ดึงหน้า (Facelift) ยกกระชับใบหน้า ลดความหย่อนคล้อย

ดึงหน้า ผ่าตัดยกกระชับใบหน้า (Facelift)

การผ่าตัดดึงหน้า เป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์และแก้ไขปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและลำคอที่มาพร้อมกับวัย แม้จะเป็นวิธีที่มีมานาน แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก็ได้ถูกพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น รอยแผลเป็นน้อยลง และฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น วันนี้เรา Apex Surgery จะมาเจาะลึกทุกแง่มุมของการผ่าตัดดึงหน้า ตั้งแต่ประเภทของการผ่าตัด การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมว่าต้องทำยังไงบ้าง

เลือกหัวข้อดึงหน้าที่สนใจ

ดึงหน้า Face Lift คืออะไร

ดึงหน้า (Facelift) ดึงหน้า (Face Lift) คือ การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับกล้ามเนื้อ แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าและลำคอ โดยมุ่งเน้นการปรับยกโครงสร้างภายในผิวชั้นลึก หรือชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่มีบทบาทสำคัญต่อความกระชับของผิว ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ ลดความหย่อนคล้อย และปรับรูปหน้าให้สมส่วน ดูเป็นธรรมชาติและดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม

ดึงหน้าทำส่วนไหนได้บ้าง แต่ละส่วนแก้ปัญหาอะไร

การดึงหน้าช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ด้วยการยกกระชับเฉพาะส่วนที่มีปัญหา โดยมีจุดเด่นในการแก้ไขปัญหาดังนี้

  • ดึงหน้าผาก (Forehead Lift): ยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อเหนือคิ้ว ลดรอยย่นบนหน้าผาก และยกคิ้วที่หย่อนคล้อยให้สูงขึ้น แก้ปัญหาคิ้วตก หนังตาตก ทำให้ดวงตาดูเปิดและสดใสขึ้น
  • ดึงใบหน้าส่วนบน (Upper Facelift): ยกกระชับบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา ลดริ้วรอยเล็ก เติมความอิ่มเอิบให้แก้ม ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและมีมิติมากขึ้น
  • ดึงใบหน้าส่วนล่าง (Lower Facelift): ยกกระชับผิวบริเวณแก้มและขากรรไกร แก้ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก และผิวหย่อนคล้อย ทำให้แนวกรามคมชัด ใบหน้าดูแน่นกระชับ
  • ดึงคอ (Neck Lift): แก้ไขเหนียงและผิวหย่อนบริเวณลำคอ รวมถึงกล้ามเนื้อคอที่ย้อย ทำให้คอตึงเรียวและรับกับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นหนึ่งวิธีในการยกกระชับใบหน้า แต่อย่างไรก็ตามเราควรเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้กับตัวเอง ซึ่งบุคคลที่เหมาะในการผ่าตัดดึงหน้ายกกระชับ มีดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณแก้ม แนวกราม และลำคอ
  • ผู้ที่มีหน้าแก่จากริ้วรอยลึกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีอื่น
  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาผิวเสื่อมสภาพเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าเทคโนโลยีแบบไม่ผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการปรับปรุงบุคลิกภาพและความมั่นใจในชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่เข้าใจข้อจำกัดของการผ่าตัด เข้าใจว่าการผ่าตัดไม่สามารถหยุดยั้งความชราได้

ข้อดีของการดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าไม่เพียงช่วยในการยกกระชับ แต่ยังมีข้อดีอีกหลายประการที่ส่งผลต่อทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้รับการรักษา ดังนี้

  • ยกกระชับหน้าอย่างชัดเจน โดยการผ่าตัดดึงหน้าสามารถยกกระชับหน้าเหี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดริ้วรอยลึก สามารถลดริ้วรอยบริเวณแก้ม ร่องน้ำหมาก และแนวกรามที่ลึกสามารถลดลงได้มากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
  • ผลลัพธ์ที่ยาวนาน สามารถคงอยู่ได้นาน 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิว
  • ช่วยในการกระชับกรอบหน้า นอกจากยกกระชับหน้าแล้ว การผ่าตัดยังสามารถปรับแนวกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยจนทำให้กรอบหน้าไม่ชัดเจน
  • แก้ปัญหาหลายจุดพร้อมกัน สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้หลายบริเวณในครั้งเดียว
  • ฟื้นฟูความมั่นใจ ซึ่งการที่ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสมากขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในชีวิตประจำวันและการเข้าสังคม

เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้า มีอะไรบ้าง

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธีที่มีมายาวนาน แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการผ่าตัด หรือทำให้ผลลัพธ์จากการผ่าตัดดีขึ้น ซึ่งเทคนิคการดึงหน้าในปัจจุบัน มีดังนี้

  • การศัลยกรรมดึงหน้าแบบ Deep Plane Face Lift (DFL)  เป็นการดึงหน้าที่เข้าไปปลดล็อกใต้กล้ามเนื้อชั้น SMAS ผลลัพธ์อยู่ได้นาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยมากและต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • การศัลยกรรมดึงหน้าแบบ Mini Facelift เป็นเทคนิคสำหรับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ใช้การผ่าตัดเล็กและการฟื้นตัวเร็วกว่า
  • การศัลยกรรมดึงหน้าด้วยการส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) เป็นการใช้กล้องขนาดเล็กช่วยในกระบวนการผ่าตัด ทำให้แผลมีขนาดเล็กและลดระยะเวลาการฟื้นตัว
  • เทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าร่วมกับการดูดไขมัน (Facelift with Liposuction) เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบนใบหน้าหรือคาง โดยทำการดูดไขมันหน้าและยกกระชับพร้อมกัน
  • การศัลยกรรมดึงหน้าด้วยเลเซอร์ (Laser Facelift) ใช้เลเซอร์ช่วยกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่กระชับเล็กน้อย
แผลผ่าตัดดึงหน้า

ลักษณะของแผลดึงหน้า

ความกังวลอีกอย่างของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าคือเรื่องของแผลดึงหน้า แต่ด้วยเทคนิคสมัยใหม่ ศัลยแพทย์จะออกแบบและซ่อนแนวแผลเป็นอย่างระมัดระวัง เพื่อให้มองเห็นได้ยากที่สุด แนวแผลเป็นจากการดึงหน้าจะถูกซ่อนอยู่ตามแนวธรรมชาติของใบหน้า โดยมีลักษณะดังนี้

  • ซ่อนตามแนวไรผมบริเวณขมับ แผลจะเริ่มต้นจากบริเวณขมับหรือไรผมด้านบน โดยศัลยแพทย์จะพยายามทำให้แนวแผลเป็นกลมกลืนไปกับแนวผมตามธรรมชาติ
  • เดินตามแนวโค้งหน้าหู แผลจะถูกนำลงมาตามแนวโค้งและรอยพับธรรมชาติที่อยู่ด้านหน้าของใบหู หรืออาจซ่อนอยู่ภายในรอยพับเล็ก ๆ ของกระดูกอ่อนหู (Tragus)
  • อ้อมไปด้านหลังติ่งหู จากด้านหน้าหู แผลจะถูกนำไปอ้อมผ่านด้านหลังของติ่งหู ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและซ่อนรอยได้ดี
  • ซ่อนตามแนวไรผมด้านหลังหู แผลจะเดินต่อไปด้านบนตามแนวร่องด้านหลังใบหู และสิ้นสุดที่แนวไรผมหรือภายในเส้นผมด้านหลังศีรษะ
  • แผลใต้คาง หากมีการทำศัลยกรรมยกกระชับคอ (Neck Lift) ควบคู่กัน อาจมีแผลเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้คางเพียงเล็กน้อย

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการดึงหน้า

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดดึงหน้าจะเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ได้ยาวนานเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นในการยกกระชับ แต่ก็มีความเสี่ยงมีข้อเสียของการดึงหน้าหลายอย่างที่ควรจะต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำ ดังนี้

  • เกิดการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด หากไม่ดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม
  • มีแผลเป็นที่ชัดเจนหรือแผลเป็นนูน
  • เกิดอาการชา หรือในบางกรณีเส้นประสาทอาจได้รับผลกระทบ
  • เกิดเลือดคั่งหรืออาการบวมมากบริเวณแผล
  • การหายของแผลที่ล่าช้า พบได้ในผู้ที่สูบบุหรี่หรือมีโรคประจำตัว
  • เกิดความไม่สมดุลของใบหน้าจากกระบวนการผ่าตัดหรือการฟื้นตัว

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า

การเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้เราไม่เกิดอาการบาดเจ็บมากกว่าที่ควรจะเป็น รวมไปถึงยังสามารถลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งการเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมดึงหน้า มีดังนี้

  • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการศัลยกรรม เพื่อหารือเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
  • ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจเลือดและตรวจสุขภาพพื้นฐาน
  • หยุดใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดการแข็งตัวของเลือดหรืออาหารเสริมบางชนิด
  • งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  • วางแผนการหยุดงาน รวมไปถึงการจัดหาคนช่วยดูแลระหว่างพักฟื้น
  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัดเพื่อรักษาแผลดึงหน้า

ขั้นตอนการดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นหัตถการที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง โดยศัลยแพทย์จะโฟกัสทั้งการยกกระชับชั้นลึกและการซ่อนแผลให้เป็นธรรมชาติ ขั้นตอนในวันผ่าตัดจะประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้

ออกแบบแผนผ่าตัดดึงหน้า

1. การประเมินและออกแบบแผนผ่าตัด

ในวันผ่าตัด แพทย์จะทำการประเมินใบหน้าอีกครั้ง พร้อมกำหนดตำแหน่งแผล เทคนิคยกชั้น SMAS และระดับการดึงที่เหมาะสมกับใบหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์กระชับและดูอ่อนเยาว์แบบเป็นธรรมชาติที่สุด
การให้ยาชาหรือยาสลบก่อนผ่าตัดดึงหน้า

2. การให้ยาชาหรือยาสลบ

โดยทั่วไปการดึงหน้าใช้ การดมยาสลบ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บและสามารถผ่าตัดได้อย่างละเอียดและปลอดภัย ทีมวิสัญญีแพทย์ของ Apex Surgery จะดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการ
การกรีดเปิดแผลผ่าตัดดึงหน้า

3. การกรีดเปิดแผลและยกกระชับชั้นลึก (SMAS)

แพทย์จะเปิดแผลบริเวณไรผม รอบใบหู และซ่อนไปด้านหลัง เพื่อให้เห็นรอยแผลน้อยที่สุด จากนั้นจึงเลาะเข้าสู่ ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อที่ทำให้หน้าหย่อนคล้อย และทำการยกกระชับใหม่ อาจมีการตัดผิวส่วนเกิน/ไขมันเกินร่วมด้วยเพื่อปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้น
การเย็บปิดแผลผ่าตัดดีงหน้า

4. การเย็บปิดแผลและใส่ท่อระบาย

เมื่อจัดเรียงชั้นลึกเรียบร้อย แพทย์จะเย็บแผลด้วยไหมละเอียดเพื่อให้รอยแผลเรียบและซ่อนแนบเนียน อาจมีการใส่ท่อระบายเพื่อป้องกันเลือดคั่ง และพันผ้ายืดเพื่อช่วยลดบวมก่อนออกจากห้องผ่าตัด
หลังผ่าตัดดึงหน้า

หลังผ่าตัดดึงหน้า ต้องปฏิบัติตนอย่างไร

การดูแลตัวเองที่ดี จะส่งผลให้ผลลัพธ์หลังจากการผ่าตัดออกมาดี ทำให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งการปฏิบัติตามข้อห้ามหลังดึงหน้า มีดังนี้

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • งดการออกกำลังกายหรือยกของหนักอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์
  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลโดยตรง
  • นอนในท่าศีรษะยกสูง ใช้หมอนรองเพื่อช่วยลดอาการบวม
  • งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
  • ใช้ครีมกันแดดและสวมหมวกเพื่อป้องกันผิวที่ยังอ่อนแอจากการถูกทำลาย

ทำไมต้องดึงหน้าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์

APEX เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดปรับรูปหน้าและชะลอวัย มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ซึ่งเหตุผลที่หลายคนเลือกดึงหน้าที่นี่ ได้แก่

  • มีศัลยแพทย์เฉพาะทาง ดำเนินการผ่าตัดโดย นายแพทย์สมบูรณ์ ไหวพริบ (ว.22713) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์และศัลยศาสตร์ตกแต่ง มีประสบการณ์ผ่าตัดใบหน้ามากกว่า 20 ปี
  • การดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินรูปหน้า การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด รวมถึง After Care หลังผ่าตัด ทั้งดูแลแผล ลดบวม ติดตามอาการ จนใบหน้าเข้าที่ ดูแลทุกรายเป็นเคสต่อเคส
  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล ดำเนินการผ่าตัดในพื้นที่โรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางเอเพ็กซ์ ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ เครื่องมือครบครัน ผ่านมาตรฐานสุขอนามัยและได้รับการดูแลที่ปลอดภัย
  • รีวิวจริง พร้อม Before–After หลายเคส มีผลลัพธ์และความพึงพอใจจากผู้เข้ารับบริการจริงจำนวนมาก ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าผลลัพธ์หลังผ่าตัดสามารถออกมาดีและดูเป็นธรรมชาติ
ตรวจสอบมาตรฐานโรงพยาบาล กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ 

ผ่าตัดดึงหน้า ราคาเท่าไหร่

ดึงหน้าราคาเท่าไหร่ โดยาคาจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ในแต่ละสถานพยาบาล รวมถึงอาจมีเทคนิคต่าง ๆ ของแพทย์แต่ละบุคคล ที่อาจทำให้ราคาเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา โดยตัวอย่างดึงหน้าราคากับหมอสมบูรณ์ ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ มีดังนี้

หัตถการ ราคาเต็ม (บาท) ราคาโปรโมชั่น (บาท) ราคารีวิว (บาท) หมายเหตุ
ดึงหน้า + ดึงคอ (FaceLift + NeckLift) 360,000 300,000 280,000 รวมทุกอย่างแล้ว พักโรงพยาบาล 2 คืน พร้อมค่ายา
ดึงหน้า + กรอบหน้า (FaceLift + Jaw Line) 300,000 250,000 250,000
ดึงคอ (ต้องทำร่วมกับดึงหน้า) 180,000 180,000 180,000
ดึงหน้าผาก (Endotine Forehead Lift) 200,000 180,000 160,000
ดึงกลางหน้า (Endotine Midface Lift) 300,000 250,000 230,000
ดึงหน้าแบบริบบอน (Endotine Ribbon FaceLift) 300,000 250,000 230,000 พักโรงพยาบาล 1 คืน
ดึงคอแบบริบบอน (Endotine Ribbon NeckLift) 300,000 250,000 230,000 พักโรงพยาบาล 1 คืน
ดึงหน้าและคอแบบริบบอน (Endotine Ribbon Face + NeckLift) 550,000 450,000 430,000 พักโรงพยาบาล 2 คืน พร้อมค่ายา
ปรับแนวไรผม (Hairline Reduction) 300,000 250,000 230,000
↔ เลื่อนเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

รีวิวก่อนและหลังการดึงหน้า

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ รวมรีวิวดึงหน้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดึงหน้า

ในระหว่างการผ่าตัด ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเนื่องจากอยู่ภายใต้การใช้ยาสลบหรือการให้ยาระงับความรู้สึก หลังการผ่าตัดเมื่อยาชาหมดฤทธิ์แล้ว อาจมีอาการปวด ตึง และรู้สึกชาบ้าง ซึ่งอาการปวดจะอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งให้ และอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เทคนิคที่ใช้, อายุ, สภาพผิว, พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำศัลยกรรม โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการดึงหน้าจะอยู่ได้ค่อนข้างนาน ซึ่งอาจนานได้ประมาณ 5-15 ปี
ต้องดูแลเป็นพิเศษใน 7 วันแรก และมีระยะเวลาพักฟื้นอยู่ที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่อาจต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและแสงแดดจัดในช่วงพักฟื้น
สามารถทำได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างจากการผ่าตัดครั้งก่อนอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปควรเว้น 7-10 ปีขึ้นไป เนื่องจากผิวหนังและโครงสร้างใบหน้าจะกลับมาหย่อนคล้อยตามวัยอีกครั้ง การดึงหน้าซ้ำมักจะทำได้ง่ายขึ้น แต่ต้องได้รับการประเมินจากศัลยแพทย์ก่อน
การผ่าตัดดึงหน้าไม่สามารถแก้โรคชราหรือหยุดยั้งกระบวนการชราได้ แต่เป็นการทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงเท่านั้น การดึงหน้าช่วยแก้ไขสัญญาณความร่วงโรยที่ปรากฏ เช่น ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยลึก แต่กระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ในร่างกายยังคงดำเนินต่อไปตามธรรมชาติ
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด วรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง และควรนอนหงายโดยยกศีรษะให้สูงกว่าลำตัว การนอนตะแคงจะเพิ่มแรงกดและแรงเสียดทานบริเวณบาดแผลและใบหน้า ซึ่งอาจเพิ่มอาการบวมช้ำ และรบกวนการสมานแผลได้
สามารถทำร่วมกับการผ่าตัดเปลือกตา ยกคิ้ว หรือฉีดไขมันเพื่อปรับสมดุลและสร้างความสมบูรณ์ให้ใบหน้าได้ โดยแพทย์จะวางแผนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วย

สรุป การผ่าตัดดึงหน้า

การศัลยกรรมดึงหน้า ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์และเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าและลำคอหย่อนคล้อย หรือมีริ้วรอยร่องลึกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีอื่น ข้อดีคือผลลัพธ์ที่ยาวนาน ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในบุคลิกภาพให้กลับมาดูสดใสอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำศัลยกรรมนี้ควรมาพร้อมกับการเตรียมตัวที่ดี ความเข้าใจในข้อจำกัด และการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

หากใครที่สนใจศัลยกรรมดึงหน้าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ หรืออยากปรึกษาว่าเคสของตัวเองเหมาะกับการดึงหน้าหรือไม่ สามารถนัดหมายเพื่อพูดคุยกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางได้ก่อนตัดสินใจ

ช่องทางการติดต่อ

บทความดึงหน้า
เคยศัลยกรรมดึงหน้ามาแล้ว ดึงอีกได้ไหม

เคยศัลยกรรมดึงหน้ามาแล้ว ดึงอีกได้ไหม ต้องทิ้งช่วงนานเท่าไหร่

คนที่เคยศัลยกรรมดึงหน้ามาก่อน อาจพบว่าแม้ผลลัพธ์ในช่วงแรกจะน่าพอใจ แต่ข้อจำกัดของวิธีเดิมผนวกกับกระบวนการชราภาพที่ดำเนินต่อไป

อ่านต่อ »
ดึงหน้า VS เครื่องยกกระชับ

ดึงหน้า VS เครื่องยกกระชับ ต่างกันอย่างไร

การดึงหน้ายังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีทางเลือกอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามา

อ่านต่อ »
ดึงหน้าหมอไหนดี

ดึงหน้าหมอไหนดี แจกทริคเลือกหมอ ให้หน้าตึงสวย ดูเป็นธรรมชาติ

การตัดสินใจผ่าตัดดึงหน้าเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ให้กลับมาดูกระชับ อาจไม่ใช่เรื่องยากเพราะบริการที่เข้าถึงง่าย และมีตัวเลือกหลากหลาย

อ่านต่อ »
รีวิวดึงหน้า รวมเคส Before-After

รีวิวดึงหน้า รวมเคส Before-After จากผู้เข้ารับบริการที่ APEX Surgery

การตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าเพื่อยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยข้อมูลรอบด้าน ดังนั้นข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง

อ่านต่อ »
รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว