ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่ กี่วันเห็นผล อยู่ได้กี่เดือน มีข้อห้ามอะไรบ้าง
ฉีดโบลดริ้วรอย เป็นวิธีลดริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น รอยหน้าผาก รอยหว่างคิ้ว และรอยหางตา โดยการ ฉีดโบท็อก เข้าไปช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว ริ้วรอยจึงดูตื้นลงเมื่อแสดงสีหน้า เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 2-5 วัน เห็นผลชัดในช่วง 1-2 สัปดาห์ และผลมักอยู่ประมาณ 3-4 เดือน
ฉีดโบลดริ้วรอย คืออะไร
โบท็อกลดริ้วรอย ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง
โบท็อกลดริ้วรอย เหมาะกับ Dynamic Wrinkles หรือริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ โดยตำแหน่งที่นิยมใช้ Botulinum Toxin เพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้า ได้แก่
- ฉีดโบลดริ้วรอยหน้าผาก ช่วยลดเส้นแนวนอนเวลายกคิ้ว โดยต้องวางตำแหน่งและปริมาณให้สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อหว่างคิ้วเพื่อไม่ให้คิ้วตก
- ฉีดโบลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว ช่วยลดรอยแนวตั้งที่เกิดขึ้นเวลาขมวดคิ้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในตำแหน่งมาตรฐานของการใช้ Botulinum Toxin
- ฉีดโบลดริ้วรอยหางตา หรือ โบท็อกตีนกา ช่วยลดรอยตีนกาที่เห็นชัดเวลายิ้มหรือหรี่ตา
- ฉีดโบลดริ้วรอยใต้ตา เหมาะเฉพาะริ้วรอยเล็ก ๆ ที่สัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตา แต่ต้องใช้ปริมาณน้อย เพราะเป็นบริเวณที่ต้องประเมินและใช้เทคนิคอย่างระมัดระวัง
ฉีดโบลดริ้วรอยหยาบหรือร่องลึกได้ไหม
ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่
ตัวอย่างราคาฉีดโบท็อกซ์ตามยี่ห้อที่พบในคลินิก
- โบท็อกเกาหลี เช่น Aestox, Neuronox, Nabota ประมาณ 5,900-8,500 บาทต่อ 100 ยูนิต โดยบางโปรโมชั่นเฉพาะจุดอาจเริ่มประมาณ 3,000-3,500 บาท
- Xeomin โบเยอรมนี ประมาณ 10,999-15,900 บาทต่อ 100 ยูนิต
- Dysport โบอังกฤษ บางคลินิกประมาณ 14,500-14,900 บาทต่อขวด
- Allergan โบอเมริกา 100 ยูนิตมีราคาประมาณ 14,900-18,000 บาทขึ้นไป และอาจสูงกว่านี้ตามคลินิกและเงื่อนไข
ราคาฉีดโบท็อกลดริ้วรอยเฉพาะจุด
โปรฉีดโบลดริ้วรอย ที่ APEX
APEX มีโปรแกรมฉีดโบลดริ้วรอย ในราคาโปรโมชั่นดังนี้
- ฉีดโบท็อกเกาหลี ราคาเริ่มต้น 3,500 บาทต่อ 50 ยูนิต
- BOTOX Allergan 9,900 บาทต่อ 50 ยูนิต
ฉีดโบลดริ้วรอย ข้อห้ามมีอะไรบ้าง
ข้อห้ามฉีดโบลดริ้วรอยควรแยกเป็นทั้งผู้ที่ไม่ควรฉีดหรือควรเลื่อนการฉีด และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังฉีด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์เป็นไปตามแผนมากที่สุด
โบลดริ้วรอย ใครไม่ควรฉีดหรือควรเลื่อนการฉีด
ผู้ที่เคยแพ้ Botulinum Toxin หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ และผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดไม่ควรเข้ารับการฉีดในขณะนั้น ส่วนกลุ่มต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์และประเมินเป็นรายบุคคลก่อนฉีด
- กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- มีปัญหากลืนลำบากหรือระบบทางเดินหายใจผิดปกติ
- มีแผล อักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
- ใช้ยาที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- เคยฉีด Botulinum Toxin มาก่อน ควรแจ้งยี่ห้อ ปริมาณ และวันที่ฉีดให้แพทย์ทราบ
หลังฉีดโบลดริ้วรอยห้ามทำอะไรบ้าง
หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างปกติ แต่ช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจรบกวนบริเวณฉีดหรือเพิ่มโอกาสบวมช้ำ ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการกด นวด คลึงแรง หรือทำทรีตเมนต์บริเวณที่ฉีดประมาณ 12-24 ชั่วโมง
- งดแอลกอฮอล์ในวันฉีดหรือประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสแดงหรือช้ำ
- ไม่นอนราบประมาณ 3-4 ชั่วโมงแรก เป็นแนวทางที่มักแนะนำเพื่อความระมัดระวัง
