11 วิธียกกระชับหน้า แก้หน้าหย่อนคล้อยให้กลับมาตึงเด้ง

11 วิธียกกระชับหน้า แก้หน้าหย่อนคล้อย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและใบหน้าไม่กระชับเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล เพราะทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส และดูแก่กว่าวัยจริง การเลือกวิธียกกระชับหน้าที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลอปัญหาริ้วรอยและทำให้ผิวกลับมากระชับเต่งตึงได้อีกครั้ง

ที่ APEX Clinic เราเชื่อว่าการดูแลผิวไม่ใช่เรื่องยาก หากมีข้อมูลที่ถูกต้องและวิธีที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน บทความนี้รวบรวม 11 วิธียกกระชับหน้า ตั้งแต่การดูแลตัวเองเบื้องต้น ไปจนถึงเทคโนโลยีช่วยยกผิวและการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแบบไหนตอบโจทย์ที่สุด

ผิวหย่อนคล้อยสาเหตุเกิดจากอะไร

ความหย่อนคล้อยไม่ใช่แค่เรื่องผิวด้านบน แต่เกิดจากโครงสร้างลึกที่อ่อนตัวลงด้วย การเข้าใจต้นเหตุจะช่วยให้เลือกวิธียกกระชับหน้าได้ตรงกับปัญหามากที่สุด ผิวหย่อนคล้อยเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • คอลลาเจนและอีลาสตินลดลงตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยผิวที่ช่วยให้ตึงและยืดหยุ่นจะเสื่อมลง ทำให้ผิวเริ่มหย่อนและขาดความกระชับ
  • แสงแดดทำร้ายชั้นผิวลึก รังสี UV ทำลายคอลลาเจนเร็วขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยเร็วกว่าปกติ
  • การใช้ชีวิตที่เร่งให้ผิวเสื่อมเร็ว การนอนดึก เครียด สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ผิวเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป
  • มวลกระดูกและไขมันบนใบหน้าลดลง เมื่อโครงสร้างภายในหายไป ผิวจะเริ่มหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วง เกิดแก้มตก คางสองชั้น หรือกรอบหน้าไม่ชัด
  • การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือหรี่ตาบ่อย ๆ ทำให้เกิดร่องลึกถาวรเมื่อเวลาผ่านไป

ยกกระชับหน้า แก้ผิวหย่อนคล้อย

11 วิธียกกระชับหน้า ลดผิวหย่อนคล้อย

การยกกระชับหน้าเป็นวิธีดูแลผิวเชิงป้องกันและชะลอริ้วรอยที่ทำได้ง่าย ๆ แต่ต้องเข้าใจว่าวิธีเหล่านี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้ที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยหรือต้องการป้องกันปัญหาในอนาคต สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างมากแล้ว จะไม่สามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

1. ยกกระชับหน้าด้วยการนวดหน้า

การนวดหน้าเป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองบนใบหน้า ทำให้ผิวดูสดใสและช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหน้า การนวดสามารถทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลงและช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำสม่ำเสมอวันละ 5–10 นาที การนวดควรเน้นบริเวณแก้ม หน้าผาก และรอบดวงตา เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ลดอาการบวมและความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อหน้า

ข้อดี

  • ค่อนข้างปลอดภัย ทำเองได้ที่บ้าน และไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง
  • ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการตึงของใบหน้า
  • กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวหน้าแลดูสดใส

ข้อเสีย

  • ต้องทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์จึงเห็นผล
  • ไม่สามารถแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน
  • หากนวดผิดวิธี อาจเกิดรอยแดงหรือระคายเคือง

2. ยกกระชับหน้าด้วยการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า

บริหารกล้ามเนื้อใบหน้าโดยการขยับแก้ม ปาก คิ้ว และกรามช้า ๆ ควบคู่กับการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ ทำวันละ 5–10 นาที เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว การฝึกควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ ผิวหน้าและกล้ามเนื้อบริเวณแก้มจะเริ่มกระชับและใบหน้าดูเรียวขึ้น

ข้อดี

  • ทำเองได้ทุกวัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  • ช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าและลดริ้วรอยเล็ก ๆ
  • ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดและความสดใสของผิว

ข้อเสีย

  • ต้องทำต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อเห็นผล
  • ผลลัพธ์จำกัด ไม่เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยมาก
  • อาจเกิดอาการล้าเมื่อทำเกินไป

3. ยกกระชับหน้าด้วยโยคะใบหน้า

โยคะใบหน้าประกอบด้วยชุดท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้า เช่น การขมวดคิ้ว ยกคิ้ว ขยับแก้ม และทำหน้าตาหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและการสร้างคอลลาเจน ทำเป็นประจำวันละ 10–15 นาที ควรทำช้า ๆ และคุมลมหายใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ กระบวนการนี้ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ข้อดี

  • ค่อนข้างปลอดภัย ทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยืดหยุ่นผิว
  • ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและช่วยให้ใบหน้าผ่อนคลาย

ข้อเสีย

  • ต้องทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์เพื่อเห็นผล
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก
  • หากทำท่าผิด อาจเกิดรอยเหี่ยวย่นหรือกล้ามเนื้ออักเสบ

4. ยกกระชับหน้าด้วยครีมบำรุงผิว

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวจากภายนอก ช่วยเติมความชุ่มชื้นและสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน โดยเฉพาะเปปไทด์ เรตินอล ไฮยาลูรอนิก แอซิดและสารต้านอนุมูลอิสระ ทาบริเวณผิวหน้าที่ต้องการยกกระชับ เช้าและก่อนนอน นวดครีมเบา ๆ ให้ซึมเข้าสู่ผิวอย่างทั่วถึง ควรใช้ร่วมกับครีมกันแดดในตอนเช้าเพื่อปกป้องผิว กระบวนการนี้ช่วยบำรุงผิวและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหน้าอย่างต่อเนื่อง

ข้อดี

  • ทำได้ง่าย ใช้ได้ที่บ้าน
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว
  • ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และทำให้ผิวดูเรียบเนียน

ข้อเสีย

  • ผลลัพธ์ช้า ต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเดือน
  • ไม่สามารถแก้ไขผิวหย่อนคล้อยหรือยกกระชับชั้นกล้ามเนื้อได้
  • หากใช้ครีมไม่เหมาะสม อาจเกิดระคายเคือง

5. ยกกระชับหน้าด้วย Ulthera Prime

โปรแกรม Ulthera Prime ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์โฟกัสลึกลงถึงชั้น SMAS ก่อนเริ่มแพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้าและวาดแนวจุดยิงบนใบหน้าเพื่อให้ครอบคลุมทุกบริเวณ จากนั้นใช้เจลนำคลื่นอัลตราซาวนด์แล้วสอดหัวอุปกรณ์ลงบนผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผู้รับบริการจะรู้สึกอุ่นหรือมีแรงสั่นเบา ๆ ที่ผิว ทำเป็นจังหวะไปทีละบริเวณ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30–60 นาที หลังทำสามารถล้างหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ข้อดี

  • เห็นผลค่อนข้างเร็ว ประมาณ 2–4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่เกิดรอยแผล
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

ข้อเสีย

  • อาจเกิดอาการบวมช้ำ ประมาณ 1–2 สัปดาห์
  • อาจมีรอยแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อย
  • ราคาค่อนข้างสูง

6. ยกกระชับหน้าด้วย Ultraformer (HIFU)

โปรแกรม Ultraformer ใช้เทคโนโลยี HIFU ส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ไปยังชั้น SMAS และผิวหนังแท้ เริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าและทาเจลนำคลื่นอัลตราซาวนด์ แพทย์จะปรับหัวอุปกรณ์ตามขนาดบริเวณและความลึก จากนั้นเลื่อนหัวอุปกรณ์ไปทั่วใบหน้าเป็นเส้น ๆ ทำให้พลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกไปกระตุ้นคอลลาเจน ผู้รับบริการอาจรู้สึกอุ่นหรือร้อนเล็กน้อยและมีการเกร็งของผิวบางจุด ใช้เวลาทั้งหมด 30–60 นาที โดยไม่ต้องพักฟื้น

ข้อดี

  • เห็นผลค่อนข้างเร็ว ประมาณ 2–6 สัปดาห์
  • กระชับได้ทั้งแก้ม ใบหน้า และคอ
  • ไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน

ข้อเสีย

  • อาจเกิดรอยแดงและระคายเคือง 1–2 วัน
  • ต้องทำซ้ำทุก 6–12 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์
  • อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยขณะทำ

7. ยกกระชับหน้าด้วยคลื่นวิทยุ Oligio (RF)

โปรแกรม Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน แพทย์จะเริ่มจากทำความสะอาดผิวหน้าและวางเจลนำพลังงานคลื่นวิทยุบนบริเวณที่ต้องการยกกระชับ หัวอุปกรณ์จะปล่อยพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิว พร้อมทั้งเลื่อนเป็นเส้นสม่ำเสมอทั่วใบหน้า ความร้อนที่เกิดขึ้นช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผู้รับบริการจะรู้สึกอุ่น ๆ และมีแรงดันเล็กน้อย ใช้เวลาทั้งหมด 30–45 นาที สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ทันที

ข้อดี

  • ไม่ต้องผ่าตัด ค่อนข้างปลอดภัย
  • เห็นผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป แต่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระชับ

ข้อเสีย

  • ต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อเห็นผลชัดเจน
  • ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าการผ่าตัดหรือโปรแกรม HIFU
  • อาจรู้สึกอุ่นหรือร้อนขณะทำ

8. ยกกระชับหน้าด้วย Volnewmer

โปรแกรม Volnewmer ใช้เทคโนโลยีส่งพลังงานแบบล้ำลึก กระตุ้นคอลลาเจนและยกผิวชั้นใต้ผิวหนัง เริ่มจากทำความสะอาดผิวหน้าและทาเจลนำคลื่น แพทย์จะกำหนดขนาดและความลึกของหัวอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ จากนั้นเลื่อนหัวอุปกรณ์ไปตามเส้นบนใบหน้าเพื่อให้พลังงานกระจายทั่วถึง คลื่นพลังงานจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ขณะทำผู้รับบริการอาจรู้สึกอุ่นและมีแรงกดเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 30–50 นาที ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อดี

  • เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป แต่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ลดริ้วรอยและปรับหน้าให้เรียวขึ้น
  • ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อเสีย

  • ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง
  • ไม่เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยมาก
  • ราคาสูงเมื่อเทียบกับการทำเองที่บ้าน

9. ยกกระชับหน้าด้วยโบท็อก

โปรแกรมโบท็อกฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อเฉพาะจุด เช่น หน้าผาก หางตา และระหว่างคิ้ว เพื่อคลายกล้ามเนื้อและลดริ้วรอย แพทย์จะประเมินกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการลดริ้วรอยและยกกระชับ เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา ใช้เข็มขนาดเล็กฉีดโบท็อกเข้าไปตรงกล้ามเนื้อที่เลือก ปริมาณและตำแหน่งจะปรับให้เหมาะสมกับใบหน้า ผู้รับบริการอาจรู้สึกจี๊ดเล็กน้อยหรือมีรอยแดงชั่วคราว ใช้เวลาเพียง 15–30 นาที หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

ข้อดี

  • เห็นผลค่อนข้างเร็ว ประมาณ 3–7 วัน
  • ลดริ้วรอยและปรับหน้าให้กระชับ
  • ทำได้ง่าย ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อเสีย

  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ต้องทำซ้ำ
  • อาจมีรอยช้ำหรือปวดจุดฉีด
  • ไม่เหมาะกับการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยลึก

10. ยกกระชับหน้าด้วยฟิลเลอร์

โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อยกแก้ม คาง หรือเติมเต็มริ้วรอย แพทย์ทำความสะอาดผิวหน้าและประเมินปริมาตรของฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ เช่น แก้ม ร่องแก้ม คาง หรือใต้ตา จากนั้นฉีดฟิลเลอร์เป็นจุด ๆ และปรับรูปทรงให้สวยสมดุลกับใบหน้า ผู้รับบริการอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยหรือมีรอยช้ำเล็ก ๆ ระหว่างทำ ใช้เวลาทั้งหมด 30–60 นาที หลังฉีดจะเห็นผลทันทีและสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้

ข้อดี

  • เห็นผลชัดเจน
  • ปรับหน้าให้เรียวสวยและกระชับ
  • สามารถฉีดปรับแต่งได้ตามต้องการ

ข้อเสีย

  • อยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน ต้องเติมซ้ำ
  • อาจเกิดรอยบวมแดงหรือจุดช้ำ
  • หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจทำให้รูปหน้าผิดรูป

11. ผ่าตัดดึงหน้า (Facelift)

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธียกกระชับผิวที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก เช่น แก้มห้อย คอเหี่ยวย่น กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีริ้วรอยร่องลึกที่วิธีอื่นไม่สามารถแก้ได้อย่างเพียงพอ แพทย์จะผ่าตัดยกกระชับผิวและชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างลึกที่เป็นสาเหตุของความหย่อนคล้อย ไม่ใช่เพียงแค่ดึงผิวด้านบน ทำให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับและดูอ่อนเยาว์เหมือนย้อนวัยหลายปี

ข้อดี

  • ผลลัพธ์ชัดมากที่สุดในบรรดาวิธีทั้งหมด
  • อยู่ได้นานประมาณ 7–10 ปีหรือมากกว่า
  • ยกทั้งโครงสร้างหน้า ไม่ใช่แค่ผิวชั้นบน
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรืออายุ 45–60 ปีขึ้นไป

ข้อเสีย

  • ต้องพักฟื้นประมาณ 1–2 สัปดาห์
  • มีแผลผ่าตัดเล็ก ๆ บริเวณข้างหู
  • มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น

สรุปยกกระชับหน้าด้วยวิธีไหนเหมาะกับคุณ

การยกกระชับหน้าที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากปัญหายังไม่มาก การดูแลที่บ้านหรือครีมบำรุงอาจเพียงพอ แต่หากเริ่มมีความหย่อนคล้อยชัดเจน การเลือกเทคโนโลยี เช่น Ulthera, HIFU, Oligio หรือ Volnewmer จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า

สำหรับผู้ที่มีปัญหามากหรือโครงสร้างชั้นลึกหย่อน การผ่าตัดดึงหน้าคือทางเลือกที่ยกกระชับได้ดีที่สุดและคงทนนานที่สุด ที่ APEX Clinic เราพร้อมประเมินปัญหาผิวแบบรายบุคคล เพื่อออกแบบวิธียกกระชับหน้าที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับคุณที่สุด

ช่องทางการติดต่อ

 

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ APEX Clinic สาขาทองหล่อ

แชร์บทความ :
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
หมวดหมู่
สาระจากบริการ
บทความล่าสุด
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
หน้าโทรมแก้ยังไง
บทความน่ารู้

หน้าโทรมแก้ได้ รวมวิธีฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูสดใส

หน้าโทรม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทำงานยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำ ดูอ่อนล้า ขอบตาดำ หรือผิวขาดความสดใส ซึ่งมักเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ

อ่านต่อ »
15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก
บทความน่ารู้

15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณและลดความเสี่ยง

การปรับรูปทรงจมูกเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมจมูกกระดูกซี่โครง เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน หรือไม่สามารถใช้ซิลิโคนได้

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร ดั้งพุ่งได้แค่ไหน

การเสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู เป็นเทคนิคศัลยกรรมจมูกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเองมาช่วยปรับแต่งปลายจมูก

อ่านต่อ »