คนที่เคยศัลยกรรมดึงหน้ามาแล้ว สามารถทำการศัลยกรรมดึงหน้าซ้ำได้ ซึ่งจะเรียกว่า Secondary Facelift หรือ Redo Facelift แต่อาจมีความซับซ้อนมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก เนื่องจากเกิดพังผืดขึ้นในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและชั้น SMAS การผ่าตัดในครั้งที่สองจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดการกับเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
ต้องทิ้งช่วงนานแค่ไหน ก่อนกลับมาดึงหน้าซ้ำ
การพิจารณาการผ่าตัดดึงหน้าซ้ำ จำเป็นต้องอาศัยการกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างระมัดระวัง ซึ่งระยะเวลาที่แนะนำอาจแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์หลักของการดำเนินการในครั้งที่สอง เช่น
ดึงหน้าซ้ำเพื่อแก้ไขปรับปรุงระยะสั้น
ในกรณีที่ต้องการแก้ไขรายละเอียดจากการผ่าตัดครั้งแรก เช่น ความไม่สมมาตรเล็กน้อย หรือรอยบุ๋มบางตำแหน่ง จำเป็นต้องรอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวเต็มที่ก่อน ศัลยแพทย์มักแนะนำให้เว้นช่วงประมาณ 12-18 เดือน เพื่อให้แผลเป็นนิ่มลง โครงสร้างเนื้อเยื่อคงตัว และพร้อมสำหรับการปรับแก้ที่ค่อนข้างแม่นยำ
ดึงหน้าซ้ำเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัย
หากเป็นการดึงหน้าซ้ำเพราะผิวเริ่มหย่อนอีกครั้งตามอายุ หลังจากทำดึงหน้าครั้งแรกมาหลายปีแล้ว ระยะเวลาที่มักพิจารณาคือประมาณ 5-10 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลตัวเอง และเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดครั้งแรก ซึ่งแพทย์ต้องประเมินอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจดึงหน้าซ้ำ
- ทักษะของศัลยแพทย์ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Facelift โดยเฉพาะ เนื่องจากต้องรับมือกับพังผืดและชั้น SMAS ที่เคยถูกผ่าตัดมาแล้ว
- ลักษณะปัญหาที่ต้องการแก้ไข เช่น ความไม่สมมาตร ผิวหย่อนเฉพาะจุด หรือใบหน้าโดยรวมเริ่มหย่อนคล้อยอีกครั้ง
- สภาพผิวและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ ถ้าผิวบางหรือมีพังผืดมาก การผ่าตัดจะซับซ้อนขึ้น และต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง
- เทคนิคที่เคยทำในครั้งแรก แพทย์ต้องทราบว่าชั้นเนื้อเยื่อใดถูกจัดการไปแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นประสาทหรือโครงสร้างสำคัญ
- สุขภาพโดยรวม ต้องอยู่ในภาวะพร้อมสำหรับการผ่าตัด รวมถึงมีความคาดหวังที่เหมาะสมกับสภาพผิวปัจจุบัน
ไม่อยากดึงหน้าซ้ำทำหัตถการอะไรได้บ้าง
สำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้าซ้ำ หรือยังไม่พร้อมเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง ยังมีหัตถการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่ช่วยบรรเทาความหย่อนคล้อยระดับหนึ่ง และอาจเลื่อนระยะเวลาการผ่าตัดออกไปได้ เช่น
- โปรแกรม HIFU : เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ เพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นผิวหนังลึก ก่อให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- โปรแกรม Thermage : ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) เพื่อส่งความร้อนไปยังชั้นผิวหนังแท้ กระตุ้นให้คอลลาเจนเก่าหดตัวและสร้างคอลลาเจนชุดใหม่ขึ้น
- โปรแกรม Ulthera : ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจง เพื่อยกกระชับและลดความหย่อนคล้อยของผิวหน้าและลำคอ โดยมีหน้าจอแสดงภาพเนื้อเยื่อขณะทำหัตถการ
- โปรแกรม UltraFormer : เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง เพื่อยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนในหลายระดับชั้นของผิวหนัง
- โปรแกรม Filler : เป็นการฉีดสารเติมเต็ม เช่น Hyaluronic Acid เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้า เติมเต็มปริมาตรที่หายไป และช่วยลดริ้วรอยร่องลึก
สรุปเคยศัลยกรรมดึงหน้ามาแล้วดึงอีกได้ไหม
สรุปเคยศัลยกรรมดึงหน้ามาแล้ว สามารถดึงซ้ำได้ แม้จะมีความซับซ้อนสูงขึ้น เนื่องจากต้องจัดการกับพังผืดและโครงสร้างเนื้อเยื่อที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการผ่าตัดครั้งก่อน โดยทั่วไปควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 12-18 เดือนสำหรับการแก้ไข หรือ 5-10 ปีสำหรับการแก้ไขความหย่อนคล้อยตามวัย ดังนั้น ผู้รับบริการควรปรึกษาศัลยแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสม สภาพผิว และความเสี่ยงอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound











