Ultraformer คืออะไร ช่วยยกกระชับใบหน้าอย่างไร กี่วันเห็นผล

Ultraformer

Ultraformer คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงาน HIFU ส่งลงไปทำงานในชั้นผิว เพื่อช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และช่วยเรื่องความหย่อนบริเวณแก้มหรือใต้คางได้ในบางเคส ซึ่งในตอนนี้ตัวเครื่องจะมีอยู่หลายรุ่น ซึ่งใช้หลักการคล้ายกัน แต่ต่างกันที่หัวและรูปแบบการปล่อยพลังงาน ทำให้หลายครั้งคนที่มารับบริการก็ค่อนข้างสับสนกันเยอะเลยทีเดียว

สารบัญ Ultraformer

Ultraformer คืออะไร

Ultraformer คือชื่อเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงาน HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ส่งพลังงานลงไปในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นและกระชับขึ้น แต่ตัวเครื่องจะมีหลายรุ่น เช่น Ultraformer III และ Ultraformer MPT ซึ่งก็จะมีหัวและวิธีปล่อยพลังงานต่างกันไป

รู้จักผู้ผลิตและผู้นำเข้า Ultraformer

Ultraformer เป็นเครื่องที่พัฒนาโดย CLASSYS Inc. ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งในประเทศไทยตอนนี้มีการนำเข้าและจัดจำหน่ายผ่าน Paragon Care โดยก่อนเข้ารับบริการ แนะนำให้ตรวจสอบชื่อรุ่นของเครื่อง แหล่งที่มา และข้อมูลการขึ้นทะเบียนของเครื่องให้ชัดเจนอีกครั้ง
Ultraformer ทำงานอย่างไร

Ultraformer ทำงานอย่างไร ทำไมยกกระชับได้

Ultraformer ไม่ได้ยกผิวขึ้นทันทีในครั้งเดียว แต่จะเริ่มจากการส่งพลังงานลงไปกระตุ้นเนื้อเยื่อใต้ผิวด้วย Thermal Coagulation Point โดยทำงานเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  • เลือกความลึก ให้ตรงกับชั้นผิวที่ต้องการทำ
  • สร้างจุดความร้อนใต้ผิว ด้วยพลังงาน HIFU
  • เนื้อเยื่อเกิด Tissue Contraction และเริ่มซ่อมแซม
  • เกิด Collagen Remodeling ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นและกระชับขึ้น

Ultraformer ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Ultraformer มักใช้กับปัญหาในกลุ่มผิวหย่อนคล้อยและความไม่กระชับ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า กรอบหน้า และใต้คาง เช่น

  • ช่วยให้ผิวดูยกกระชับขึ้น
  • ช่วยเก็บกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น
  • ช่วยให้เหนียงดูน้อยลงในบางเคส
  • ช่วยให้ผิวดูแน่นและเรียบขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  • ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและใต้คาง

เหนียงจากไขมันสะสม Ultraformer ช่วยได้ไหม

ถ้าเหนียงเกิดจากทั้งไขมันสะสมและผิวที่เริ่มหย่อน หมอมองว่า Ultraformer ยังพอช่วยให้ใต้คางดูเก็บและกระชับขึ้นได้ แต่ถ้าเป็นไขมันเยอะชัดเจนอย่างเดียว ผลอาจไม่เด่นมาก และอาจต้องพิจารณาวิธีที่เน้นลดไขมันร่วมด้วย

ข้อดีและข้อจำกัดของ Ultraformer

ถ้ามองในภาพรวม Ultraformer มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องผ่าตัดและปรับการทำงานได้หลายระดับ แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องผลลัพธ์ ระยะเวลาเห็นผล และความเหมาะสมในแต่ละเคสที่ควรรู้ไว้ก่อนทำเหมือนกัน

ข้อดีของ Ultraformer

  • ไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผลจากการผ่าตัด
  • เลือกความลึกของพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณได้
  • ช่วยเรื่องความกระชับ กรอบหน้า และใต้คางได้ในบางเคส
  • ใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างน้อย ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นตามการสร้างคอลลาเจน

ข้อจำกัดของ Ultraformer

  • ไม่ได้เห็นผลเต็มที่ทันทีหลังทำ Ultraformer
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและสภาพผิวเดิม
  • บางคนอาจรู้สึกเจ็บ จี๊ด หรือระบมเล็กน้อยระหว่างทำ
  • ถ้าผิวหย่อนมาก อาจให้ผลไม่เท่าการผ่าตัดดึงหน้า
  • อาจต้องทำซ้ำตามการประเมินและการเปลี่ยนแปลงของผิว
Ultraformer มีรุ่นไหนบ้าง

Ultraformer มีรุ่นไหนบ้าง ต่างกันอย่างไร

Ultraformer ที่ใช้กันหลัก ๆ มี 2 รุ่น คือ Ultraformer III และ Ultraformer MPT แม้จะใช้พลังงาน HIFU เหมือนกัน แต่แต่ละรุ่นมีวิธีปล่อยพลังงานและหัวที่ใช้ต่างกันอยู่พอสมควร

  • Ultraformer III : เป็นรุ่นที่ใช้พลังงานแบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) และมีหัวหลายระดับความลึกให้เลือกตามบริเวณที่ต้องการทำ
  • Ultraformer MPT : เพิ่ม Micro Pulse Mode (MP Mode) ที่ปล่อยพลังงานได้ถี่และต่อเนื่องขึ้น รวมถึงมีหัว Booster สำหรับงานในชั้นผิวตื้นมากขึ้น

ตารางความแตกต่างของ Ultraformer

เปรียบเทียบ Ultraformer III Ultraformer MPT
รูปแบบพลังงาน ยิงเป็นจุดเรียงต่อกัน (Dot Pattern) เป็นหลัก ยิงได้ทั้งแบบจุด เส้น และวงกลม
โหมดการยิง มี Normal Mode มีทั้ง Normal Mode และ Micro Pulse Mode
หัวยิง (Transducer) 1.5 – 13.0 mm เน้นการปล่อยพลังงานแบบ Dot
  • Linear & Dot (1.5 – 13.0 mm)
  • Ultraboost (หัววงกลม)
การใช้งาน เน้นยกกระชับ กรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อย ครอบคลุมทั้งยกกระชับ ลดไขมันบางจุด และงานผิว
สรุปแบบง่าย ๆ Ultraformer III เน้นการยิงเป็นจุดแบบเทคโนโลยีเดิม ส่วน Ultraformer MPT เพิ่มรูปแบบการปล่อยพลังงานที่หลากหลายและทำงานได้เร็วขึ้น

Ultraformer กับเครื่องยกกระชับ RF ต่างกันอย่างไร

แม้ Ultraformer กับ RF จะช่วยเรื่องความกระชับเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละแบบและทำงานกับชั้นผิวต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาคนละลักษณะ เช่น

  • Ultraformer ใช้พลังงาน HIFU ส่งพลังงานลงไปเป็นจุดตามระดับความลึกที่กำหนด เหมาะกับงานยกกระชับ กรอบหน้า และความหย่อนคล้อยที่ต้องการลงลึก
  • RF (Radiofrequency) อย่าง Thermage, Volnewmer ใช้พลังงานคลื่นวิทยุสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ มักเน้นเรื่องความแน่นของผิว คอลลาเจน และคุณภาพผิว

Ultraformer เหมาะกับใคร

ส่วนตัวหมอมองว่า Ultraformer เหมาะกับคนที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และอยากดูแลความกระชับตั้งแต่ช่วงที่ปัญหายังไม่มาก เช่น

  • ยิ้มหรือถ่ายรูปแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม
  • เริ่มมีแก้มห้อยหรือช่วงข้างแก้มดูตกลง
  • มีเหนียงเล็กน้อย แม้น้ำหนักไม่ได้เพิ่มมาก
  • รู้สึกว่าผิวหน้าไม่แน่นเหมือนช่วงก่อน
  • อยากเก็บกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น แต่ยังไม่อยากผ่าตัด
  • อยากดูแลความกระชับตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณ ไม่รอให้หย่อนมาก