- ล้างหน้าและแต่งหน้าได้ แต่ควรทำอย่างเบามือ ไม่กดหรือถูบริเวณรอยเข็ม
ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยกี่วันเห็นผล
ฉีดโบลดริ้วรอย อยู่ได้กี่เดือน
ฉีดโบลดริ้วรอย อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือนโดยเฉลี่ย หลังจากนั้นการทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาและริ้วรอยอาจเริ่มเห็นชัดขึ้นอีกครั้ง ระยะเวลาจริงของแต่ละคนอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณยา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และการตอบสนองของร่างกาย
*อ้างอิงจากงานวิจัย onabotulinumtoxinA ที่ได้ทุนจาก Allergan https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5414775/
โบท็อกลดริ้วรอยใช้กี่ยูนิต
โบท็อกลดริ้วรอยบริเวณใบหน้าส่วนบนอาจใช้ประมาณ 10-60 ยูนิตขึ้นไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยี่ห้อที่มีแนวทางการใช้ต่างกัน โดยปริมาณที่พบบ่อยให้เป็นแนวทาง ได้แก่
- ริ้วรอยหน้าผาก ประมาณ 10-20 ยูนิต
- หว่างคิ้ว ประมาณ 15-25 ยูนิต
- หางตา ประมาณ 5-15 ยูนิตต่อข้าง
- ริ้วรอยใต้ตา ประมาณ 2-5 ยูนิตต่อข้าง
*ทั้งนี้การใช้จริงขึ้นอยู่กับรายบุคคล แบรนด์นั้น ๆ และการประเมินของแพทย์
โปรแกรมฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ยี่ห้อไหนดี
โบท็อกลดริ้วรอยมีหลายยี่ห้อ แต่ละแบรนด์แตกต่างกันทั้งชนิดของตัวยา สูตรผลิตภัณฑ์ และหน่วยการใช้ โดยตัวอย่างแบรนด์ที่พบบ่อย ได้แก่
- Allergan (BOTOX Cosmetic) จากอเมริกา ใช้ตัวยา onabotulinumtoxinA มีข้อมูลการใช้งานด้านริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตาอย่างแพร่หลาย
- Dysport ใช้ตัวยา abobotulinumtoxinA มีลักษณะการกระจายตัวของยาในบริเวณที่ฉีดแตกต่างจากบางผลิตภัณฑ์ จึงต้องวางแผนจุดฉีดและจำนวนยูนิตให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง
- Xeomin จากเยอรมนี ใช้ตัวยา incobotulinumtoxinA และผ่านกระบวนการผลิตที่ไม่มี Complexing Proteins ใช้ดูแลริ้วรอยบริเวณใบหน้าส่วนบนได้
- Nabota จากเกาหลีใต้ เป็น Botulinum Toxin Type A ของ Daewoong ผลิตด้วยเทคโนโลยี HI-Pure™ และมีการนำมาใช้เพื่อลดริ้วรอยจากการทำงานของกล้ามเนื้อ
- Aestox จากเกาหลีใต้ ผลิตโดย HUGEL เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Botulinum Toxin Type A ที่ใช้สำหรับลดการทำงานของกล้ามเนื้อและดูแลริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
เช็กโบท็อกแท้ผ่านเว็บไซต์ อย. ได้ไหม
รีวิวฉีดโบลดริ้วรอย จากผู้รับบริการที่ APEX
ตัวอย่างรีวิวฉีดโบลดริ้วรอยที่ APEX จากเคสที่เข้ารับการประเมินและวางแผนฉีดตามตำแหน่งริ้วรอย เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา ภาพ Before After ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยขณะแสดงสีหน้าได้ชัดขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ จำนวนยูนิต และตำแหน่งที่ฉีดอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ที่ไหนดี
หากกำลังเลือกฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ที่ไหนดี หมอแนะนำให้เช็ก 4 จุดก่อนตัดสินใจ
- เช็กแพทย์ ค้นหาชื่อ-นามสกุลหรือเลขใบประกอบวิชาชีพได้ที่ระบบตรวจสอบแพทย์ของแพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th
- เช็กสถานพยาบาล ค้นหาชื่อคลินิกหรือโรงพยาบาลในระบบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ https://hosp.hss.moph.go.th
- เช็กโบท็อก ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ตรวจสอบเลขทะเบียน Lot วันหมดอายุ และแหล่งที่มาได้
- เช็กก่อนฉีด ควรมีแพทย์ประเมินริ้วรอย การทำงานของกล้ามเนื้อ ตำแหน่งฉีด และจำนวนยูนิตให้เหมาะกับแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับฉีดโบลดริ้วรอย
ฉีดโบลดริ้วรอย กินเหล้าได้ไหม
ฉีดโบลดริ้วรอย ห้ามกินอะไร
ฉีดโบลดริ้วรอย เหมาทั่วหน้า ราคาประมาณเท่าไหร่
ฉีดโบลดริ้วรอย เจ็บไหม
ฉีดโบลดริ้วรอย อันตรายไหม
ฉีดโบลดริ้วรอยห้ามนอนราบจริงไหม
ฉีดโบลดริ้วรอย ออกกําลังกายได้ไหม
สรุป