โบท็อกหน้าผาก ลดรอยย่น กี่วันเห็นผล ใช้กี่ยูนิต ราคากี่บาท

โบท็อกหน้าผาก
โบท็อกหน้าผาก เป็นโปรแกรมฉีดโบท็อกเพื่อลดริ้วรอยและรอยย่นหน้าผากที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เริ่มเห็นผลใน 2-7 วัน และเห็นผลชัดขึ้นประมาณ 14 วันหลังฉีด ส่วนใหญ่ใช้ประมาณ 10-20 ยูนิต ขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อของแต่ละคน โดยราคาฉีดโบท็อกหน้าผากจะแตกต่างตามยี่ห้อและจำนวนยูนิตที่ใช้
สารบัญฉีดโบท็อกหน้าผาก

โบท็อกหน้าผาก คืออะไร

โบท็อกหน้าผาก คือ การฉีดสาร Botulinum Toxin Type A เข้าไปยังกล้ามเนื้อ Frontalis ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ยกคิ้ว เมื่อกล้ามเนื้อทำงานลดลง รอยพับแนวนอนบนหน้าผากที่เกิดขณะเลิกคิ้วจึงดูตื้นและเรียบขึ้น หัตถการ ฉีดโบท็อก จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้ลดริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก 

โบท็อกหน้าผาก คืออะไร เหมาะกับใคร

ฉีดโบท็อกหน้าผาก เหมาะกับใคร

การฉีดโบท็อกริ้วรอยหน้าผาก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาจากการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น

  • มีรอยพับแนวนอนชัดเวลาเลิกคิ้ว
  • มีรอยย่นหน้าผากที่เริ่มเห็นชัดขึ้นตามอายุ
  • หน้าผากดูย่นหรือมีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ
  • ต้องการลดริ้วรอยโดยไม่ผ่าตัดและพักฟื้นน้อย


ซึ่งการ ฉีดโบลดริ้วรอย บริเวณหน้าผาก เหมาะกับ Dynamic Wrinkles ซึ่งเป็นริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ หากเป็นร่องลึกที่เห็นแม้ไม่แสดงสีหน้าที่เกิดจากการยุบตัวและขาดวอลลุ่ม ผลจากโบท็อกจะช่วยให้รอยดูดีขึ้นแต่อาจไม่หายทั้งหมด จึงควรพิจารณาหัตถการอื่นร่วมตามสาเหตุของริ้วรอย

ฉีดโบท็อกหน้าผากกี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อกหน้าผากกี่วันเห็นผล
ฉีดโบท็อกหน้าผาก เริ่มเห็นผลประมาณ 2-7 วัน และเห็นผลชัดขึ้นประมาณ 14 วันหลังฉีด โดยจะสังเกตได้ว่ารอยพับขณะเลิกคิ้วลดลงและกล้ามเนื้อหน้าผากขยับน้อยลง ทั้งนี้แต่ละคนอาจตอบสนองต่อยาเร็วช้าต่างกัน ดังนั้นหากถามว่าโบท็อกหน้าผาก กี่วันเห็นผล หมอจึงแนะนำให้รอประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนประเมินผลและพิจารณาปรับเพิ่มเติม

ข้อห้ามฉีดโบท็อกหน้าผาก

ข้อห้ามฉีดโบท็อกหน้าผากตามข้อมูลกำกับยาของ BOTOX Cosmetic ได้แก่ ผู้ที่เคยแพ้ Botulinum Toxin และผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด นอกจากนี้ควรแจ้งแพทย์และให้ประเมินก่อนหากอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ 

ข้อห้ามฉีดโบท็อกหน้าผาก
  • ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • มีหนังตาตก คิ้วตก หรือกล้ามเนื้อหน้าผากอ่อนแรงอยู่เดิม
  • เคยมีผลข้างเคียงจาก Botulinum Toxin
  • กำลังใช้ยาที่มีผลต่อการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทหรือยาคลายกล้ามเนื้อ
  • เพิ่งฉีดโบท็อกยี่ห้ออื่นหรือบริเวณอื่นมา ควรแจ้งชนิด ปริมาณ และวันที่ฉีดให้แพทย์ทราบ

ฉีดโบท็อกหน้าผาก ที่ไหนดี

หากกำลังเลือกว่าจะฉีดโบท็อกหน้าผากที่ไหนดี หมอต้องบอกก่อนว่าเนื่องจากหน้าผากเป็นบริเวณที่สัมพันธ์กับตำแหน่งคิ้วและเปลือกตาโดยตรง จึงควรพิจารณา 5 เรื่องหลัก ได้แก่

  • ฉีดในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
  • ฉีดและประเมินโดยแพทย์
  • สามารถตรวจสอบยี่ห้อ แหล่งที่มา และข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้
  • แพทย์ประเมินแรงกล้ามเนื้อ Frontalis ระดับคิ้ว และภาวะหนังตาตกก่อนกำหนดจุดฉีด
  • มีการแจ้งจำนวนยูนิตและนัดติดตามผลอย่างชัดเจน
จากข้อมูลของ *American Academy of Dermatology หรือ AAD แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล เนื่องจากการเลือกผลิตภัณฑ์และเทคนิคการฉีดมีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง
คุณกอล์ฟไว้ใจ ฉีดโบท็อกหน้าผาก ที่ APEX
สำหรับที่ APEX แต่ละสาขา หมอจะประเมินลักษณะริ้วรอยและการทำงานของกล้ามเนื้อก่อนวางแผนจำนวนยูนิตและตำแหน่งฉีด เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน

โปรแกรมโบท็อกหน้าผาก ราคากี่บาท

ราคาโบท็อกหน้าผากที่ APEX Medical Center ปัจจุบันมีโปรแกรม Botox Allergan 4,900 บาทต่อ 20 ยูนิต ทั้งนี้ควรพิจารณาเปรียบเทียบราคากับยี่ห้ออื่นด้วย เนื่องจากหน่วยของโบทูลินั่มท็อกซินแต่ละผลิตภัณฑ์นั้นต่างกัน หมอแนะนำให้สอบถามโปรโมชั่นโบท็อกได้ที่ Line @apexbeauty โดยตรง

โบท็อกหน้าผาก รีวิวจากผู้ใช้บริการที่ APEX

การดูรีวิวโบท็อกหน้าผาก ควรเปรียบเทียบภาพก่อนและหลังในท่าเลิกคิ้ว เพราะจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยจากการทำงานของกล้ามเนื้อได้ชัด
จากภาพรีวิว Before After ของผู้ใช้บริการที่ APEX จะสังเกตได้ว่า รอยพับแนวนอนบนหน้าผากลดลงขณะเลิกคิ้วและแสดงสีหน้า ทั้งนี้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

โบท็อกหน้าผาก ใช้กี่ยูนิต

โบท็อกหน้าผาก ใช้ประมาณ 10-20 ยูนิต แต่จำนวนที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่เท่ากัน ต้องดูทั้งความกว้างของหน้าผาก แรงกล้ามเนื้อ ระดับคิ้ว และผลลัพธ์ที่ต้องการก่อนฉีด

สำหรับ BOTOX Cosmetic (Allergan) ข้อมูลกำกับยาระบุให้ใช้ 20 ยู บริเวณหน้าผาก และมักฉีดร่วมกับโบท็อกระหว่างคิ้ว อีก 20 ยู รวมเป็น 40 ยู เพื่อช่วยลดความเสี่ยงคิ้วตกในรูปแบบการฉีดตามฉลาก แต่จำนวนยูนิตนี้ไม่ควรนำไปเทียบกับแบรนด์อื่นโดยตรง เพราะแต่ละยี่ห้อมีหน่วยและวิธีใช้ต่างกัน

หลังฉีดโบท็อกหน้าผาก

หลังฉีดส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีรอยเข็ม แดง บวมเล็กน้อย หรือจุดนูนตรงตำแหน่งฉีดในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ลดลงเอง

การดูแลหลังฉีดโบท็อกหน้าผาก

หลังฉีดควรดูแลบริเวณที่ฉีดอย่างอ่อนโยน โดย

  • ไม่กด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดแรง ๆ
  • แต่งหน้าและล้างหน้าได้ แต่หลีกเลี่ยงการกดถูบริเวณรอยเข็ม
  • ช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ออกแรงหนักตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อยให้สังเกตอาการ
  • รอประมาณ 14 วันก่อนประเมินผลและตัดสินใจว่าจำเป็นต้องปรับเพิ่มเติมหรือไม่


จากข้อมูลของ AAD ระบุว่าคนส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรได้ทันทีหลังฉีด และแนะนำไม่ให้นวดบริเวณที่ฉีด พร้อมเว้นการออกกำลังกายหนักประมาณ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ฉีดเป็นหลัก

ผลข้างเคียงและอาการหลังฉีดโบท็อกหน้าผาก

อาการหลังฉีดโบท็อกหน้าผาก ที่พบได้ จะมีดังนี้

  • รอยแดง รอยช้ำ หรือบวมเล็กน้อยบริเวณเข็ม
  • ปวดหรือตึงบริเวณหน้าผาก
  • ปวดศีรษะชั่วคราว
  • คิ้วหรือเปลือกตาตก ซึ่งพบไม่บ่อย
  • ใบหน้าหรือคิ้วสองข้างดูไม่สมดุลชั่วคราว


อาการทั่วไป เช่น รอยแดง บวม ช้ำ หรือปวดศีรษะ มักเป็นชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเอง ส่วนภาวะคิ้วตกหรือหนังตาตกมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อฤทธิ์ของโบท็อกค่อย ๆ ลดลง

ฉีดโบท็อกหน้าผากแล้วปวดหัวหรือหนังตาตก ปกติไหม

อาการปวดหัวและภาวะหนังตาตกสามารถเกิดขึ้นได้หลังฉีด โดยข้อมูลของ BOTOX Cosmetic พบอาการปวดศีรษะประมาณ 9% ส่วนหนังตาตกและคิ้วตกพบอย่างละประมาณ 2% ซึ่งถือว่าพบได้น้อยกว่า อ้างอิงจาก *FDA Access Data

อาการปวดหัวเล็กน้อยมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง ส่วนหนังตาตกอาจเกิดจากตัวยากระจายไปกระทบกล้ามเนื้อที่ช่วยยกเปลือกตา ซึ่งไม่มีตัวยาที่สลายโบท็อกให้หมดฤทธิ์ทันที แต่อาการส่วนใหญ่มักดีขึ้นเมื่อฤทธิ์ยาลดลง และบางเคสแพทย์อาจพิจารณายาเพื่อช่วยบรรเทาอาการชั่วคราว

หากปวดศีรษะรุนแรงขึ้น มีตามัว หนังตาตกมาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการผิดปกติอื่น ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับโบท็อกหน้าผาก

หากเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ตรงรอยเข็มทันทีหลังฉีด มักเกิดจากปริมาตรยาที่อยู่ใต้ผิวและสามารถยุบเองได้ภายในเวลาไม่นาน แต่ถ้าก้อนอยู่หลายวัน มีอาการแดง ร้อน เจ็บ คัน บวมมากขึ้น หรือมีผื่นร่วมด้วย ควรให้แพทย์ตรวจ เพราะอาจไม่ใช่อาการนูนตามปกติหลังฉีด
ประมาณ 3-4 เดือน หลังจากนั้นการทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาและรอยพับเริ่มเห็นชัดขึ้นอีกครั้ง ระยะเวลาของผลลัพธ์ไม่เท่ากันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น แรงกล้ามเนื้อ ปริมาณยาที่ใช้ ยี่ห้อโบท็อก และการตอบสนองของร่างกาย บางคนอาจรู้สึกว่าผลอยู่ได้นานกว่านี้เล็กน้อย
ถ้าฉีดบริเวณหน้าผาก ควรเลือกโบท็อกที่ให้เหมาะกับแรงกล้ามเนื้อของแต่ละคน เพราะบริเวณนี้ต้องระวังเรื่องคิ้วตกและหน้าผากตึงเกินไป ยี่ห้อที่นิยมใช้มีหลายแบรนด์ เช่น Allergan, Dysport, Xeomin และ Nabota ซึ่งการเลือกยี่ห้อควรดูร่วมกับริ้วรอย จำนวนยูนิต และแผนการฉีดของแพทย์
หากหมอประเมินแรงกล้ามเนื้อและใช้ปริมาณโบท็อกเหมาะสม ใบหน้ายังสามารถแสดงสีหน้าได้เป็นธรรมชาติ โดยผู้ชายมักมีกล้ามเนื้อหน้าผากค่อนข้างแข็งแรง จึงควรวางจุดฉีดและจำนวนยูนิตให้พอดี เพื่อช่วยลดริ้วรอยโดยไม่ทำให้หน้าผากตึงมากเกินไป

สรุป

โบท็อกหน้าผาก เหมาะกับการลดรอยย่นแนวนอนที่เกิดจากการเลิกคิ้วและการทำงานของกล้ามเนื้อ ก่อนฉีดต้องประเมินลักษณะกล้ามเนื้อของแต่ละคนให้เหมาะสม

สำหรับผู้ที่สนใจฉีดโบท็อกหน้าผากที่ APEX สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินริ้วรอย แรงกล้ามเนื้อ ระดับคิ้ว และจำนวนยูนิตที่เหมาะสมก่อนฉีด เพื่อวางแผนผลลัพธ์ให้เหมาะกับรายบุคคล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Forehead Line Treatment With OnabotulinumtoxinA https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33065953/

FDA BOTOX® Cosmetic (onabotulinumtoxinA) for injection FDA Access Data

Botulinum toxin-induced blepharoptosis https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34378298/

Transient localized cutaneous reaction after onabotulinumtoxinA aesthetic injection https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7549916/

AAD Botulinum toxin therapy: FAQs https://www.aad.org/public/cosmetic/wrinkles/botulinum-toxin-faqs

ดูแลตัวเองอย่างไร หลังไปฉีดสารโบทูลินัม(โบท็อกซ์) ข้อมูลจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว