เสริมจมูกแบบไหนดี เทคนิคไหนเหมาะ พร้อมอัปเดตรีวิวและราคาล่าสุด

เสริมจมูกมีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับใคร

การเสริมจมูกถือเป็นศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมสูง เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูมีมิติและสมดุลยิ่งขึ้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีและเทคนิคการเสริมจมูกได้พัฒนาไปอย่างมาก ทำให้มีโปรแกรมเสริมจมูกให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีความเหมาะสมกับโครงสร้างจมูกเดิม สภาพผิวหนัง และความต้องการของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันไป การเลือกให้เหมาะกับปัญหาแต่ละบุคคล จะทำให้ผลลัพธ์จากการเสริมจมูกออกมาตรงตามความต้องการ วันนี้เรามาดูกันว่า เสริมจมูกมีกี่แบบ มีกี่เทคนิค แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

เสริมจมูก คืออะไร

เสริมจมูก (Rhinoplasty) คือการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างและรูปทรงของจมูกให้มีความสวยงาม สมดุล และรับกับส่วนอื่น ๆ ของใบหน้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมให้สันจมูกโด่งขึ้น การปรับปลายจมูกให้เรียวสวย การแก้ปัญหาจมูกเบี้ยว เอียง หรือแม้กระทั่งการตัดปีกจมูกให้เล็กลง เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเสริมบุคลิกภาพให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
เทคนิคเสริมจมูกมีกี่แบบ

เทคนิคเสริมจมูกมีกี่แบบ แบบไหนเหมาะกับเรา

นอกเหนือจากการเลือกรูปทรงจมูกที่ต้องการแล้ว เทคนิคและวิธีการผ่าตัดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์และความสำเร็จของการศัลยกรรมจมูก ซึ่งปัจจุบันเทคนิคที่ใช้ในการเสริมจมูกมีอยู่หลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนี้

เสริมจมูกแบบปิด Closed Rhinoplasty

เสริมจมูกแบบปิด เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่เปิดแผลบริเวณด้านในของรูจมูกทั้งหมด ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นปรากฏให้เห็นจากภายนอก เทคนิคศัลยกรรมจมูกนี้มีข้อดีคือใช้เวลาผ่าตัดไม่นานและมีอาการบวมช้ำน้อยกว่า ส่งผลให้ระยะเวลาในการพักฟื้นสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสันจมูกให้โด่งขึ้น หรือแก้ไขโครงสร้างเดิมเพียงเล็กน้อย

เสริมจมูกแบบเปิด Open Rhinoplasty

เสริมจมูกแบบเปิด เทคนิคนี้ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณฐานจมูกด้านนอก ซึ่งเชื่อมต่อกับแผลด้านใน ทำให้สามารถเปิดผิวหนังขึ้นเพื่อมองเห็นโครงสร้างภายในของจมูกได้ค่อนข้างชัดเจน ช่วยให้ปรับแก้โครงสร้างที่ซับซ้อน เช่น การตอกฐาน การปรับแก้ปลายจมูก หรือการใช้กระดูกอ่อนซี่โครงได้ค่อนข้างแม่นยำ เหมาะสำหรับเคสแก้ไข หรือผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อน

เสริมจมูกแบบ Semi Open Rhinoplasty

เสริมจมูก Semi Open เป็นเทคนิคที่อยู่กึ่งกลางระหว่างแบบปิดและแบบเปิด โดยจะเปิดแผลบริเวณขอบรูจมูกด้านใน ซึ่งมีขนาดแผลใหญ่กว่าแบบปิดปกติ ทำให้ศัลยแพทย์มีพื้นที่ในการทำงานและมองเห็นโครงสร้างได้ดีขึ้น สามารถปรับแต่งปลายจมูกและวางตำแหน่งซิลิโคนได้ค่อนข้างแม่นยำกว่าเทคนิคแบบปิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแก้ปลายจมูกร่วมด้วย แต่ไม่มีปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อนมากนัก

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก มีอะไรบ้าง

การเลือกวัสดุสำหรับเสริมจมูก ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะมีผลโดยตรงต่อความสวยงาม และความคงทนของผลลัพธ์ในระยะยาว วัสดุที่ใช้ในการทำจมูก มีให้เลือกหลายประเภท ทั้งวัสดุสังเคราะห์และวัสดุจากร่างกายของผู้รับการผ่าตัดเอง โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมตามลักษณะจมูกและความต้องการของแต่ละบุคคล

ซิลิโคน

ซิลิโคนจมูก เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการทำจมูก เนื่องจากขึ้นรูปได้ง่าย มีหลายเกรดให้เลือก และสามารถปรับแต่งทรงได้หลากหลาย ซิลิโคนทางการแพทย์มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หากเลือกใช้เกรดคุณภาพดี อีกทั้งยังสามารถนำออกหรือแก้ไขได้ในอนาคต เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมจมูกให้สันโด่งและได้ทรงสวย ดูเป็นธรรมชาติ

กระดูกอ่อนหลังหู

กระดูกอ่อนหลังหู เป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมใช้ร่วมกับซิลิโคน โดยเฉพาะบริเวณปลายจมูก เพื่อช่วยลดแรงกดจากซิลิโคนและป้องกันปัญหาปลายจมูกบางหรือทะลุในอนาคต การใช้กระดูกอ่อนหลังหูในการทำจมูก ให้ความรู้สึกดูเป็นธรรมชาติ เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อของผู้รับการผ่าตัดเอง จึงไม่มีโอกาสเกิดอาการแพ้หรือร่างกายปฏิเสธ

กระดูกอ่อนซี่โครง

กระดูกอ่อนซี่โครง เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ได้รับความนิยมในการทำจมูกแบบโครงสร้าง (Structural Rhinoplasty) เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย ต้องการเสริมจมูกให้โด่งมาก หรือแก้จมูกที่เคยทำมาแล้วหลายครั้ง กระดูกอ่อนซี่โครงมีความแข็งแรงสูง สามารถปรับรูปทรงได้หลากหลาย แต่ต้องอาศัยแพทย์ที่มีทักษะเป็นพิเศษในการเก็บและขึ้นรูป

เนื้อเยื่อเทียม

เนื้อเยื่อเทียม เป็นวัสดุชีวภาพที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำจมูก ช่วยเพิ่มความนุ่มบริเวณปลายจมูก และลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างซิลิโคนกับผิว เนื้อเยื่อเทียมเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวบาง หรือเคยมีปัญหาปลายจมูกแดงจากซิลิโคน อีกทั้งยังช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

วัสดุ Hybrid

เทคนิค Hybrid เป็นการผสมผสานข้อดีของทั้งซิลิโคนและกระดูกอ่อน เช่น ใช้ซิลิโคนเสริมสันจมูก และใช้กระดูกอ่อนหลังหูเสริมปลาย วิธีนี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ค่อนข้างปลอดภัยจากการทะลุ และได้ทรงที่ดูละมุน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำจมูก ให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ยังคงความคมชัดของทรงจมูกอยู่

ปัญหาแต่ละแบบ เหมาะกับเทคนิคการเสริมจมูกแบบไหน

ปัญหาแต่ละแบบ เหมาะกับเทคนิคการเสริมจมูกแบบไหน

การเลือกเทคนิคในการเสริมจมูก ควรพิจารณาตามลักษณะปัญหาและโครงสร้างจมูกของแต่ละบุคคล เพราะแต่ละเทคนิค มีจุดเด่นและขอบเขตการแก้ไขที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม เป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

  • อยากเพิ่มความโด่งเล็กน้อย เหมาะกับเทคนิค Close เพราะเป็นการผ่าตัดแบบปิด ไม่ต้องแก้โครงสร้างมาก เพียงเสริมซิลิโคนให้รับกับทรงเดิม เหมาะกับผู้ที่มีฐานจมูกและปลายจมูกแข็งแรงอยู่แล้ว
  • ปลายจมูกสั้น แบน หรือเชิด เหมาะกับเทคนิค Semi-Open เพราะสามารถเปิดบริเวณปลายจมูกบางส่วน เพื่อปรับความยาวของปลายและเสริมความละมุนของปลายจมูกให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • จมูกเบี้ยว ปลายเอียง เหมาะกับเทคนิค Open ซึ่งเปิดให้เห็นโครงสร้างภายในทั้งหมด ทำให้แพทย์สามารถปรับกระดูกอ่อนและแก้ไขแนวฐานจมูกได้อย่างละเอียด
  • จมูกสั้นหรือเนื้อปลายน้อย เสี่ยงทะลุจากซิลิโคน ควรใช้เทคนิค Open ร่วมกับการเสริมกระดูกอ่อนหลังหูหรือซี่โครง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการทะลุของซิลิโคนในอนาคต
  • ต้องการทรงจมูกที่มีมิติ ปลายพุ่ง เหมาะกับเทคนิค Semi-Open เพราะสามารถปรับปลายจมูกได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องเปิดแผลมาก ทำให้จมูกสโลปสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
  • โครงสร้างจมูกเดิมไม่สมดุล เช่น ฐานกว้าง ปีกหนา หรือมีฮัมพ์จมูก เหมาะกับเทคนิค Open ร่วมกับการตัดปีกจมูก ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นและปรับแต่งโครงสร้างภายในได้ครบถ้วน
  • ผู้ที่ไม่เคยทำจมูกมาก่อน แต่ต้องการปรับทรงเล็กน้อย เหมาะกับเทคนิค Close เพราะเป็นการผ่าตัดที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยได้ง่าย แผลเล็ก ฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

เสริมจมูกมีทรงจมูกแบบไหนบ้าง

แม้ว่าการเสริมจมูกจะเลือกทรงได้หลากหลาย แต่การเลือกให้เข้ากับใบหน้าเป็นขั้นตอนสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยการประเมินโครงสร้างโดยศัลยแพทย์ร่วมกับผู้รับบริการ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ เราได้รวบรวมทรงจมูกยอดนิยมซึ่งสามารถปรับให้เหมาะสมได้ ดังนี้

  • ทรงที่ดูเป็นธรรมชาติ : เป็นทรงจมูกที่เน้นความกลมกลืนกับโครงสร้างใบหน้าเดิม โดยสันและปลายจมูกจะไม่โด่งหรือแหลมจนเกินไป
  • ทรงหยดน้ำ : มีลักษณะเด่นที่ปลายจมูกซึ่งมีความโค้งมนและทิ้งตัวลงเล็กน้อยคล้ายหยดน้ำ ช่วยให้ใบหน้าดูสวยหวานและละมุน
  • ทรงจมูกปลายยก : เป็นทรงที่เน้นการยกปลายจมูกขึ้นเล็กน้อยจากสันจมูก เพื่อให้ใบหน้าดูมีสเน่ห์และดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
  • ทรงสโลปปลายพุ่ง : มีลักษณะสันจมูกที่โค้งสโลปลงมาอย่างสวยงาม และส่วนปลายจมูกมีความเชิดพุ่งไปข้างหน้าค่อนข้างชัดเจน
  • ทรงปลายเชิด : เป็นทรงจมูกที่มีปลายเชิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งช่วยให้ใบหน้าดูสดใส มีความน่ารัก และดูเด็กลง
  • ทรงตั๊กแตน : เป็นทรงที่เน้นความโด่งคมชัดเป็นพิเศษ โดยมีสันจมูกที่เรียวเล็กและปลายจมูกที่พุ่งเชิดขึ้น ให้ลุคที่ดูเฉี่ยวคม
วิธีเลือกเสริมจมูกให้เหมาะกับตัวเอง

วิธีเลือกเสริมจมูกให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกโปรแกรมเสริมจมูกที่เหมาะสมกับตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ซึ่งไม่ควรเลือกจากความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญหลายด้าน ดังนี้

  • พิจารณาโครงสร้างจมูกเดิมและความบกพร่อง หากคุณมีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ไม่ซับซ้อน เช่น จมูกแบนและต้องการเพิ่มแค่สันจมูกเล็กน้อย การเสริมจมูกแบบปิดด้วยซิลิโคนก็อาจเพียงพอ แต่หากมีปัญหาซับซ้อน เช่น ปลายจมูกสั้น จมูกเบี้ยว หรือเคยเสริมมาแล้ว ควรเลือกโปรแกรมเสริมจมูกแบบเปิด ที่สามารถแก้ไขโครงสร้างภายในได้
  • ประเมินสภาพผิวหนังและเนื้อเยื่อ ความหนาของผิวหนังบริเวณจมูกมีผลอย่างมากต่อการเลือกวัสดุและความโด่ง หากคุณมีผิวหนังบาง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ซิลิโคน หรือการเสริมปลายจมูกให้พุ่งโด่งเกินไป เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการทะลุหรือผิวบางเห็นขอบซิลิโคน
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการจากการเสริมจมูก ต้องสื่อสารกับแพทย์อย่างชัดเจนว่าต้องการทรงแบบใด โดยเลือกทรงที่เข้ากับองค์ประกอบอื่น ๆ บนใบหน้าของคุณ หากไม่แน่ใจ ควรให้แพทย์ทำการวิเคราะห์ใบหน้าและแนะนำทรงที่เหมาะสมที่สุด
  • แพทย์ผู้ทำศัลยกรรม ไม่ว่าจะเลือกเสริมจมูกแบบใด ทักษะของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีทักษะที่โดดเด่นในการทำจมูก และมีความเข้าใจในหลักการของ Plastic Surgery เพื่อให้สามารถทำศัลยกรรมจมูกได้ตรงตามความต้องการและมีการดูแลให้ปลอดภัย

ใครที่เหมาะกับการเสริมจมูก

การตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรมจมูกเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งในด้านข้อจำกัดและความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ ความสำเร็จของการผ่าตัดจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความเหมาะสมของผู้เข้ารับบริการ เช่น

  • ผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนทรงจมูก เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ หรือปรับสัดส่วนให้กลมกลืนกับใบหน้ามากขึ้น
  • ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับลักษณะจมูกเดิม เช่น สันจมูกไม่โด่ง ปลายจมูกใหญ่ จมูกมีฮัมพ์ หรือจมูกเบี้ยว
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างจมูก ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุ หรือลักษณะทางพันธุกรรม
  • ผู้ที่มีปัญหาด้านการทำงานของจมูก เช่น หายใจไม่สะดวก เนื่องจากผนังกั้นช่องจมูกคด
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัดและการฟื้นตัว
  • ผู้ที่มีการเจริญเติบโตของโครงสร้างใบหน้าเต็มที่แล้ว (โดยทั่วไปคืออายุ 18 ปีขึ้นไป)
  • ผู้ที่มีความเข้าใจและมีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ตามความเป็นจริง

ใครที่ไม่เหมาะกับการศัลยกรรมเสริมจมูก

เพื่อให้การศัลยกรรมเสริมจมูกเป็นไปอย่างราบรื่นและเหมาะสม การประเมินความพร้อมของผู้เข้ารับบริการเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีปัจจัยด้านสุขภาพและข้อจำกัดบางประการที่อาจส่งผลต่อความเหมาะสมในการผ่าตัด เช่น

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงและยังควบคุมอาการไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือกำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 18-20 ปี เนื่องจากโครงสร้างกระดูกใบหน้าและจมูกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เพราะยาและกระบวนการผ่าตัดอาจส่งผลกระทบต่อทารกได้
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าหรือในโพรงจมูกที่ยังรักษาไม่หาย
  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ เนื่องจากสารในบุหรี่ขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูแผลและความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • ผู้ที่มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์สูงเกินความเป็นจริง หรือมีภาวะหมกมุ่นกับรูปลักษณ์ของตนเองมากผิดปกติ

ข้อดีของการเสริมจมูก

การศัลยกรรมจมูกอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแก้ไขความบกพร่องที่ส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย ดังนั้นประโยชน์ที่ได้รับจึงสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประการที่สำคัญดังต่อไปนี้

  • ปรับรูปทรงจมูกให้มีความสมดุล และกลมกลืนกับองค์ประกอบบนใบหน้า
  • เสริมสร้างความมั่นใจและส่งเสริมบุคลิกภาพโดยรวมให้ดีขึ้น
  • แก้ไขความบกพร่องของโครงสร้างจมูก ทั้งที่เกิดจากพันธุกรรมหรืออุบัติเหตุ
  • ช่วยแก้ปัญหาด้านการทำงานของจมูก เช่น ภาวะหายใจลำบากจากผนังกั้นช่องจมูกคด
  • เป็นการปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูกที่ให้ผลลัพธ์ในระยะยาว

ข้อควรระวังในการทำศัลยกรรมเสริมจมูก

การทำศัลยกรรมจมูกถือเป็นการผ่าตัดทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดประเภทอื่น ๆ ผู้เข้ารับบริการจึงต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นก่อนการตัดสินใจจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา เช่น

  • อาจมีผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด เช่น อาการบวม ช้ำ ความเจ็บปวด หรืออาการชาบริเวณปลายจมูก ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราว
  • ความเสี่ยงในการติดเชื้อ หากดูแลความสะอาดของแผลไม่ดีพอ หรือสถานพยาบาลไม่ได้มาตรฐาน
  • รูปทรงอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เนื่องจากข้อจำกัดของโครงสร้างจมูกเดิม หรือการสื่อสารที่ไม่ตรงกันกับแพทย์
  • ความเสี่ยงที่วัสดุจะเบี้ยว เอียง หรือเคลื่อนที่ หากได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรงในช่วงที่ยังไม่เข้าที่ดี
  • ความเสี่ยงที่วัสดุจะทะลุ โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อยหรือบางมาก และเสริมซิลิโคนให้โด่งเกินไป
  • อาจเกิดพังผืดรัดแกนซิลิโคน ซึ่งส่งผลให้จมูกมีรูปทรงที่ผิดแปลกไปในระยะยาว
  • อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ หากการผ่าตัดส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในโพรงจมูก
  • อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต หากเกิดปัญหาหรือไม่พึงพอใจในผลลัพธ์

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

เพื่อให้การศัลยกรรมจมูกได้ผลลัพธ์ที่ดี ความร่วมมือของผู้เข้ารับบริการในการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถละเลยได้ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระหว่างและหลังการผ่าตัด เช่น

  • ปรึกษาศัลยแพทย์ : เพื่อประเมินโครงสร้างจมูก แจ้งความต้องการ และรับฟังคำแนะนำ รวมถึงข้อจำกัดและผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
  • แจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด : แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้เป็นประจำ รวมถึงอาหารเสริมและวิตามินทุกชนิดให้แพทย์ทราบ
  • งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด : ควรงดยาในกลุ่มแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และวิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ควรงดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะมีผลต่อการหายของแผลและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมจมูก

1. การประเมินและปรึกษาแพทย์ ในขั้นตอนแรก แพทย์จะประเมินรูปหน้า โครงสร้างจมูกเดิม ความหนาของผิว และสัดส่วนใบหน้าโดยรวม พร้อมพูดคุยถึงความต้องการของผู้เข้ารับบริการ เพื่อออกแบบทรงจมูกที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และเลือกเทคนิคการเสริมจมูกที่ตอบโจทย์มากที่สุด

2. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก ผู้เข้ารับบริการจะได้รับคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด เช่น การงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ รวมถึงการเตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงระหว่างผ่าตัดและส่งเสริมการฟื้นตัวที่ดี

3. ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมจมูก แพทย์จะทำการผ่าตัดโดยเลือกเทคนิคและวัสดุที่เหมาะสมกับโครงสร้างจมูกของผู้รับบริการ เช่น ซิลิโคน กระดูกอ่อน หรือเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อให้ได้รูปทรงจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติ สวยสมดุล และปลอดภัย

4. การติดตามผลหลังผ่าตัด หลังการผ่าตัด แพทย์จะมีการนัดติดตามผลเพื่อประเมินรูปทรงจมูก การฟื้นตัว และความเรียบร้อยของแผล เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามแผนการรักษา

แนะนำการดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก

ภายหลังการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมในช่วงเวลานี้จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการหายของแผล บรรเทาอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และป้องกันภาวะแทรกซ้อน จึงควรปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

  • ประคบเย็น : ใช้เจลเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณข้างแก้มและสันจมูก (โดยไม่ให้โดนแผลโดยตรง) เพื่อช่วยลดอาการบวมและช้ำ
  • นอนหมอนสูง : ควรนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัว โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและป้องกันการกดทับ
  • ทานอาหารอ่อนและมีประโยชน์ : เน้นอาหารที่เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง อาหารทะเล และอาหารแสลงต่าง ๆ ที่อาจกระตุ้นการอักเสบ
  • งดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือน : หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก การก้มศีรษะต่ำเป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ : หากมีน้ำมูกให้ใช้การซับเบาๆ หรือหากจะจามให้อ้าปากเพื่อลดแรงดันในโพรงจมูก
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ : ควรงดอย่างน้อย 1 เดือนหลังผ่าตัด เพราะจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการหายของแผล
  • ระมัดระวังการสวมแว่นตา : หากจำเป็นต้องใส่ ควรหลีกเลี่ยงการวางแว่นบนสันจมูกโดยตรง อาจใช้การติดเทปพยุงแว่นไว้กับหน้าผากแทน
  • ไปพบแพทย์ตามนัด : เพื่อติดตามผลการรักษา ตัดไหม และรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์
  • สังเกตอาการผิดปกติ : หากมีอาการปวดรุนแรง บวมแดงผิดปกติ มีไข้ หรือมีหนองไหลออกจากแผล ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที

การเลือกคลินิกเสริมจมูก ต้องพิจารณาจากอะไร

การเลือกคลินิกทำจมูกที่ไหนดี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลโดยตรง เพราะแม้เทคนิคหรือวัสดุจะดีแค่ไหน หากคลินิกไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจเกิดปัญหาตามมาได้ การพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การทำจมูกออกมาสวย และดูเป็นธรรมชาติ

  • เลือกคลินิกที่มีแพทย์จริง ตรวจสอบว่าคลินิกทำจมูก มีแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งที่มีใบประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าการผ่าตัดจะผ่านการดูแลให้ปลอดภัยและผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์
  • คลินิกได้มาตรฐานและมีเครื่องมือทันสมัย เลือกคลินิกที่มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ อุปกรณ์ทันสมัย และผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำจมูก
  • ตรวจสอบรีวิวและผลงานจริงของแพทย์ ดูรีวิวหรือเคสก่อน–หลังทำจากผู้รับบริการจริง เพื่อประเมินสไตล์ของแพทย์ว่าเหมาะกับความต้องการหรือไม่
  • ให้คำปรึกษาและประเมินทรงอย่างละเอียด คลินิกที่ดีจะให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจริง วิเคราะห์รูปหน้า วางแผนทรงจมูก และอธิบายเทคนิคที่เหมาะสมอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจ
  • มีบริการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด คลินิกควรมีการติดตามผลหลังการผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง ให้คำแนะนำการดูแลตนเอง และนัดตรวจตามกำหนด

เสริมจมูกราคาเท่าไหร่

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ (Apex Surgery Hospital) ให้บริการศัลยกรรมจมูกโดยศัลยแพทย์ที่พร้อมออกแบบการรักษา ให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่ครอบคลุมทั้งแบบเปิดและแบบปิด พร้อมแพ็กเกจที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ดังนี้

  • เสริมจมูกแบบ Open ราคาเริ่มต้น 120,000 บาท
  • เสริมจมูกแบบ Open ซี่โครง ราคา 300,000 บาท
  • เสริมจมูกแบบ Close ราคา 35,000 บาท


*เสริมจมูกราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้สอบถามก่อนใช้บริการทุกครั้งทุกครั้ง

รีวิวผลลัพธ์ก่อนและหลังเสริมจมูก

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ดูเพิ่มเติม รีวิวเสริมจมูก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมจมูก

การเสริมจมูก จะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดหรือดมยาสลบ ทำให้ระหว่างผ่าตัดไม่รู้สึกเจ็บ มีเพียงอาการตึงหรือบวมเล็กน้อยหลังผ่าตัด ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาและการประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์
โดยทั่วไปหลังเสริมจมูก จะบวมประมาณ 3–7 วันแรก และค่อย ๆ ยุบลงภายใน 2–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และการดูแลหลังผ่าตัดของแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์ของการทำจมูก อยู่ได้นานหลายปี หากใช้เทคนิคที่เหมาะสมและวัสดุคุณภาพดี ทั้งนี้ควรดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและตรวจเช็กกับแพทย์เป็นระยะ
การรองปลายจมูกไม่จำเป็นสำหรับทุกเคส ขึ้นอยู่กับโครงสร้างจมูกเดิมและความหนาของผิวหนังแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ ศัลยแพทย์จะพิจารณาใช้ในกรณีที่คนไข้มีเนื้อน้อยหรือต้องการให้ปลายพุ่งมาก
ผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อยสามารถเสริมจมูกได้ แต่จะมีข้อจำกัดในการเสริมให้โด่งหรือพุ่งมากเกินไป เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ศัลยแพทย์มักใช้เทคนิคเสริม เช่น การใช้กระดูกอ่อนหลังหูหรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ มารองบริเวณปลายจมูก เพื่อลดความเสี่ยงทะลุ
หลังทำจมูกหรือผ่าตัดศัลยกรรม ควรใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 7-14 วัน ซึ่งถือเป็นช่วงที่ต้องระวังและทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นเมื่อผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ อาการบวมรวมถึงรอยแผลจะเริ่มบรรเทาลง
โดยทั่วไปแล้ว หลังเสริมจมูกจะเริ่มรัดแกน หรือเห็นทรงที่ชัดเจนขึ้นภายใน 1-3 เดือน และจะมีระยะเวลาการรัดแกนที่สมบูรณ์ในช่วง 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการบวมหลังทำศัลยกรรมของแต่ละบุคคล

สรุป

การเสริมจมูกเป็นการเสริมความสมดุลให้ใบหน้าและเพิ่มความมั่นใจ ซึ่งความสำเร็จขึ้นอยู่กับการเลือกองค์ประกอบที่เหมาะสม ทั้งรูปทรงที่เข้ากับใบหน้า เทคนิคการผ่าตัด และวัสดุที่ใช้ นอกจากนี้การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างถูกวิธีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ ดังนั้นการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและปรึกษาศัลยแพทย์จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาในการทำโปรแกรมศัลยกรรมจมูก หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่

ช่องทางการติดต่อ

บทความเสริมจมูกที่น่าสนใจ
15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก
15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณและลดความเสี่ยง

การปรับรูปทรงจมูกเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม
เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมจมูกกระดูกซี่โครง เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน หรือไม่สามารถใช้ซิลิโคนได้

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร
เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร ดั้งพุ่งได้แค่ไหน

การเสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู เป็นเทคนิคศัลยกรรมจมูกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเองมาช่วยปรับแต่งปลายจมูก

อ่านต่อ »
หลังเสริมจมูก 14 วัน กินอะไรได้บ้าง
หลังเสริมจมูก 14 วัน กินอะไรได้บ้าง รวมเมนูอาหารที่ควรกินและควรเลี่ยง

หลังการเสริมจมูก เป็นช่วงสำคัญต่อการฟื้นฟูและการคงรูปทรงจมูก การทานอาหารที่มีโภชนาการเหมาะสม จะช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างการสมานแผลได้ดี

อ่านต่อ »
รับคำปรึกษาฟรี
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว