IgniteRF เป็นเครื่องยกกระชับผิวด้วยพลังงาน RF ที่มีหลายหัวให้เลือกใช้ ลงลึกได้ตั้งแต่ 0.5–60 มม. หมอจะใช้กับเคสที่มีปัญหาผิวหย่อน หรือดูดไขมันมาแล้วผิวไม่กระชับ ซึ่งแต่ละหัวก็เหมาะกับปัญหาคนละแบบ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าควรใช้หัวไหน ต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นตรงไหน และใครบ้างที่เหมาะกับการทำ วันนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกัน
IgniteRF คืออะไร
IgniteRF คือเทคโนโลยีกระชับผิวแบบ Minimally Invasive จาก InMode ที่ดูแลความหย่อนคล้อยทั้งใบหน้าและรูปร่าง มีหัวทำงานให้หมอเลือก ทั้งรุ่น RFAL ปกติ รุ่น Turbo รุ่น Quantum และรุ่น Morpheus8 โดยบางหัวส่งพลังงานได้ลึกถึง 60 มม. ก็เลยช่วยให้หมอดูแลเนื้อเยื่อในระดับความลึกที่ต่างกันได้ค่อนข้างครอบคลุมเลย
*Minimally Invasive คือการทำหัตถการผ่านแผลเล็ก ๆ ไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ บาดเจ็บน้อยลงและมักใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า

ข้อดีของ IgniteRF
นอกจากข้อดีที่ช่วยเรื่องความกระชับของผิว IgniteRF ก็ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ดังนี้
- ส่งพลังงานได้หลายระดับความลึก ตั้งแต่ 0.5–60 มม.
- รวมหลายเทคโนโลยี ช่วยกระชับและปรับรูปทรงเนื้อเยื่อ
- ใช้พลังงาน Bipolar RF ช่วยควบคุมการส่งความร้อนสู่เนื้อเยื่อ
- ตั้งค่าพลังงานล่วงหน้า เพื่อควบคุมการกระจายความร้อน
- มีระบบวัดอุณหภูมิและความต้านทานของเนื้อเยื่อระหว่างทำ

IgniteRF มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง ลงลึกถึงชั้นไหน
ถึงจะเป็นเครื่องเดียวกัน แต่หัว IgniteRF แต่ละแบบไม่ได้ทำงานเหมือนกันทั้งหมดนะ หมอจะแบ่งให้ดูเป็น 4 กลุ่ม เพื่อให้เห็นว่าหัวไหนต่างกันอย่างไร
1. IgniteRF กลุ่ม RFAL

หัวของ IgniteRF กลุ่มนี้เป็นแบบ RFAL (Radiofrequency Assisted Lipo-Coagulation) หรือก็คือเทคโนโลยีดูดไขมันร่วมกับการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ ซึ่งส่งพลังงานระหว่างขั้วไฟฟ้าบนผิวและใต้ผิวหนัง ควบคุมทิศทางความร้อนด้วยระบบ Directional Thermal Containment ตอนนี้มี 3 หัว ดังนี้

BodyTite
ถ้าเป็นจุดกว้าง ๆ อย่างหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา หมออาจเลือกใช้ BodyTite ที่ส่งพลังงาน RFAL ลงใต้ผิวได้ลึกประมาณ 2–6 ซม. ผ่านท่อ Cannula ยาว 17 ซม. พร้อมระบบติดตามอุณหภูมิ ช่วยควบคุมความร้อนระหว่างทำ
FaceTite
FaceTite ใช้เทคโนโลยี RFAL เหมือน BodyTite เลย แต่หัวจะเล็กกว่า เหมาะกับการกระชับแก้ม กรอบหน้า และใต้คางที่เริ่มหย่อนคล้อย ใช้ท่อ Cannula ยาว 10 ซม. ทำงานลึกประมาณ 1–2 ซม.
AccuTite
AccuTite เป็นหัว RFAL ที่เล็กที่สุดในกลุ่มนี้ ก็เลยมักใช้บริเวณที่ต้องการความละเอียดอย่างรอบดวงตา มีท่อ Cannula ยาว 6 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.9 มม. ทำงานลึกไม่เกิน 1 ซม. ช่วยให้หมอส่งพลังงานได้ครอบคลุมมากขึ้น
2. IgniteRF กลุ่ม Turbo

IgniteRF หัว Turbo จะใช้หลักการ RFAL แต่มีการพัฒนามากขึ้น โดยมีระบบวัดอุณหภูมิช่วยควบคุมความร้อนระหว่างทำ ส่วนปลายท่อมีปลอกพลาสติกช่วยป้องกันเนื้อเยื่อ และหมอยังปรับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคนได้ด้วย
BodyTite Turbo
BodyTite Turbo เป็นรุ่นที่พัฒนาจาก BodyTite โดยเพิ่มกำลังเป็น 60 วัตต์ และใช้ท่อ Cannula ยาว 25 ซม. ที่แข็งแรงขึ้น ช่วยให้หมอควบคุมทิศทางได้ดีขึ้น เหมาะกับการกระชับผิวบริเวณกว้าง เช่น หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา
FaceTite Turbo
FaceTite Turbo พัฒนาต่อจาก FaceTite โดยเพิ่มกำลังพลังงานและใช้ท่อ Cannula ที่แข็งแรงขึ้น ช่วยให้หมอควบคุมทิศทางระหว่างทำได้ดีขึ้น เหมาะกับการกระชับผิวบริเวณแก้ม กรอบหน้า และลำคอที่หย่อนคล้อย
3. IgniteRF กลุ่ม QuantumRF

IgniteRF ในกลุ่ม QuantumRF ใช้เทคโนโลยี Fractional RF (FRF) ส่งพลังงานเป็นจังหวะผ่านท่อ Cannula ช่วยลดการบาดเจ็บของชั้นหนังแท้และความเสี่ยงรอยดำหลังอักเสบ (PIH) พร้อมระบบเสียงนับจำนวนครั้งที่ปล่อยพลังงาน
QuantumRF 10
QuantumRF 10 เหมาะกับการกระชับผิวบริเวณใบหน้า ใต้คาง และลำคอ ใช้เทคโนโลยี Fractional RF ส่งพลังงานเป็นจังหวะเพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว มีท่อ Cannula ยาว 10 ซม. กำลังสูงสุดประมาณ 35 วัตต์ ลงลึกประมาณ 3–20 มม.
QuantumRF 25
QuantumRF 25 ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ QuantumRF 10 แต่มีท่อ Cannula ยาว 25 ซม. กำลังสูงสุดประมาณ 60 วัตต์ ลงลึกประมาณ 20–50 มม. เหมาะกับจุดที่มีเนื้อเยื่อหนาหรือพื้นที่กว้างอย่างหน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา
4. IgniteRF กลุ่ม Morpheus8
Morpheus8 ใช้เทคโนโลยี Internal Fractional Pulsed RF ส่งพลังงานผ่านเข็มเคลือบทองขนาดเล็กลงใต้ผิวแบบเป็นจังหวะ พร้อมเทคโนโลยี Burst และ Scale

Morpheus8 Burst
Morpheus8 Burst เหมาะกับคนที่มีริ้วรอย ผิวไม่เรียบ หรือเริ่มหย่อนคล้อย มีหัวเข็มให้เลือกทั้ง 12 และ 24 เข็ม ลงลึกประมาณ 0.5–5 มม. โดยหัว 24 เข็มรองรับเทคโนโลยี Burst และ Scale ช่วยส่งพลังงาน RF ได้หลายระดับความลึกในหนึ่งรอบ
Morpheus8 Burst Deep
Morpheus8 Burst Deep เหมาะกับจุดที่มีพื้นที่กว้างอย่างหน้าท้องและต้นขา ใช้หัวเข็ม 40 เข็ม ทำงานลึกประมาณ 2–7 มม. พร้อมเทคโนโลยี Burst และ Scale ที่ช่วยส่งและปรับพลังงาน RF ในเนื้อเยื่อหลายระดับความลึก
เทคโนโลยี Burst และ Scale ของ Morpheus8 ต่างกันอย่างไร
ทั้ง Burst และ Scale ช่วยให้ Morpheus8 ส่งพลังงาน RF ได้หลายระดับความลึกในการทำหนึ่งครั้ง แต่ต่างกันตรงวิธีปล่อยและปรับพลังงาน ดังนี้
- Burst Technology: ส่งพลังงาน RF เป็นจังหวะในหลายระดับความลึก โดยไม่ต้องลงเข็มใหม่ทุกชั้น
- Scale Technology: ปรับพลังงาน RF ให้เหมาะกับแต่ละชั้น โดยชั้นลึกใช้พลังงานมากกว่า ชั้นตื้นใช้น้อยลง
อ่าน Clinical Papers เกี่ยวกับ IgniteRF เพิ่มเติมได้ที่ inmodemd.com/clinical-papers/
IgniteRF ช่วยอะไรบ้าง
IgniteRF ไม่ได้ใช้แค่กระชับผิวหน้านะ แต่ยังดูแลแก้มห้อย เหนียง กรอบหน้า ไปจนถึงผิวตามตัวที่เริ่มหย่อนคล้อยได้ด้วย โดยหมอจะเลือกหัวให้เหมาะกับปัญหาแต่ละจุด
- แก้มห้อย ผิวหย่อนคล้อย ช่วยให้แก้มดูกระชับขึ้น
- กรอบหน้าไม่ชัด ช่วยให้กรอบหน้าดูได้รูปขึ้น
- มีเหนียง ไขมันใต้คาง ช่วยกระชับและปรับสัดส่วนใต้คาง
- ผิวไม่แน่น ขาดความยืดหยุ่น ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวดูแน่นขึ้น
- ริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบ ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ต้นแขนย้วย หน้าท้องหย่อน ต้นขาไม่กระชับ ดูแลความหย่อนคล้อยตามจุดต่าง ๆ
อย่างเคสที่ดูดไขมันมาแล้ว แต่ผิวยังหย่อน ไม่กระชับตามสัดส่วนที่ลดลง หมอก็อาจประเมินให้ใช้ IgniteRF เข้ามาช่วยกระชับผิวเพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
IgniteRF ทำบริเวณไหนได้บ้าง
IgniteRF สามารถใช้ดูแลได้ทั้งใบหน้าและร่างกาย โดยหมอจะเลือกหัวทำงานให้เหมาะกับผิวและปัญหาของแต่ละบริเวณ เช่น
- รอบดวงตา
- แก้ม
- กรอบหน้า
- ใต้คางและเหนียง
- ลำคอ
- ต้นแขน
- หน้าท้อง
- เอวและสีข้าง
- ต้นขา
- เหนือเข่า
- สะโพกและบั้นท้าย
IgniteRF ต่างจากเครื่อง RF ที่ส่งพลังงานผ่านผิวอย่างไร
RF แต่ละเครื่องทำงานไม่เหมือนกัน หมอเลยอยากให้ลองดูความต่างระหว่าง IgniteRF กับเครื่อง RF แบบ Non-invasive ก่อนว่าแต่ละแบบทำงานอย่างไรและต่างกันตรงไหน ดังนี้
ตารางเปรียบเทียบระหว่าง Non-invasive RF และ IgniteRF
| หัวข้อ | Non-invasive RF | IgniteRF |
|---|---|---|
| วิธีส่งพลังงาน | ส่งพลังงานผ่านผิวจากด้านนอก | มีทั้ง Fractional RF และหัวที่ทำงานใต้ผิว |
| ความลึก | ขึ้นกับเครื่อง | เลือกได้หลายระดับตามหัว |
| จุดเน้น | ผิวและความกระชับ | กระชับผิว เนื้อเยื่อใต้ผิว พร้อมปรับสัดส่วน |
| พื้นที่ | หน้าหรือตัวตามหัวเครื่อง | มีหัวสำหรับพื้นที่เล็กและใหญ่ |
สรุปความแตกต่างของสองตัวนี้ หมอมองว่าเครื่อง RF ทั่วไปส่วนใหญ่ก็จะเน้นกระชับผิวจากภายนอก ส่วนเครื่อง IgniteRF มีหลายหัวให้เลือก ทั้งแบบส่งพลังงานใต้ผิวและแบบใช้เข็ม RF ก็เลยค่อนข้างครอบคลุมขึ้น
BodyTite Turbo ของ IgniteRF กับ BodyTite รุ่นเดิมต่างกันไหม
ถ้าดูแค่สเปกเครื่อง BodyTite Turbo ถือว่าปรับจากรุ่นเดิมไปพอสมควร ทั้งกำลังพลังงานที่เพิ่มขึ้น 50% ท่อ Cannula ยาวขึ้น 40% และแข็งแรงขึ้นด้วย แต่หมออยากให้เข้าใจว่า เครื่องที่แรงกว่าไม่ได้แปลว่าจะให้ผลดีกว่าหรือเหมาะกับทุกคนเสมอไป ยังต้องดูปัญหาและสภาพผิวของแต่ละคนด้วย
IgniteRF เหมาะกับใครบ้าง
ถ้าเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่กระชับเหมือนเดิม หรือมีบางจุดที่อยากปรับให้ได้รูปขึ้น IgniteRF ก็อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่มีปัญหาเหล่านี้
- คนที่ผิวเริ่มหย่อน หน้าไม่กระชับเหมือนเมื่อก่อน
- คนที่มีแก้มห้อย กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือมีเหนียง
- คนที่มีไขมันสะสมตามจุดต่าง ๆ เช่น ใต้คาง ต้นแขน หน้าท้อง
- คนที่มีริ้วรอย ผิวไม่เรียบ หรือเริ่มขาดความยืดหยุ่น
- คนที่ผิวตามตัวเริ่มย้วย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
- คนที่ดูดไขมันมาแล้ว แต่ผิวยังหย่อน ไม่กระชับตามสัดส่วนที่เล็กลง
ใครอาจไม่ควรทำ IgniteRF
IgniteRF ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ เพราะบางภาวะอาจมีความเสี่ยงระหว่างทำ หมอเลยอยากให้เช็กก่อนว่ามีใครบ้างที่ควรเลี่ยงหรือต้องประเมินเป็นพิเศษ เช่น
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่ติดเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
- ผู้ที่มีโลหะหรือวัสดุฝังอยู่ในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีแผลเปิด ผิวอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงหรือยังควบคุมอาการไม่ได้
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์หรือแผลหายยาก
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่เป็นมะเร็งหรือมีประวัติมะเร็ง ควรให้แพทย์ประเมินก่อน
ผลลัพธ์หลังทำ IgniteRF
ผลลัพธ์หลังทำ IgniteRF ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันนะ เพราะขึ้นอยู่กับหัวที่หมอเลือกใช้ บางเคสเน้นกระชับผิวหน้า บางเคสเน้นผิวตามตัวที่หย่อนคล้อย หมอเลยรวบรวมรีวิวแยกตามหัวมาให้ดูว่าแต่ละเคสมีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง
รีวิว IgniteRF หัว BodyTite


รีวิว IgniteRF หัว FaceTite


รีวิว IgniteRF หัว AccuTite


รีวิว BodyTite Turbo และ FaceTite Turbo


รีวิว IgniteRF หัว QuantumRF 10/ 25


รีวิว IgniteRF หัว Morpheus8 Burst/Burst Deep


หมายเหตุ: ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหา และการตอบสนองต่อการรักษา
ก่อนทำ IgniteRF เตรียมตัวอย่างไร
ก่อนทำ IgniteRF มีบางเรื่องที่หมออยากให้เช็กไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
- เช็กสภาพผิวกับหมอ เพื่อเลือกหัวทำงานให้เหมาะกับปัญหา
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้ รวมถึงประวัติแพ้ยาและหัตถการที่เคยทำ
- มีโลหะหรืออุปกรณ์ฝังในร่างกาย ต้องแจ้งหมอก่อนทำ
- เลี่ยงแดดจัด และงดใช้สกินแคร์ที่ทำให้ผิวระคายเคือง
- งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ ตามระยะเวลาที่หมอแนะนำ
- มีแผล ผื่น หรือผิวอักเสบ ควรรักษาให้ดีก่อน
- เผื่อเวลาพักฟื้น เพราะแต่ละหัวใช้เวลาฟื้นตัวไม่เท่ากัน
ขั้นตอนการทำ IgniteRF
โดยปกติถ้าเคสไหนที่ดูดไขมันก็อาจพิจารณาทำ IgniteRF ด้วยได้ เพื่อช่วยกระชับผิวเพิ่มเติมได้ โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
- ประเมินผิว หมอตรวจปัญหาและเลือกหัวทำงานที่เหมาะสม
- เตรียมผิว ทำความสะอาดและกำหนดจุดที่จะทำ
- ให้ยาชา หรือยาระงับความรู้สึกตามความเหมาะสม
- ส่งพลังงาน RF ลงสู่เนื้อเยื่อในระดับความลึกที่กำหนด
- ควบคุมความร้อน ติดตามอุณหภูมิและปรับพลังงานระหว่างทำ
- ดูแลหลังทำ ทำความสะอาด ปิดแผลหากมี และแนะนำวิธีพักฟื้น
แต่ขั้นตอนของแต่ละเคสอาจต่างกันนะ เพราะ IgniteRF มีทั้งหัวที่ใช้ท่อ Cannula สอดเข้าไปใต้ผิวและหัวแบบเข็ม RF หมอจะเลือกใช้ตามปัญหาของแต่ละคน ทำให้วิธีทำและระยะเวลาที่ใช้ไม่เท่ากัน
แนะนำการดูแลหลังทำ IgniteRF
หลังทำ IgniteRF สิ่งที่หมออยากให้ใส่ใจไม่แพ้ขั้นตอนการทำก็คือการดูแลตัวเองช่วงพักฟื้น ซึ่งมีเรื่องที่ควรทำและควรเลี่ยง ดังนี้
- ดูแลแผลให้สะอาด ไม่แกะ เกา หรือถูบริเวณที่ทำ
- เลี่ยงแดดจัด และทากันแดดเมื่อผิวพร้อม
- พักสครับและสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว จนกว่าผิวจะฟื้นตัว
- งดซาวน่าและความร้อนจัด ลดการระคายเคืองผิว
- พักออกกำลังกายหนัก ตามระยะเวลาที่หมอแนะนำ
- ใช้ยาตามที่หมอสั่ง ไม่ซื้อยามาใช้เอง
- มาตามนัด เพื่อติดตามอาการและการฟื้นตัว
หมอขอย้ำหน่อยว่า ถ้าหลังทำมีอาการปวดบวมมากขึ้นผิดปกติ มีไข้ หรือแผลมีหนอง ควรรีบติดต่อหมอทันทีนะ ส่วนการดูแลหลังทำก็ต้องดูตามหัว IgniteRF ที่ใช้ในแต่ละเคสอีกทีด้วย
หลังทำ IgniteRF มีผลข้างเคียงไหม
หลังทำ IgniteRF อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหัวที่ต้องสอดท่อใต้ผิว ซึ่งอาจมีอาการมากกว่าหัวเข็ม RF หมอเลยอยากให้รู้ไว้ก่อนว่าหลังทำอาจเจออะไรบ้าง เช่น
- บวม แดง หรือช้ำ
- ปวดหรือตึงผิว
- ผิวชาหรือไวต่อสัมผัส
- ผิวไม่เรียบหรือเป็นก้อนแข็ง
- รอยแผลหรือรอยดำ
- ผิวไหม้หรือพุพอง
- ไขมันใต้ผิวสูญเสียหรือเส้นประสาทบาดเจ็บ
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเจอผลข้างเคียงเหล่านี้เหมือนกันนะ อาการและความรุนแรงอาจต่างกันไปตามหัว IgniteRF ที่ใช้ บริเวณที่ทำ และการฟื้นตัวของผิวแต่ละคนด้วย
IgniteRF กับการดูดไขมัน ใช้ร่วมกันยังไง
เท่าที่หมอเห็นมาหลาย ๆ เคสที่เข้ามา ดูดไขมัน แล้วสัดส่วนเล็กลงจริง แต่ผิวยังดูย้วย ไม่กระชับเท่าที่ต้องการ โดยเฉพาะหน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา เคสแบบนี้หมออาจพิจารณาใช้ IgniteRF ร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น ซึ่งจะทำพร้อมดูดไขมันหรือทำภายหลังก็ได้ อยู่ที่ประเมินหน้างานกันอีกที
หลังดูดไขมันที่ APEX ทำ IgniteRF ต่อได้ไหม
ถ้าใครอยากดูดไขมันกับ APEX แล้วกังวลเรื่องผิวหย่อนหรือผิวไม่กระชับ ก็ปรึกษาหมอเรื่องการทำ IgniteRF เพิ่มได้ โดยทาง APEX มีแพ็กเกจให้ลองพิจารณาก่อน แต่จะเหมาะกับเคสไหนบ้าง หมอต้องประเมินสภาพผิวของแต่ละคนก่อนอีกทีนะ
IgniteRF ราคาเท่าไหร่
ที่ APEX เรามีโปรแกรมกระชับผิวด้วย IgniteRF โดยเน้นการใช้หัว Turbo ดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว ซึ่งมีราคาแบ่งตามบริเวณที่ทำ ดังนี้
- โปรแกรมกระชับผิวใบหน้าและลำคอด้วย IgniteRF Turbo 49,900 บาท
- โปรแกรมกระชับผิวกายและลำตัวด้วย IgniteRF Turbo 69,900 บาท
ราคาโดยประมาณเบื้องต้น อาจแตกต่างกันตามบริเวณที่ทำและการประเมิน แนะนำให้สอบถามรายละเอียดและตรวจสอบโปรโมชันล่าสุดกับ APEX ก่อนเข้ารับบริการ
ทำ IgniteRF ที่ไหนดี
ก่อนเลือกทำ IgniteRF หมอแนะนำให้ตรวจสอบคลินิกและเครื่องที่ใช้ผ่าน InMode ประเทศไทย พร้อมเช็กสถานพยาบาลและความพร้อมด้านต่าง ๆ ดังนี้
- คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง ตรวจสอบได้ที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
- แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพ ตรวจสอบได้ที่ แพทยสภา
- ใช้เครื่อง IgniteRF ที่ตรวจสอบได้ เช็กข้อมูลเครื่องมือแพทย์ที่ อย.
- มีหัวทำงานให้เลือกเหมาะกับปัญหา เช่น BodyTite, FaceTite และ Morpheus8
- มีแพทย์ประเมินผิวก่อนทำ เพื่อเลือกวิธีและระดับความลึกที่เหมาะสม
- มีการติดตามผลหลังทำ พร้อมคำแนะนำเรื่องแผลและการพักฟื้น
สำหรับใครที่สนใจทำ IgniteRF กับ APEX ตอนนี้มีให้บริการ 2 สาขา สามารถเลือกสาขาที่สะดวกได้ดังนี้
