กาลเวลาเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ เมื่ออายุมากขึ้น ผิวพรรณย่อมเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และปัญหาผิวอื่น ๆ ที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย หลายคนจึงมองหาตัวช่วยเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมคือการดึงหน้า แต่คำถามที่ตามมาก็คือ ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี และมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าแก่ได้อีกหรือไม่ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องการดึงหน้า รวมถึงวิธีแก้ปัญหาหน้าแก่ที่หลากหลาย เพื่อให้คุณได้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลา ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี
การดึงหน้า (Facelift) เป็นการผ่าตัดเพื่อยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ทำให้ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยลดลง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่ผลลัพธ์ของการดึงหน้าไม่ได้คงอยู่ถาวร แต่การดึงหน้าอยู่ได้กี่ปีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่
- เทคนิคการผ่าตัด เทคนิคการดึงหน้ามีหลายแบบ เช่น การดึงหน้าแบบ SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นการดึงชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง จะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าการดึงแค่ผิวหนังชั้นบน
- อายุและสภาพผิว ผู้ที่อายุน้อยและมีสภาพผิวที่ดี มักจะเห็นผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีผิวที่เสื่อมสภาพมาก
- ไลฟ์สไตล์ การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญ การหลีกเลี่ยงแสงแดด การงดสูบบุหรี่ และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยยืดอายุของผลลัพธ์
- พันธุกรรม ปัจจัยทางพันธุกรรมก็มีผลต่อความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของผิวหนัง
วิธีอื่น ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าแก่
นอกจากการดึงหน้าแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าแก่ได้ โดยแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป หรือบางคนอาจใช้วิธีเหล่านี้ร่วมกับการดึงหน้าก็ได้ ไปดูกันเลยค่ะว่ามีวิธีไหนกันบ้าง
- โปรแกรม ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้กับใบหน้า ช่วยลดเลือนริ้วรอยและทำให้ใบหน้าดูอิ่มขึ้น รวมถึงอาจมีสารอื่น ๆ ที่สามารถฉีดได้ เช่น โปรแกรม HArmonyCA โปรแกรม Profhilo ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยไม่มากนักและต้องการการฟื้นฟูใบหน้า แต่ข้อเสียคือผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน
- โปรแกรม ฉีดโบท็อกซ์ เป็นการฉีดสาร Botulinum Toxin เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่เกิดริ้วรอย ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอบดวงตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ข้อเสียคือผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน
- โปรแกรม Ulthera หรือ HIFU เป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งผ่านพลังงานลงไปใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยยกกระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน
- โปรแกรม Thermage เป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งผ่านพลังงานความร้อนลงไปใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยยกกระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน
การดูแลตัวเองหลังดึงหน้า
อีกหนึ่งสิ่งที่จะกำหนดว่า ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี นั่นคือการดูแลตัวเองหลังทำ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลแผล การรักษาตัว การดูแลหลังแผลหาย และการดูแลในระยะยาว ซึ่งการดูแลตัวเองหลังดึงหน้า มีดังนี้ค่ะ
- ดูแลแผล ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อและทำให้แผลหายเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่
- พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น และลดอาการบวมช้ำได้
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนและวิตามิน ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น
- หลีกเลี่ยงแสงแดด แสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอันควร การหลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดเป็นประจำ จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สารเคมีในบุหรี่และแอลกอฮอล์ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวพรรณสดใส และช่วยลดความเครียด
- ติดตามผลกับแพทย์ ไปพบแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อติดตามผลการรักษา และรับคำแนะนำในการดูแลผิวในระยะยาว
หากสนใจในการทำศัลยกรรมดึงหน้า APEX ขอเป็นตัวเลือกหนึ่งค่ะ เรามีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการศัลยกรรม ได้แก่ นายแพทย์สมบูรณ์ ไหวพริบ เลขใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ว. 22713 ศัลยแพทย์ตกแต่งความงามประจำโรงพยาบาล APEX Surgery Hospital รวมถึงสถานพยาบาลของเราได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข รับรองได้ถึงการดูแลที่ปลอดภัย หากสนใจสามารถสอบถามเข้ามาได้เลยค่ะ









