ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทรงไหนสวย ใช้กี่ CC ดูผลลัพธ์ก่อน-หลังฉีด

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

เวลาพูดถึงฟิลเลอร์ปาก หลายคนนึกถึงแค่การเติมให้ปากดูอิ่มขึ้น แต่จริง ๆ แล้วหมอใช้ ฟิลเลอร์ กลุ่ม HA หรือ Hyaluronic Acid เพื่อช่วยปรับได้หลายอย่าง ทั้งเก็บขอบปาก ปรับทรง เพิ่มความสมดุล หรือแก้บางจุดที่ดูไม่เท่ากัน ซึ่งทรงและปริมาณที่เหมาะก็ไม่เหมือนกันในแต่ละคน หมอเลยรวบรวมเรื่องที่ควรรู้ไว้ให้เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจทำ

สารบัญฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คือการเติม Hyaluronic Acid หรือ HA ที่ผ่านกระบวนการ Cross-linking เข้าไปบริเวณริมฝีปาก เพื่อช่วยปรับทรงปาก เก็บขอบปาก และเพิ่มวอลลุ่ม โดยหมอจะดูทั้งความยืดหยุ่นของเนื้อเจลหรือ Viscoelasticity และความเกาะตัวหรือ Cohesivity เพื่อเลือกรุ่นให้เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีดและลักษณะปากของแต่ละคน

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

การฉีดฟิลเลอร์ปากไม่ได้ช่วยเติมให้ปากอิ่มอย่างเดียว แต่ยังใช้ช่วยปรับทรง เก็บรายละเอียด และแก้จุดเล็ก ๆ หลายอย่าง เช่น

  • เพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้น
  • ปรับทรงปากให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
  • เก็บขอบปากให้ดูชัดขึ้น
  • เติมบริเวณปากที่ดูบางหรือไม่เท่ากัน
  • ปรับมุมปากและรายละเอียดเล็ก ๆ ของทรงปาก
  • ช่วยให้ริมฝีปากดูสมดุลกับรูปหน้ามากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ปากทรงไหนได้บ้าง

ฉีดฟิลเลอร์ปากทรงไหนได้บ้าง

จริง ๆ แล้วฟิลเลอร์ปากสามารถปรับได้ตามความต้องการและรูปปากเดิมของแต่ละคน โดยทรงที่นิยมในตอนนี้มีหลายแบบ เช่น

  • ทรงปากอวบอิ่มชัด เติมวอลลุ่มช่วงกลางปากและขอบปากให้ดูเต็มขึ้น
  • ทรงปากละมุน เติมแบบพอดี ๆ และเก็บขอบปากให้ได้รูปสวย
  • ทรงปากดูเป็นธรรมชาติ เติมเฉพาะจุดที่บางหรือไม่เท่ากัน โดยคงโครงปากเดิมไว้
  • ทรงปากกระจับ เน้นส่วนโค้งของริมฝีปากบนและเก็บขอบปากให้ชัดขึ้น
  • ทรงปาก Cherry Lips เติมช่วงกลางปากบนและล่างให้ดูอิ่มนูน
  • ทรงปาก M-Shaped เน้นขอบปากบนให้เห็นทรงคล้ายตัว M และ Cupid’s bow ชัดขึ้น
  • ทรงปากยกมุมปาก เติมบริเวณมุมปากเพื่อให้แนวมุมปากดูยกขึ้น

แต่โดยปกติแล้วทรงปากหลังฉีดฟิลเลอร์ปากจะออกมาสวยและเข้ากับหน้าแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรงที่เลือกอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับรูปปากเดิม โครงหน้า รวมถึงการประเมินและเทคนิคการฉีดของแพทย์ด้วย