- APEX Surgery Hospital โรงพยาบาลศัลยกรรมเอเพ็กซ์ เพลินจิต เช็กการเดินทาง
- APEX Surgery Hospital โรงพยาบาลศัลยกรรมเอเพ็กซ์ ภูเก็ต เช็กการเดินทาง
แนะนำให้สอบถามข้อมูลหรือเช็กหัวของ IgniteRF ที่ให้บริการในแต่ละสาขาอีกครั้งก่อนใช้บริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IgniteRF
IgniteRF ต้องพักฟื้นไหม กี่วันถึงกลับไปทำงานได้
ขึ้นอยู่กับหัวที่ใช้และบริเวณที่ทำนะ บางเคสกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในไม่กี่วัน แต่ถ้ามีการสอดท่อใต้ผิว อาจต้องเผื่อเวลาพักฟื้นมากขึ้น
ดูดไขมันมาแล้วผิวย้วย ทำ IgniteRF ช่วยได้ไหม
จริง ๆ ก็ช่วยได้ในบางเคส โดยเฉพาะคนที่ดูดไขมันแล้วผิวไม่กระชับตามสัดส่วนที่ลดลง แต่หมอต้องดูระดับความหย่อนคล้อยก่อนว่าเหมาะกับหัวไหน
IgniteRF ช่วยลดไขมันด้วยไหม หรือแค่กระชับผิว
ทำได้ทั้งสองอย่างในบางหัวนะ อย่าง BodyTite ใช้ความร้อน RF ช่วยจัดการไขมันและทำให้เนื้อเยื่อหดตัว แต่ไม่ใช่ทุกหัวจะเน้นลดไขมัน
ทำ IgniteRF แล้วผิวจะกลับมาหย่อนอีกไหม
หลังทำ IgniteRF ในบางเคสก็มีโอกาสหย่อนคล้อยได้อีก เพราะผิวยังเปลี่ยนไปตามอายุและน้ำหนักที่ขึ้นลง ผลลัพธ์จึงไม่ได้อยู่ถาวร
ทำ IgniteRF แล้วมีแผลเป็นไหม
บางหัวต้องเปิดแผลเล็ก ๆ เพื่อสอดท่อใต้ผิว จึงอาจเหลือรอยแผลเป็นได้ ส่วนหัวเข็ม RF อาจมีรอยแดงหรือจุดเข็มหลังทำ ซึ่งมักค่อย ๆ จางลง แต่ต้องดูการฟื้นตัวของผิวแต่ละคนด้วย
IgniteRF เจ็บไหม ต้องใช้ยาชาหรือเปล่า
IgniteRF อาจรู้สึกตึงหรือเจ็บได้บ้างระหว่างทำ แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่หรือพิจารณาวิธีระงับความรู้สึกให้เหมาะกับบริเวณที่ทำและแต่ละเคส (ขึ้นอยู่กับแต่ละคน)
สรุป
IgniteRF เป็นเครื่องกระชับผิวด้วยพลังงาน RF จาก InMode ที่มีจุดเด่นคือรวมหัวมาให้เลือกใช้ได้หลายแบบ ครอบคลุมทั้งใบหน้าและรูปร่าง ตั้งแต่แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด ไปจนถึงผิวหย่อนหลังดูดไขมัน แต่ละหัวมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งการกระชับเนื้อเยื่อชั้นลึกและดูแลผิวชั้นตื้น หมอจึงเลือกใช้ให้ตรงกับปัญหาได้มากขึ้น
แหล่งข้อมูล
InMode Thailand. (n.d.). InMode Thailand. https://inmodemd.co.th
InMode. (n.d.). InMode: Advanced medical aesthetic technology. https://www.inmodemd.com
Greenwood, B. G. (2024, August 30). Loose skin after weight loss: What helps. WebMD. https://www.webmd.com/obesity/loose-skin-after-weight-loss
Cleveland Clinic. (2023, February 4). Radio frequency (RF) skin tightening. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24683-radio-frequency-rf-skin-tightening