Ultraformer อาจไม่เหมาะกับใคร

ก่อนทำ Ultraformer หมอจะเช็กก่อนว่ามีปัจจัยอะไรที่ควรเลี่ยงหรือควรระวังเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะบางเคสอาจต้องชะลอการทำหรือเลือกวิธีอื่นแทน เช่น

  • คนที่มีแผล การอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ Ultraformer
  • คนที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงที่แพทย์แนะนำให้เลี่ยงหัตถการ
  • คนที่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังอยู่ใกล้บริเวณรักษา
  • คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ควรประเมินก่อนทำ
  • คนที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก ซึ่งอาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย
  • คนที่คาดหวังผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า

Ultraformer ทำตรงไหนบ้าง ใช้กี่ช็อต

Ultraformer ทำได้ตั้งแต่บริเวณเล็ก ๆ อย่างรอบดวงตา ไปจนถึงแก้ม กรอบหน้า เหนียง และลำคอ ส่วนจำนวนช็อตจะต่างกันไปตามพื้นที่ที่ทำและปัญหาของแต่ละคน ดังนี้

  • รอบดวงตาหรือพื้นที่เล็กประมาณ 100–200 ช็อต
  • กรอบหน้าเฉพาะจุดประมาณ 200–400 ช็อต
  • แก้มและกรอบหน้าประมาณ 300–500 ช็อต
  • เหนียงและใต้คางประมาณ 200–500 ช็อต
  • หน้า + เหนียงประมาณ 500–800 ช็อต
  • ทั่วใบหน้าประมาณ 600–1,200 ช็อต
  • ทั่วหน้า + ใต้คาง + คอ อาจมากกว่า 800 ช็อต
หมอไม่แนะนำให้ดูแค่จำนวนช็อต เพราะต่อให้ใช้ 800 ช็อตเท่ากัน ผลลัพธ์ก็อาจต่างกันได้ ถ้าตำแหน่งและชั้นผิวที่ยิงไม่เหมาะสม

ยิง Ultraformer ยิ่งเยอะยิ่งดีจริงไหม

ก็ไม่จริงเสมอไปนะ ส่วนใหญ่หมอจะไม่ดูแค่จำนวนช็อต เพราะช็อตเยอะไม่ได้หมายความว่าจะยกได้ดีกว่าเสมอไป ถ้าวางพลังงานไม่ตรงชั้นหรือไม่ตรงจุดที่หย่อน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการประเมินว่าควรลงพลังงานตรงไหน ใช้หัวความลึกเท่าไร และวางจำนวนช็อตให้พอดีกับปัญหาของแต่ละคน

ทำ Ultraformer แล้วหน้าเรียวเลยไหม กี่วันเห็นผล

หลังทำ Ultraformer บางคนอาจรู้สึกว่ากรอบหน้าดูเก็บขึ้นเล็กน้อย แต่หมอจะยังไม่ถือว่าเป็นผลลัพธ์สุดท้ายนะ เพราะความกระชับมักค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 4–8 สัปดาห์ และเห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องได้ราว 2–3 เดือน ตามกระบวนการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ของผิว

Ultraformer ราคาเท่าไหร่

ราคา Ultraformer ส่วนใหญ่จะคิดตามจำนวนช็อต โดยแต่ละรุ่นมีช่วงราคาต่อช็อตต่างกัน และราคาจริงจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตกับรายละเอียดของโปรแกรมที่เลือก

  • Ultraformer III : ประมาณ 20–50 บาท/ช็อต เช่น 400 ช็อตอยู่ราว 9,000–11,000 บาท และ 600 ช็อตประมาณ 15,000–20,000 บาท
  • Ultraformer MPT : ประมาณ 30–75 บาท/ช็อต เช่น 400 ช็อตอยู่ราว 15,000–29,000 บาท และ 600 ช็อตประมาณ 20,000–36,000 บาท
*เป็นเพียงช่วงราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนได้ตามจำนวนช็อต รุ่นเครื่อง หัวที่ใช้ โปรโมชัน และเงื่อนไขของแต่ละสถานพยาบาล ควรสอบถามราคาจริงก่อนเข้ารับบริการ

รีวิวหลังทำ Ultraformer

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

ทำ Ultraformer มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

หลังทำ Ultraformer บางคนอาจมีอาการบวม แดง หรือระบมเล็กน้อยได้ในช่วงแรก ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเอง เช่น

  • บวมเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงแก้มหรือใต้คาง และมักค่อย ๆ ยุบลงเอง
  • ผิวแดง หลังทำในบางคน ซึ่งมักเป็นชั่วคราว
  • รู้สึกตึง เจ็บ หรือระบม เวลากดหรือขยับหน้าในช่วงแรก
  • อาจมีอาการชาหรือเสียวผิวเล็กน้อยในบางบริเวณ
  • รอยช้ำ อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้พบในทุกคน
  • หากใช้พลังงานไม่เหมาะสม อาจเกิดผิวไหม้หรือมีผลกระทบต่อเส้นประสาท
อาการส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง แต่ถ้าปวดหรือบวมมากกว่าปกติ รู้สึกว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการยังไม่ดีขึ้น ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจอีกครั้ง

Ultraformer เจ็บไหม ตอนทำรู้สึกอย่างไร

ตอนทำ Ultraformer ความรู้สึกจะต่างกันไปตามบริเวณ เช่น แก้มจะออกอุ่น ๆ ตึง ๆ กรอบหน้าหรือแนวกรามอาจจี๊ดลึกมากขึ้น ส่วนใต้คางมักรู้สึกตึงและสะเทือนลงลึกเล็กน้อย แต่จะบอกก่อนว่าแต่ละคนรู้สึกไม่เท่ากัน ถ้ากังวลเรื่องเจ็บในบางเคสแพทย์อาจแนะนำให้แปะยาชาก่อนทำได้

การเตรียมตัวก่อนทำ Ultraformer

ก่อนทำ Ultraformer แนะนำให้เตรียมตัวเล็กน้อยและแจ้งข้อมูลสุขภาพกับแพทย์ให้ครบ เพื่อให้วางแผนการทำได้เหมาะกับแต่ละคนมากขึ้น เช่น

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติหัตถการกับแพทย์ก่อนทำ
  • หากมีแผล อักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรรอให้หายก่อน
  • งดยาหรืออาหารเสริมที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกตามคำแนะนำแพทย์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำตามปกติก่อนทำ Ultraformer
  • วันทำควรงดแต่งหน้าหนัก เพื่อให้เตรียมผิวได้สะดวก
  • หากกังวลเรื่องเจ็บ สามารถสอบถามแพทย์เรื่องการแปะยาชาได้

ขั้นตอนการทำ Ultraformer

ก่อนทำ Ultraformer หมอจะดูก่อนว่าตรงไหนเป็นจุดที่อยากยกหรือเก็บเป็นพิเศษ แล้วค่อยวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ ดังนี้

  • แพทย์ประเมินรูปหน้าและจุดที่ต้องการยกกระชับ
  • ทำความสะอาดผิวและทาเจลก่อนเริ่ม
  • เลือกหัวและระดับความลึกให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ
  • ยิงพลังงาน HIFU ตามแนวที่วางแผนไว้
  • เช็กความเรียบร้อยและประเมินผิวหลังทำ
  • แนะนำการดูแลตัวเองและนัดติดตามผลตามความเหมาะสม


เวลาทำ Ultraformer จริง ๆ จะอยู่ประมาณ 30–60 นาที แล้วแต่บริเวณและจำนวนช็อต ถ้าต้องแปะยาชาด้วยก็ควรเผื่อเพิ่มอีกประมาณ 30–45 นาที หรือปรึกษาแพทย์ก่อน

แนะนำหลังทำ Ultraformer ดูแลอย่างไรดี

หลังทำ Ultraformer ไม่ได้ต้องดูแลตัวเองยุ่งยากมาก แต่ช่วงแรกหมอแนะนำให้ถนอมผิวหน่อย และเลี่ยงอะไรที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองเพิ่มขึ้น เช่น

  • ล้างหน้าและทาสกินแคร์ได้ตามปกติ แต่เลือกสูตรอ่อนโยนในช่วงแรก
  • ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ และเลี่ยงแดดจัด
  • งดนวดหน้า กด หรือคลึงแรง ๆ บริเวณที่ทำ
  • เลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ หรือความร้อนจัดในช่วง 1–2 วันแรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่หลังทำ Ultraformer
  • หากมีบวม ตึง หรือระบมเล็กน้อย ให้สังเกตอาการและหลีกเลี่ยงการจับบ่อย ๆ

เลือกทำ Ultraformer ที่ไหนดี

ถ้าจะเลือกทำ Ultraformer หมอแนะนำว่าอย่ารีบตัดสินใจจากโปรโมชันหรือจำนวนช็อตอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือสถานพยาบาล แพทย์ และตัวเครื่องว่าสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ชัดเจนหรือไม่ ดังนี้

  • ตรวจสอบข้อมูลเครื่องได้ผ่านช่องทางของผู้ผลิตและผู้นำเข้า ได้แก่ CLASSYS Inc. และ Paragon Care facebook.com/ParagonCare.Aesthetic
  • มีการประเมินก่อนทำ ทั้งจำนวนช็อต หัวที่ใช้ และความลึกควรเลือกตามปัญหาของแต่ละคน
  • แจ้งรายละเอียดชัดเจน เช่น ใครเป็นผู้ทำ ค่าใช้จ่ายรวม และแนวทางดูแลหลังทำ Ultraformer
  • สถานพยาบาลมีใบอนุญาต ตรวจสอบได้กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพผ่าน เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ แนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ของแพทยสภา
  • Ultraformer แท้ มีข้อมูลตรวจสอบได้ ควรถามรุ่นของเครื่องและเช็กข้อมูลกับ อย. ก่อนใช้บริการ


APEX เป็นอีกหนึ่งสถานพยาบาลที่สามารถตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตสถานพยาบาล 11 หลัก ของแต่ละสาขาได้ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลสาขาทั้งหมดได้ที่ สาขาของ Apex Clinic & Hospital

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ultraformer

โดยทั่วไปถ้าทำเฉพาะจุดอาจเริ่มราว 200–400 ช็อต ส่วนกรอบหน้าและแก้มมักอยู่ประมาณ 300–500 ช็อต แต่จำนวนที่เหมาะต้องดูพื้นที่และความหย่อนของแต่ละคนร่วมด้วย
ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติเลย เพราะไม่ได้มีแผล แต่บางคนอาจมีบวม แดง หรือตึงเล็กน้อยในช่วงแรก และต้องดูแลผิวตามที่แนะนำ
มีโอกาสได้ถ้ายิงพลังงานลึกหรือใช้พลังงานไม่เหมาะกับคนที่มีเนื้อแก้มน้อยอยู่แล้ว หมอจึงต้องประเมินชั้นไขมันและตำแหน่งก่อนทำ
ทำได้ในบางคนถ้าเริ่มมีกรอบหน้าไม่ชัดหรือผิวเริ่มหย่อน แต่ไม่จำเป็นต้องรีบทำเพียงเพราะอายุถึงช่วงหนึ่ง ควรดูจากสภาพผิวจริงมากกว่า
โดยทั่วไปผลอาจอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน แล้วแต่สภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเอง ส่วนการทำซ้ำมักเว้นระยะประมาณปีละ 1 ครั้ง หรือประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละคน

สรุป

ถ้าเริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม แก้มตก หรือมีเหนียง Ultraformer ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หมอใช้กัน โดยจำนวนช็อตอาจอยู่ราว 200–800 ช็อต แล้วแต่จุดที่ทำ แต่หลังทำยังไม่ใช่ว่าหน้าจะกระชับสุดทันที เพราะผิวยังต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจนต่อ โดยผลมักค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2–3 เดือน แต่ถ้าหย่อนมากหรือมีไขมันเยอะ หมออาจต้องดูวิธีอื่นร่วมด้วย

ช่องทางการติดต่อ

รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว