการกระตุ้นคอลลาเจนต้องใช้เวลา อาจเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 4–8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิว
ฉีด Juvelook เจ็บมากไหม ต้องแปะยาชาก่อนหรือเปล่า
ระหว่างฉีดอาจรู้สึกจิ๊ด ๆ หรือแสบตึงบ้างตามจุดที่ฉีด ซึ่งหมอมักให้แปะยาชาก่อนทำประมาณ 30–45 นาที เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ
ทำไมบางคนฉีด Juvelook แล้วเป็นก้อนใต้ผิว
อาจเกี่ยวกับความลึกที่ฉีด การกระจายตัวของตัวยา หรือการตอบสนองของผิว ถ้าคลำเจอก้อนแล้วไม่ยุบ ควรให้หมอตรวจและไม่ควรนวดเอง
ฉีด Juvelook พร้อมโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ในวันเดียวกันได้ไหม
บางเคสทำพร้อมกันได้ แต่ต้องดูตำแหน่งที่จะฉีดก่อน เพราะบางจุดหมออาจแนะนำให้เว้นระยะ เพื่อให้เหมาะกับการรักษามากกว่า
ถ้าผิวดีอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องฉีด Juvelook ไหม
Juvelook ต้องฉีดทั้งหน้าเลยไหม หรือเลือกฉีดแค่บางจุดได้
ไม่จำเป็นต้องฉีดทั้งหน้า หากมีปัญหาเฉพาะจุด เช่น แก้มหรือริ้วรอยบางบริเวณ ก็อาจเลือกฉีดเฉพาะจุดได้ตามที่หมอประเมินและข้อบ่งใช้
สรุป
Juvelook มีทั้ง HA ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และ PDLLA ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ก็เลยเหมาะกับคนที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบ หรือมีหลุมสิวบางประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องฉีดเหมือนกัน เพราะแต่ละรุ่นใช้ต่างกัน จำนวนครั้งและผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว หมอแนะนำให้เช็กของแท้ เลข อย. และประเมินผิวก่อนฉีดจะดีกว่า
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. VAIM Co., Ltd. (n.d.). JUVELOOK product information. JUVELOOK.
2. VAIM Co., Ltd. (n.d.). JUVELOOK Volume 100 launch. JUVELOOK.
3. Wan, J., Hidajat, I. J., Cartier, H., Garson, S., Bautzer, C., Machado, L. B., Leite, P., & Yi, K.-H. (2025). Evaluating poly-D,L-lactic acid for lower eyelid rejuvenation: Efficacy and safety. Journal of Cosmetic Dermatology, 24(3), Article e70058.
4. Yi, K.-H., Rosellini, I., Min, J. L. J., & Kim, H. S. (2026). A clinical study on the efficacy and safety of injectable PDLLA for nasolabial fold correction: Juvelook treatment for nasolabial fold. Journal of Craniofacial Surgery. Advance online publication.
5. Juvetek. (n.d.). Juvetek Global.
6. JUVELOOK. (n.d.). JUVELOOK official website.
7. VAIM Co., Ltd. (2026). JUVELOOK: A bio-interactive PDLLA-HA stimulator [Product brochure]. FlipHTML5.