เลือกทรงปากให้เข้ากับรูปหน้าอย่างไรดี

เวลามาฉีดฟิลเลอร์ปาก หลายคนมักมีรูปเรฟหรือทรงที่ชอบมาเป็นไอเดียอยู่แล้ว แต่ก่อนฉีดหมอจะดูร่วมกับรูปหน้า สัดส่วนปากเดิม และจุดที่อยากปรับด้วย เช่น

  • หน้ากลม เน้นเก็บขอบปากและปรับทรงให้ชัดขึ้น
  • หน้ายาว เติมวอลลุ่มช่วงกลางปากให้ดูสมดุลขึ้น
  • หน้ารูปไข่ ปรับได้หลายทรง เน้นให้เข้ากับโครงปากเดิม
  • หน้าทรงเหลี่ยม เลือกทรงที่มีความโค้ง ดูนุ่มขึ้น
  • หน้ารูปหัวใจ เน้นสมดุลระหว่างปากบนและปากล่าง


ที่ APEX การฉีดฟิลเลอร์ปากจะวางแผนตาม APEX Protocol โดยประเมินทั้งรูปปากเดิม สัดส่วนใบหน้า จุดที่ต้องการปรับ และปริมาณฟิลเลอร์ก่อนฉีดในแต่ละเคส

ฉีดฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนได้บ้าง

ฟิลเลอร์สำหรับฉีดฟิลเลอร์ปากควรเป็น HA Filler ที่ได้รับการรับรองและเหมาะกับบริเวณริมฝีปาก ซึ่งตัวอย่างแบรนด์ฟิลเลอร์ที่พบได้บ่อยได้แก่

  • Juvéderm รุ่นที่ใช้กับริมฝีปาก เช่น VOLBELLA XC และ Ultra XC
  • Restylane รุ่นที่นิยมคือ Kysse
  • Belotero มีรุ่น Intense และ Balance
  • Teosyal มีกลุ่ม RHA Kiss และ RHA Kiss Volume
  • Definisse มีหลายรุ่นให้เลือกตามลักษณะเนื้อฟิลเลอร์

ตารางสรุปความแตกต่างยี่ห้อฉีดฟิลเลอร์ปาก

แบรนด์ รุ่น ลักษณะโดยรวม เหมาะกับ
Juvéderm VOLBELLA XC เนื้อละเอียด ค่อนข้างนุ่ม เก็บขอบปาก เติมทรงแบบละมุน
Juvéderm Ultra XC เนื้อแน่นขึ้น เพิ่มวอลลุ่มริมฝีปาก ให้ความอิ่มชัด
Restylane Kysse เนื้อนุ่มและยืดหยุ่น ปรับทรงปาก พร้อมคงการขยับดูเป็นธรรมชาติ
Belotero Balance เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย เก็บรายละเอียดและขอบปาก
Belotero Intense เนื้อแน่นกว่า Balance เติมวอลลุ่มหรือจุดที่ต้องการความชัด
Teosyal RHA Kiss เนื้อนุ่ม ยืดหยุ่น ปรับทรงและเติมปากแบบไม่ดูแข็ง
Teosyal RHA Kiss Volume เนื้อแน่นขึ้น เพิ่มวอลลุ่มให้ปากอิ่มขึ้น
Definisse (ขึ้นอยู่กับรุ่น) มีหลายระดับความนุ่มและความแน่น เลือกตามทรงปากและแผนการฉีดของแพทย์
การเลือกรุ่นที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับรูปปากเดิม จุดที่ต้องการเติม และผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่จำเป็นว่ารุ่นเดียวจะเหมาะกับทุกคน

รีวิวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

ฉีดฟิลเลอร์ปากใช้กี่ CC

ปริมาณฟิลเลอร์ปากที่ใช้จะแตกต่างกันตามเนื้อปากเดิมและทรงที่ต้องการ โดยทั่วไปมักเริ่มประมาณ 0.5–1 CC ต่อครั้ง

  • ประมาณ 0.5 CC เหมาะกับการเก็บรายละเอียด เติมขอบ หรือเพิ่มวอลลุ่มเล็กน้อย
  • ประมาณ 1 CC เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มหรือรูปทรงชัดขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใคร

การฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปทรงริมฝีปากโดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงกลุ่มคนเหล่านี้ เช่น

  • คนที่ริมฝีปากค่อนข้างบาง
  • คนที่ขอบปากไม่ชัด
  • คนที่ริมฝีปากบนและล่างไม่ได้สัดส่วน
  • คนที่ปากสองข้างไม่เท่ากันเล็กน้อย
  • คนที่ต้องการให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้น
  • คนที่มีริ้วรอยบริเวณริมฝีปาก
  • คนที่ต้องการปรับทรงปากให้เข้ากับโครงหน้า
  • คนที่เคยฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วต้องการเติมหรือปรับรายละเอียดเพิ่มเติม

ใครบ้างที่ไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ปาก

บางเคสหมออาจแนะนำให้เลื่อนฉีดฟิลเลอร์ปากไปก่อน โดยเฉพาะถ้ามีภาวะหรืออาการบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงหลังฉีด เช่น

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีแผล เริม ติดเชื้อ หรืออักเสบบริเวณริมฝีปาก
  • ผู้ที่เคยแพ้ฟิลเลอร์หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ยังควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการบริเวณรอบปาก ควรให้แพทย์ประเมินก่อนฉีด

ฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม

ฟิลเลอร์ปากโดยทั่วไปไม่ได้ถือว่าเป็นหัตถการที่อันตราย ถ้าเลือกฉีดกับสถานพยาบาลที่ผ่านการอนุญาตอย่างถูกต้อง และมีแพทย์ประเมินก่อนฉีด แต่ในบางเคสก็ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนหรืออาการผิดปกติบางอย่างที่ควรเฝ้าระวัง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก บางคนอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือเจ็บเล็กน้อยได้ แต่ก็มีบางอาการที่ควรสังเกตไว้เหมือนกัน เช่น

  • บวม แดง หรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด
  • มีรอยช้ำรอบริมฝีปาก
  • ปากตึงหรือเป็นก้อนเล็กน้อยช่วงแรก
  • รูปปากดูไม่เท่ากันจากอาการบวม
  • เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ในบางราย
  • เกิดก้อนหรือฟิลเลอร์เคลื่อนจากตำแหน่ง
  • ภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งพบได้น้อยแต่ต้องรีบพบแพทย์

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากควรเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนมาฉีดฟิลเลอร์ปากจริง ๆ ก็มีไม่กี่อย่างที่ควรเตรียมไว้ เพื่อให้วันฉีดประเมินได้ง่ายและวางแผนได้เหมาะสม เช่น

  • แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติการแพ้ยา
  • แจ้งหากเคยฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการบริเวณริมฝีปากมาก่อน
  • หากมีแผล เริม สิวอักเสบ หรือการติดเชื้อรอบปาก ควรเลื่อนฉีดก่อน
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากประมาณ 24 ชั่วโมง
  • เลี่ยงยาหรืออาหารเสริมที่เพิ่มโอกาสช้ำ หากแพทย์อนุญาตให้หยุดได้
  • งดทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือหัตถการรอบปากใกล้วันฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • เตรียมรูปทรงปากที่ชอบไว้คุยกับแพทย์ เพื่อช่วยวางแผนการฉีดให้ตรงกัน

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ปากใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที แต่ถ้ามีการฉีดยาชาหรือรอให้ยาชาออกฤทธิ์ อาจใช้เวลารวมประมาณ 45–60 นาที โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • แพทย์ประเมินรูปปากเดิมและคุยกันก่อนว่าอยากปรับตรงไหน
  • เลือกรุ่นและปริมาณฟิลเลอร์ให้เหมาะกับทรงปากและเป้าหมาย
  • ทำความสะอาดริมฝีปากและทายาชาหรือใช้ยาชาตามความเหมาะสม
  • ฉีดฟิลเลอร์ปากทีละจุดตามแผนที่วางไว้ พร้อมเช็กทรงระหว่างทำ
  • หลังฉีดแพทย์จะประเมินความสมดุลของริมฝีปากอีกครั้ง
  • แนะนำวิธีดูแลหลังฉีดและนัดติดตามผลตามความเหมาะสม
วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

แนะนำวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

ช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก มีบางอย่างที่หมออยากให้ระวังและดูแลเพิ่มอีกนิด เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำและไม่ไปรบกวนบริเวณที่เพิ่งฉีด เช่น

  • ประคบเย็นในช่วงแรกหากมีอาการบวม
  • เลี่ยงการกด นวด หรือจับริมฝีปากแรง ๆ
  • งดแอลกอฮอล์และออกกำลังกายหนักประมาณ 24–48 ชั่วโมง
  • เลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรืออาบน้ำร้อนจัด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ และดูแลริมฝีปากไม่ให้แห้ง
  • งดทำเลเซอร์หรือหัตถการรอบปากตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • หากปวดมาก บวมผิดปกติ หรือสีผิวเปลี่ยน ควรติดต่อแพทย์ทันที

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานกี่เดือน

ส่วนใหญ่ฟิลเลอร์ปากจะอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน แต่บางคนอาจสลายเร็วหรือช้ากว่านี้ได้ เพราะขึ้นอยู่กับทั้งรุ่นฟิลเลอร์ ปริมาณที่ฉีด และการเผาผลาญของแต่ละคน ถ้ารู้สึกว่าทรงปากเริ่มเปลี่ยนหรือวอลลุ่มลดลง ค่อยให้หมอประเมินอีกครั้งว่าจำเป็นต้องเติมหรือยัง

ถ้าฉีดแล้วไม่ชอบทรง แก้หรือละลายได้ไหม

ถ้าเป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) และรู้สึกว่าไม่ชอบทรง แพทย์สามารถประเมินเพื่อปรับแก้หรือใช้ตัวยาช่วยสลายฟิลเลอร์ได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรรีบละลายเองทันที เพราะช่วงแรกปากอาจยังบวมอยู่ แนะนำให้รอให้แพทย์เช็กก่อนว่าทรงจริงหลังยุบบวมเป็นแบบไหน

ฉีดฟิลเลอร์ปากราคาเท่าไหร่

ราคาฉีดฟิลเลอร์ปากในตลาดทั่วไปจะอยู่ประมาณ 10,000–20,000 บาท/1 CC โดยบางคลินิกอาจมีโปรโมชันทำให้ราคาถูกลงได้ เช่น

โปรโมชันฟิลเลอร์ปากที่ APEX

  • Filler Lip Free Pico (Kysse) ราคา 9,900 บาท
  • Filler Lip or Under Eye (Juvederm) ราคา 12,900 บาท
  • Filler 3 Free 1 ราคา 60,000 บาท
  • Filler Juvederm Volux 3 Free 1 ราคา 75,000 บาท


ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำสอบถามรายละเอียดกับ APEX ก่อนเข้ารับบริการ

ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี

ถ้ายังไม่รู้ว่าควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี ลองดูให้ครบทั้งแพทย์ ฟิลเลอร์ที่ใช้ และการดูแลหลังฉีด โดยคลินิกควรมีจุดเหล่านี้

  • ประเมินทรงปากและสัดส่วนใบหน้าโดยแพทย์ เช็กรายชื่อแพทย์ได้ที่ ทีมแพทย์ Apex
  • เลือกฟิลเลอร์ได้หลายแบรนด์และหลายรุ่นตามปัญหาของแต่ละคน
  • วางแผนปริมาณและตำแหน่งฉีดเป็นรายเคสตาม Apex Protocol
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและข้อมูลก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากได้
  • ปรึกษาหรือติดต่อสอบถามได้ผ่านช่องทาง LINE OFFICIAL ACCOUNT Apexbeauty
  • ได้รับการอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข มีอนุญาตเลข 11 หลักชัดเจนในทุกสาขา

วิธีตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาต

  • ดูข้อมูลสาขา APEX ทั้งหมด เพื่อเทียบกับฐานข้อมูลกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • เข้าเว็บไซต์ hosp.hss.moph.go.th
  • เลือกเมนูสำหรับค้นหาสถานพยาบาลหรือเลขที่ใบอนุญาต
  • กรอกชื่อคลินิก/โรงพยาบาล หรือข้อมูลพื้นที่ที่ต้องการค้นหา
  • หากค้นหาไม่พบหรือข้อมูลไม่ตรง ควรสอบถามสถานพยาบาลเพิ่มเติมก่อนรับบริการ
วิธีตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาต
ข้อมูลตามภาพ เป็นรายละเอียดของเอเพ็กซ์สาขาทองหล่อในฐานข้อมูลกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งก็จะมีข้อมูลชื่อสถานพยาบาล ที่ตั้ง เลขที่ใบอนุญาต และวันหมดอายุ เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลของสาขาก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก

ช่วงแรกหมอแนะนำให้เลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัด เพราะความร้อนอาจทำให้บวมมากขึ้นและระคายบริเวณที่เพิ่งฉีดได้

กินได้เมื่ออาการบวมและระคายลดลง แต่ช่วง 24 ชั่วโมงแรกควรเลี่ยงอาหารเผ็ดจัดไว้ก่อน เพราะอาจทำให้แสบหรือระคายริมฝีปากได้

ระหว่างฉีดอาจรู้สึกจี๊ดหรือตึงได้บ้าง โดยทั่วไปจะมีการใช้ยาชาหรือวิธีช่วยลดความรู้สึกเจ็บตามความเหมาะสม
ช่วงแรกอาจคลำเจอก้อนจากอาการบวมหรือเนื้อฟิลเลอร์ที่ยังไม่เข้าที่ แต่ถ้าก้อนแข็ง เจ็บ หรือไม่ยุบ ควรให้แพทย์ตรวจประเมิน
ฟิลเลอร์ HA สามารถค่อย ๆ สลายได้ตามเวลา แต่ระยะเวลาจะต่างกันในแต่ละคนและขึ้นอยู่กับรุ่นฟิลเลอร์ที่ใช้
เติมได้ในบางเคส แต่ควรให้แพทย์ประเมินฟิลเลอร์เดิมก่อน ว่ายังเหลืออยู่แค่ไหนและควรเติมตรงไหนเพิ่ม

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ปากคือการเติม HA เพื่อช่วยปรับทรง เก็บขอบ และเพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปาก โดยทั่วไปมักใช้ประมาณ 0.5–1 CC ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และสถานพยาบาล หลังฉีดควรดูแลตามคำแนะนำ โดยเฉพาะช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก และสังเกตอาการผิดปกติหลังทำ 

แหล่งข้อมูล

US Food and Drug Administration. Dermal filler do’s and don’ts for wrinkles, lips and more. FDA. Accessed September 18, 2026. https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/dermal-filler-dos-and-donts-wrinkles-lips-and-more

Wen YE, Perez Rivera LR, Wyatt HP, et al. Efficacy and safety of hyaluronic acid lip fillers: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Aesthetic Surgery Journal, 46(5), NP24–NP32. https://academic.oup.com/asj/article-abstract/46/5/NP24/8313674

Cleveland Clinic. Lip fillers: what to expect, types, benefits & side effects. Updated December 1, 2021. Accessed September 18, 2026. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22133-lip-fillers

American Academy of Dermatology Association. Fillers: overview. Accessed September 18, 2026. https://www.aad.org/public/cosmetic/wrinkles/fillers-overview

รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว