ดึงหน้า (Facelift) ยกกระชับใบหน้า ลดความหย่อนคล้อย

ดึงหน้า ผ่าตัดยกกระชับใบหน้า (Facelift)

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เป็นหัตถการทางศัลยกรรมที่ใช้แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าและลำคอ ซึ่งมักเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น การสูญเสียคอลลาเจน และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกล้ามเนื้อชั้นลึก การดึงหน้าไม่ได้เป็นเพียงการยกผิวหนังภายนอกเท่านั้น แต่เป็นการยกกระชับโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นาน

บทความนี้อธิบายการดึงหน้าในเชิงการแพทย์ ตั้งแต่ความหมายของการดึงหน้า ประเภทและเทคนิคที่ใช้ ใครบ้างที่เหมาะสม ข้อดี–ข้อจำกัด ไปจนถึงการเตรียมตัวและการดูแลหลังผ่าตัด เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกความต่างของเทคนิคดึงหน้าแต่ละแบบ รู้ว่าเหมาะกับใคร และประเมินความเสี่ยง การพักฟื้นได้อย่างเข้าใจง่าย

เลือกหัวข้อดึงหน้าที่สนใจ

ดึงหน้า Face Lift คืออะไร

ดึงหน้า (Facelift) คือ การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับกล้ามเนื้อ แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าและลำคอ โดยมุ่งเน้นการปรับยกโครงสร้างภายในผิวชั้นลึก หรือชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่มีบทบาทสำคัญต่อความกระชับของผิว ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ ลดความหย่อนคล้อย และปรับรูปหน้าให้สมส่วน ดูเป็นธรรมชาติและดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม

ดึงหน้าทำส่วนไหนได้บ้าง แต่ละส่วนแก้ปัญหาอะไร

การดึงหน้าช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ด้วยการยกกระชับเฉพาะส่วนที่มีปัญหา โดยมีจุดเด่นในการแก้ไขปัญหาดังนี้

  • ดึงหน้าผาก (Forehead Lift): ยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อเหนือคิ้ว ลดรอยย่นบนหน้าผาก และยกคิ้วที่หย่อนคล้อยให้สูงขึ้น แก้ปัญหาคิ้วตก หนังตาตก ทำให้ดวงตาดูเปิดและสดใสขึ้น
  • ดึงใบหน้าส่วนบน (Upper Facelift): ยกกระชับบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา ลดริ้วรอยเล็ก เติมความอิ่มเอิบให้แก้ม ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและมีมิติมากขึ้น
  • ดึงใบหน้าส่วนล่าง (Lower Facelift): ยกกระชับผิวบริเวณแก้มและขากรรไกร แก้ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก และผิวหย่อนคล้อย ทำให้แนวกรามคมชัด ใบหน้าดูแน่นกระชับ
  • ดึงคอ (Neck Lift): แก้ไขเหนียงและผิวหย่อนบริเวณลำคอ รวมถึงกล้ามเนื้อคอที่ย้อย ทำให้คอตึงเรียวและรับกับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ใครบ้างที่เหมาะสมกับการดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นหนึ่งวิธีในการยกกระชับใบหน้า แต่อย่างไรก็ตามเราควรเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้กับตัวเอง ซึ่งบุคคลที่เหมาะในการผ่าตัดดึงหน้ายกกระชับ มีดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณแก้ม แนวกราม และลำคอ
  • ผู้ที่มีหน้าแก่จากริ้วรอยลึกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีอื่น
  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาผิวเสื่อมสภาพเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าเทคโนโลยีแบบไม่ผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการปรับปรุงบุคลิกภาพและความมั่นใจในชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่เข้าใจข้อจำกัดของการผ่าตัด เข้าใจว่าการผ่าตัดไม่สามารถหยุดยั้งความชราได้

ข้อดีของการดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าไม่เพียงช่วยในการยกกระชับ แต่ยังมีข้อดีอีกหลายประการที่ส่งผลต่อทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้รับการรักษา ดังนี้

  • ยกกระชับหน้าอย่างชัดเจน โดยการผ่าตัดดึงหน้าสามารถยกกระชับหน้าเหี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดริ้วรอยลึก สามารถลดริ้วรอยบริเวณแก้ม ร่องน้ำหมาก และแนวกรามที่ลึกสามารถลดลงได้มากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
  • ผลลัพธ์ที่ยาวนาน สามารถคงอยู่ได้นาน 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิว
  • ช่วยในการกระชับกรอบหน้า นอกจากยกกระชับหน้าแล้ว การผ่าตัดยังสามารถปรับแนวกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยจนทำให้กรอบหน้าไม่ชัดเจน
  • แก้ปัญหาหลายจุดพร้อมกัน สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้หลายบริเวณในครั้งเดียว
  • ฟื้นฟูความมั่นใจ ซึ่งการที่ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสมากขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในชีวิตประจำวันและการเข้าสังคม

เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้า มีอะไรบ้าง

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธีที่มีมายาวนาน แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการผ่าตัด หรือทำให้ผลลัพธ์จากการผ่าตัดดีขึ้น ซึ่งเทคนิคการดึงหน้าในปัจจุบัน มีดังนี้

  • การศัลยกรรมดึงหน้าแบบ Deep Plane Face Lift (DFL)  เป็นการดึงหน้าที่เข้าไปปลดล็อกใต้กล้ามเนื้อชั้น SMAS ผลลัพธ์อยู่ได้นาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยมากและต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • การศัลยกรรมดึงหน้าแบบ Mini Facelift เป็นเทคนิคสำหรับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ใช้การผ่าตัดเล็กและการฟื้นตัวเร็วกว่า
  • การศัลยกรรมดึงหน้าด้วยการส่องกล้อง (Endoscopic Facelift) เป็นการใช้กล้องขนาดเล็กช่วยในกระบวนการผ่าตัด ทำให้แผลมีขนาดเล็กและลดระยะเวลาการฟื้นตัว
  • เทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าร่วมกับการดูดไขมัน (Facelift with Liposuction) เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบนใบหน้าหรือคาง โดยทำการดูดไขมันหน้าและยกกระชับพร้อมกัน
  • การศัลยกรรมดึงหน้าด้วยเลเซอร์ (Laser Facelift) ใช้เลเซอร์ช่วยกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่กระชับเล็กน้อย
แผลผ่าตัดดึงหน้า

ลักษณะของแผลดึงหน้า

ความกังวลอีกอย่างของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าคือเรื่องของแผลดึงหน้า แต่ด้วยเทคนิคสมัยใหม่ ศัลยแพทย์จะออกแบบและซ่อนแนวแผลเป็นอย่างระมัดระวัง เพื่อให้มองเห็นได้ยากที่สุด แนวแผลเป็นจากการดึงหน้าจะถูกซ่อนอยู่ตามแนวธรรมชาติของใบหน้า โดยมีลักษณะดังนี้

  • ซ่อนตามแนวไรผมบริเวณขมับ แผลจะเริ่มต้นจากบริเวณขมับหรือไรผมด้านบน โดยศัลยแพทย์จะพยายามทำให้แนวแผลเป็นกลมกลืนไปกับแนวผมตามธรรมชาติ
  • เดินตามแนวโค้งหน้าหู แผลจะถูกนำลงมาตามแนวโค้งและรอยพับธรรมชาติที่อยู่ด้านหน้าของใบหู หรืออาจซ่อนอยู่ภายในรอยพับเล็ก ๆ ของกระดูกอ่อนหู (Tragus)
  • อ้อมไปด้านหลังติ่งหู จากด้านหน้าหู แผลจะถูกนำไปอ้อมผ่านด้านหลังของติ่งหู ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและซ่อนรอยได้ดี
  • ซ่อนตามแนวไรผมด้านหลังหู แผลจะเดินต่อไปด้านบนตามแนวร่องด้านหลังใบหู และสิ้นสุดที่แนวไรผมหรือภายในเส้นผมด้านหลังศีรษะ
  • แผลใต้คาง หากมีการทำศัลยกรรมยกกระชับคอ (Neck Lift) ควบคู่กัน อาจมีแผลเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้คางเพียงเล็กน้อย

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการดึงหน้า

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดดึงหน้าจะเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ได้ยาวนานเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นในการยกกระชับ แต่ก็มีความเสี่ยงมีข้อเสียของการดึงหน้าหลายอย่างที่ควรจะต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจทำ ดังนี้

  • เกิดการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด หากไม่ดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม
  • มีแผลเป็นที่ชัดเจนหรือแผลเป็นนูน
  • เกิดอาการชา หรือในบางกรณีเส้นประสาทอาจได้รับผลกระทบ
  • เกิดเลือดคั่งหรืออาการบวมมากบริเวณแผล
  • การหายของแผลที่ล่าช้า พบได้ในผู้ที่สูบบุหรี่หรือมีโรคประจำตัว
  • เกิดความไม่สมดุลของใบหน้าจากกระบวนการผ่าตัดหรือการฟื้นตัว

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า

การเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้เราไม่เกิดอาการบาดเจ็บมากกว่าที่ควรจะเป็น รวมไปถึงยังสามารถลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งการเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมดึงหน้า มีดังนี้

  • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการศัลยกรรม เพื่อหารือเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
  • ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจเลือดและตรวจสุขภาพพื้นฐาน
  • หยุดใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดการแข็งตัวของเลือดหรืออาหารเสริมบางชนิด
  • งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  • วางแผนการหยุดงาน รวมไปถึงการจัดหาคนช่วยดูแลระหว่างพักฟื้น
  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัดเพื่อรักษาแผลดึงหน้า

ขั้นตอนการดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นหัตถการที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง โดยศัลยแพทย์จะโฟกัสทั้งการยกกระชับชั้นลึกและการซ่อนแผลให้เป็นธรรมชาติ ขั้นตอนในวันผ่าตัดจะประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้

ออกแบบแผนผ่าตัดดึงหน้า

1. การประเมินและออกแบบแผนผ่าตัด

ในวันผ่าตัด แพทย์จะทำการประเมินใบหน้าอีกครั้ง พร้อมกำหนดตำแหน่งแผล เทคนิคยกชั้น SMAS และระดับการดึงที่เหมาะสมกับใบหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์กระชับและดูอ่อนเยาว์แบบเป็นธรรมชาติที่สุด
การให้ยาชาหรือยาสลบก่อนผ่าตัดดึงหน้า

2. การให้ยาชาหรือยาสลบ

โดยทั่วไปการดึงหน้าใช้ การดมยาสลบ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บและสามารถผ่าตัดได้อย่างละเอียดและปลอดภัย ทีมวิสัญญีแพทย์ของ Apex Surgery จะดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการ
การกรีดเปิดแผลผ่าตัดดึงหน้า

3. การกรีดเปิดแผลและยกกระชับชั้นลึก (SMAS)

แพทย์จะเปิดแผลบริเวณไรผม รอบใบหู และซ่อนไปด้านหลัง เพื่อให้เห็นรอยแผลน้อยที่สุด จากนั้นจึงเลาะเข้าสู่ ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อที่ทำให้หน้าหย่อนคล้อย และทำการยกกระชับใหม่ อาจมีการตัดผิวส่วนเกิน/ไขมันเกินร่วมด้วยเพื่อปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้น
การเย็บปิดแผลผ่าตัดดีงหน้า

4. การเย็บปิดแผลและใส่ท่อระบาย

เมื่อจัดเรียงชั้นลึกเรียบร้อย แพทย์จะเย็บแผลด้วยไหมละเอียดเพื่อให้รอยแผลเรียบและซ่อนแนบเนียน อาจมีการใส่ท่อระบายเพื่อป้องกันเลือดคั่ง และพันผ้ายืดเพื่อช่วยลดบวมก่อนออกจากห้องผ่าตัด
หลังผ่าตัดดึงหน้า

หลังผ่าตัดดึงหน้า ต้องปฏิบัติตนอย่างไร

การดูแลตัวเองที่ดี จะส่งผลให้ผลลัพธ์หลังจากการผ่าตัดออกมาดี ทำให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งการปฏิบัติตามข้อห้ามหลังดึงหน้า มีดังนี้

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • งดการออกกำลังกายหรือยกของหนักอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์
  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลโดยตรง
  • นอนในท่าศีรษะยกสูง ใช้หมอนรองเพื่อช่วยลดอาการบวม
  • งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
  • ใช้ครีมกันแดดและสวมหมวกเพื่อป้องกันผิวที่ยังอ่อนแอจากการถูกทำลาย

การเลือกโรงพยาบาลดึงหน้า ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง

การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยทั้งความชำนาญของแพทย์และมาตรฐานความปลอดภัยของสถานพยาบาล การเลือกโรงพยาบาลจึงควรพิจารณาจากปัจจัยทางการแพทย์เป็นหลัก

  • ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์ควรเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดใบหน้า และสามารถประเมินปัญหาโครงหน้าได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • มาตรฐานของสถานพยาบาล การดึงหน้าควรทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อและระบบดูแลผู้ป่วยที่ปลอดภัย เช่น โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์
  • การประเมินและวางแผนการรักษา การดึงหน้าไม่ใช่หัตถการที่ใช้วิธีเดียวกันทุกคน การประเมินใบหน้าและวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
  • การดูแลหลังผ่าตัด ระบบติดตามอาการและดูแลหลังผ่าตัดมีผลต่อการฟื้นตัวและความปลอดภัย ควรมีการดูแลอย่างต่อเนื่องจนใบหน้าเข้าที่
  • ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ผลงานและรีวิวจากผู้รับบริการจริงช่วยประกอบการตัดสินใจ แต่ควรพิจารณาควบคู่กับข้อมูลทางการแพทย์และใบอนุญาตที่ถูกต้อง

ผ่าตัดดึงหน้า ราคาเท่าไหร่

ราคาการผ่าตัดดึงหน้าจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทางการแพทย์ เช่น เทคนิคที่ใช้ ขอบเขตของการผ่าตัด ความหย่อนคล้อยของผิว โครงสร้างใบหน้า และการผ่าตัดร่วมอื่น ๆ ที่จำเป็น โดยทั่วไป แพทย์จะต้องประเมินใบหน้าและสุขภาพของผู้เข้ารับการผ่าตัดเป็นรายบุคคลก่อน เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด จึงไม่สามารถกำหนดราคามาตรฐานเพียงราคาเดียวที่เหมาะกับทุกคนได้

ผู้ที่สนใจควรเข้ารับคำปรึกษากับศัลยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับข้อมูลค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับสภาพใบหน้า เทคนิคการผ่าตัด และมาตรฐานการดูแลหลังผ่าตัด ค่าใช้จ่ายอาจรวมค่าห้องผ่าตัด ทีมวิสัญญี และการดูแลหลังผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนรักษาของแต่ละบุคคล

รีวิวก่อนและหลังการดึงหน้า

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ รวมรีวิวดึงหน้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดึงหน้า

ในระหว่างการผ่าตัด ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเนื่องจากอยู่ภายใต้การใช้ยาสลบหรือการให้ยาระงับความรู้สึก หลังการผ่าตัดเมื่อยาชาหมดฤทธิ์แล้ว อาจมีอาการปวด ตึง และรู้สึกชาบ้าง ซึ่งอาการปวดจะอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งให้ และอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เทคนิคที่ใช้, อายุ, สภาพผิว, พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำศัลยกรรม โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการดึงหน้าจะอยู่ได้ค่อนข้างนาน ซึ่งอาจนานได้ประมาณ 5-15 ปี
ต้องดูแลเป็นพิเศษใน 7 วันแรก และมีระยะเวลาพักฟื้นอยู่ที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่อาจต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและแสงแดดจัดในช่วงพักฟื้น
สามารถทำได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างจากการผ่าตัดครั้งก่อนอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปควรเว้น 7-10 ปีขึ้นไป เนื่องจากผิวหนังและโครงสร้างใบหน้าจะกลับมาหย่อนคล้อยตามวัยอีกครั้ง การดึงหน้าซ้ำมักจะทำได้ง่ายขึ้น แต่ต้องได้รับการประเมินจากศัลยแพทย์ก่อน
การผ่าตัดดึงหน้าไม่สามารถแก้โรคชราหรือหยุดยั้งกระบวนการชราได้ แต่เป็นการทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงเท่านั้น การดึงหน้าช่วยแก้ไขสัญญาณความร่วงโรยที่ปรากฏ เช่น ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยลึก แต่กระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ในร่างกายยังคงดำเนินต่อไปตามธรรมชาติ
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด วรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง และควรนอนหงายโดยยกศีรษะให้สูงกว่าลำตัว การนอนตะแคงจะเพิ่มแรงกดและแรงเสียดทานบริเวณบาดแผลและใบหน้า ซึ่งอาจเพิ่มอาการบวมช้ำ และรบกวนการสมานแผลได้
สามารถทำร่วมกับการผ่าตัดเปลือกตา ยกคิ้ว หรือฉีดไขมันเพื่อปรับสมดุลและสร้างความสมบูรณ์ให้ใบหน้าได้ โดยแพทย์จะวางแผนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วย

สรุป การผ่าตัดดึงหน้า

การศัลยกรรมดึงหน้า ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์และเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าและลำคอหย่อนคล้อย หรือมีริ้วรอยร่องลึกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีอื่น ข้อดีคือผลลัพธ์ที่ยาวนาน ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในบุคลิกภาพให้กลับมาดูสดใสอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำศัลยกรรมนี้ควรมาพร้อมกับการเตรียมตัวที่ดี ความเข้าใจในข้อจำกัด และการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

หากใครที่สนใจศัลยกรรมดึงหน้าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ หรืออยากปรึกษาว่าเคสของตัวเองเหมาะกับการดึงหน้าหรือไม่ สามารถนัดหมายเพื่อพูดคุยกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางได้ก่อนตัดสินใจ

ช่องทางการติดต่อ

นพ.สมบูรณ์ ไหวพริบ
นพ. สมบูรณ์ ไหวพริบ
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ตกแต่ง
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว.22713
บทความดึงหน้า
เคยศัลยกรรมดึงหน้ามาแล้ว ดึงอีกได้ไหม

เคยศัลยกรรมดึงหน้ามาแล้ว ดึงอีกได้ไหม ต้องทิ้งช่วงนานเท่าไหร่

คนที่เคยศัลยกรรมดึงหน้ามาก่อน อาจพบว่าแม้ผลลัพธ์ในช่วงแรกจะน่าพอใจ แต่ข้อจำกัดของวิธีเดิมผนวกกับกระบวนการชราภาพที่ดำเนินต่อไป

อ่านต่อ »
ดึงหน้า VS เครื่องยกกระชับ

ดึงหน้า VS เครื่องยกกระชับ ต่างกันอย่างไร

การดึงหน้ายังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีทางเลือกอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามา

อ่านต่อ »
ดึงหน้าหมอไหนดี

ดึงหน้าหมอไหนดี แจกทริคเลือกหมอ ให้หน้าตึงสวย ดูเป็นธรรมชาติ

การตัดสินใจผ่าตัดดึงหน้าเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ให้กลับมาดูกระชับ อาจไม่ใช่เรื่องยากเพราะบริการที่เข้าถึงง่าย และมีตัวเลือกหลากหลาย

อ่านต่อ »
รีวิวดึงหน้า รวมเคส Before-After

รีวิวดึงหน้า รวมเคส Before-After จากผู้เข้ารับบริการที่ APEX Surgery

การตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าเพื่อยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยข้อมูลรอบด้าน ดังนั้นข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง

อ่านต่อ »
รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว