หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อโปรแกรม Oligio กันมาบ้างแล้ว เพราะหัตถการตัวนี้เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยม สำหรับการยกกระชับผิวและปรับให้รูปหน้าดูเรียวสวยโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาเต่งตึง กรอบหน้าคมชัด และดูอ่อนเยาว์ลง แต่จะเป็นจริงตามนั้นไหม บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโปรแกรม Oligio ให้มากขึ้น พร้อมแชร์วิธีเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจ
โปรแกรม Oligio คืออะไร
หลักการทำงานของโปรแกรม Oligio
ทำไมโปรแกรม Oligio ถึงช่วยให้หน้าเรียว
ประสิทธิภาพของโปรแกรม Oligio ในการปรับให้ใบหน้าดูเรียวกระชับขึ้นนั้น เป็นผลมาจากกลไกการทำงานที่ลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิวและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยสามารถอธิบายหลักการทำงานสำคัญที่ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวลงได้เป็น 2 ประการหลัก ดังนี้
- การยกกระชับผิว (Lifting & Tightening) : เมื่อผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณแก้มและกรอบหน้าถูกยกกระชับขึ้น จะทำให้กรอบหน้าดูคมชัดมากขึ้น รวมถึงจัดการไขมันที่ดูกอง ๆ บริเวณแก้มดูลดลง ส่งผลให้ภาพรวมของใบหน้าดูเรียวขึ้น
- การสลายไขมันบางส่วน (Fat Reduction) : พลังงานความร้อนจาก Monopolar RF สามารถลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวและช่วยสลายเซลล์ไขมันสะสมบางส่วนได้ โดยเฉพาะบริเวณแก้มส่วนล่างและเหนียง ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูเรียวเล็กลง
อย่างไรก็ตามผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio จะเน้นไปที่การเก็บกรอบหน้า และทำให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น ไม่ใช่การลดขนาดกรามหรือสลายไขมันจำนวนมากเท่าการผ่าตัด (แนะนำให้ปรึกษาแพทย์)
ข้อดีของโปรแกรม Oligio
โปรแกรม Oligio กำลังเป็นที่พูดถึงและได้รับความนิยม เนื่องจากมีจุดเด่นที่สำคัญหลายประการซึ่งตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างครอบคลุม ดังนี้
- ช่วยยกกระชับและลดความหย่อนคล้อยของผิว : ช่วยฟื้นฟูผิวให้มีความเต่งตึงและกระชับยิ่งขึ้น
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน : เสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้โครงสร้างผิว
- ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้นและร่องลึก : ช่วยให้ริ้วรอยบริเวณต่าง ๆ เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยรอบดวงตา และหน้าผากดูจางลง
- ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน : มีส่วนช่วยในการคุมความมันบนใบหน้าและกระชับรูขุมขน ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียนและสดใสขึ้น
- ลดความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างทำ : ด้วยระบบทำความเย็น ทำให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายผิวและเจ็บน้อยลง
- เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด : เป็นหัตถการแบบ Non-invasive ไม่มีบาดแผล ผู้เข้ารับบริการสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
- ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง : มีระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ ควบคุมพลังงานให้สม่ำเสมอ ลดการเกิดผิวไหม้
- ใช้ระยะเวลาไม่นาน : กระบวนการทำหัตถการทั่วใบหน้าใช้ระยะเวลาโดยประมาณ 20-40 นาที (ขึ้นอยู่กับผู้รับบริการแต่ละราย)
- มอบผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ : กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ตามกลไกธรรมชาติ ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ส่งผลให้ใบหน้าแข็งหรือผิดรูป
ข้อจำกัดของโปรแกรม Oligio
แม้ว่าโปรแกรม Oligio จะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมและมีข้อดีหลายประการ แต่การทำความเข้าใจข้อจำกัดของโปรแกรม Oligio ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างสมเหตุสมผลและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เช่น
- ผลลัพธ์ไม่เทียบเท่าการผ่าตัด
- ผลลัพธ์ไม่ได้คงอยู่ถาวร
- ไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในทันที
- มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่ม
- อาจไม่ตอบโจทย์ปัญหาริ้วรอยร่องลึก
- ยังคงมีความรู้สึกเจ็บหรือร้อนในบางกรณี
โปรแกรม Oligio เหมาะกับใครบ้าง
ด้วยคุณสมบัติในด้านการยกกระชับและช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว โปรแกรม Oligio จึงเป็นทางเลือกที่สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคลที่มีข้อกังวลในกลุ่มต่อไปนี้ได้ เช่น
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
- ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่คมชัด หรือมีปัญหาเหนียง
- ผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้ม
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูแน่นฟู รูขุมขนกระชับขึ้น
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวแต่กลัวความเจ็บ กลัวเข็ม หรือไม่ต้องการผ่าตัด
โปรแกรม Oligio ทำจุดไหนได้บ้าง ใช้กี่ช็อต
โปรแกรม Oligio เป็นหัตถการที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น สามารถใช้ในการดูแลและยกกระชับผิวได้ในหลายบริเวณ เช่น กรอบหน้า แก้ม บริเวณใต้คาง (เหนียง) และลำคอ ทั้งนี้ปริมาณพลังงานหรือจำนวนช็อตที่ใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวและความกว้างของบริเวณที่ต้องการ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนให้เหมาะสมที่สุด เช่น
- โปรแกรม Oligio 300 ช็อต : สำหรับการดูแลเฉพาะจุด หรือบริเวณที่มีปัญหาไม่มากนัก เช่น บริเวณใต้คาง แก้มบางส่วน หรือแนวกรอบหน้า
- โปรแกรม Oligio 600 ช็อต : สำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้า หรือดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ครอบคลุมบริเวณแก้มและกรอบหน้า และอาจรวมถึงลำคอ
- โปรแกรม Oligio 900 – 1,200 ช็อต (หรือมากกว่า) : สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก หรือต้องการการรักษาที่ครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ และบริเวณใต้คาง (เหนียง)
*ทั้งนี้การประเมินตำแหน่งและจำนวนช็อตของโปรแกรม Oligio อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
เปรียบเทียบโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Thermage ต่างกันยังไง
โปรแกรม Oligio และโปรแกรม Thermage เป็นสองเทคโนโลยีที่ใช้หลักการของคลื่นวิทยุแบบ Monopolar Radiofrequency เพื่อการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญในด้านของอุปกรณ์และประสบการณ์ระหว่างการทำหัตถการ ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้ ดังนี้
| หัวข้อ | Oligio Program | Thermage Program |
|---|---|---|
| ระบบทำความเย็น | มีระบบทำความเย็น (Cooling System) ทำให้รู้สึกสบายผิว | เน้นส่งพลังงานความร้อนเป็นหลัก อาจไม่มีระบบทำความเย็น |
| ระบบตรวจวัดอุณหภูมิ | มีระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ | อาจไม่มีระบบตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ ต้องอาศัยผู้ทำหัตถการประเมิน |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | เจ็บน้อยกว่า มีความรู้สึกสบายผิวมากกว่า | อาจมีความรู้สึกเจ็บหรือร้อนที่ผิวได้มากกว่า |
การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Oligo
เพื่อเสริมให้ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Oligio เป็นไปอย่างเต็มที่และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมความพร้อมของสภาพผิวก่อนเข้ารับบริการถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เช่น
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบ
- พักผ่อนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
- งดการสครับผิว การทำทรีตเมนต์ที่รุนแรง
- งดทำโปรแกรมเลเซอร์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ
- หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัดเป็นเวลานาน
- ในวันนัดหมาย ควรทำความสะอาดใบหน้าและงดการแต่งหน้า
วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Oligio
หลังการเข้ารับบริการโปรแกรม Oligio การดูแลผิวอย่างถูกวิธีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้น การดูแลตนเองจึงไม่ซับซ้อนและสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้
- เน้นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น และควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- ควรงดการสครับผิว และการใช้ผลิตภัณฑ์ในการผลัดเซลล์ผิวรุนแรง
- ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง
- หากมีอาการบวม แดง หรือเจ็บเป็นเวลานานผิดปกติ ควรปรึกษาผู้ทำหัตถการทันที
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดหลังทำโปรแกรม Oligio
อาการชั่วคราวที่พบได้ทั่วไป
- อาการแดงบริเวณผิว
- ความรู้สึกอุ่นที่ผิว
- อาการบวมเล็กน้อย
- อาการเจ็บหรือระบมเล็กน้อย
อาการรุนแรงที่พบได้น้อย
- ภาวะผิวไหม้ หรือตุ่มน้ำพอง จากพลังงานที่ร้อนเกินบนผิวหนัง
- การรับความรู้สึกของผิวหนังเปลี่ยนแปลงไปชั่วคราว
- การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีผิว โดยเฉพาะในผู้ที่มีสีผิวเข้มหรือผู้ที่เผชิญแสงแดดจัด
รีวิวโปรแกรม Oligio ผลลัพธ์ก่อนและหลังทำ
โปรแกรม Oligio ราคาเท่าไหร่ที่เอเพ็กซ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio
โปรแกรม Oligio เจ็บไหม
หลังทำโปรแกรม Oligio ต้องพักหน้าไหม
โปรแกรม Oligio ทำแล้วอยู่ถาวรไหม
โปรแกรม Oligio before and after ต่างกันมากไหม
ปัญหาแบบไหนไม่ควรทำโปรแกรม Oligio
สรุปโปรแกรม Oligio คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
โปรแกรม Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวที่หย่อนคล้อยมีความตึงกระชับและกรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ทำให้โปรแกรม Oligio เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการปรับให้ใบหน้าได้สัดส่วนอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการเพื่อประเมินปัญหาและคำนวณปริมาณที่เหมาะสม
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ Apex Clinic สาขาเพลินจิต
แหล่งข้อมูล
AMA. (n.d.). Oligio is now available at AMA!.
https://ama.oligio.us/
Korea Clinic Guide. (2024, April 17). Oligio lifting Korea: Price, before and after & top clinics. https://www.koreaclinicguide.com/blog/oligio-lifting-korea
Clique Clinic. (2022, November 21). Oligio lifting: The non-invasive anti-aging treatment. https://www.cliqueclinic.com/blog/oligio-lifting