ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index) คือค่ามาตรฐานสากลที่ใช้ชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อส่วนสูง ซึ่งคำนวณจากน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง โดยค่า BMI ถูกใช้เป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น โรคอ้วนหรือภาวะผอมเกินไป

ขั้นตอนการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
- ชั่งน้ำหนักตัวของคุณ โดยใช้หน่วยเป็น กิโลกรัม (kg)
- วัดส่วนสูงของคุณ โดยใช้หน่วยเป็น เมตร (m) (หากวัดเป็นเซนติเมตร ให้หารด้วย 100 ก่อน เช่น สูง 170 ซม. เท่ากับ 1.70 ม.)
- นำส่วนสูงที่ได้มาคูณกับตัวเอง (หรือเรียกว่า “ยกกำลังสอง”)
- นำน้ำหนักตัวจากข้อ 1 มาเป็นตัวตั้ง แล้วหารด้วยผลลัพธ์จากข้อ 3
ผลลัพธ์ที่ได้คือค่า BMI ของคุณ ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานต่อไป
สูตร BMI = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / (ส่วนสูง (เมตร) x ส่วนสูง (เมตร))
มาดูกันว่าค่า BMI บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ
เมื่อได้ผลลัพธ์จากการคำนวณแล้ว เราสามารถนำค่าที่ได้มาแปลผลเพื่อประเมินสภาวะร่างกายเบื้องต้นได้ตามเกณฑ์สำหรับคนเอเชีย ดังนี้
- น้อยกว่า 18.5: น้ำหนักน้อยเกินไป
บ่งชี้ว่าคุณอาจมีภาวะผอมหรือขาดสารอาหาร ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย - 18.5 – 22.9: น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ขอแสดงความยินดีด้วย! นี่คือช่วงน้ำหนักที่สมดุลและเหมาะสมที่สุด มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ น้อย - 23.0 – 24.9: เริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน (ท้วม)
เป็นสัญญาณเตือนให้คุณเริ่มใส่ใจกับการควบคุมน้ำหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย เพราะเริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคที่มากับความอ้วนแล้ว - 25.0 – 29.9: เข้าสู่ภาวะโรคอ้วน (ระดับที่ 1)
มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, และไขมันในเลือดผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการลดน้ำหนัก - 30.0 ขึ้นไป: ภาวะโรคอ้วนในระดับรุนแรง
เป็นระดับที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงสูงมาก เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย
ทำไมเราจึงควรสนใจค่า BMI ?
ค่า BMI เป็นมากกว่าแค่ตัวเลข แต่คือตัวชี้วัดสุขภาพเบื้องต้นที่บอกอะไรเราได้หลายอย่าง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมมันถึงสำคัญ
- เช็กความเสี่ยงสุขภาพ: ค่า BMI เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า หากค่าของคุณสูงหรือต่ำเกินไป อาจหมายความว่าคุณมีความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน มากกว่าคนที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ใช้เป็นแนวทางดูแลตัวเอง: เมื่อรู้ว่า ค่า BMI ของตัวเองอยู่ในระดับไหน ก็เหมือนมีแผนที่นำทางในการดูแลน้ำหนัก ทำให้เรารู้ว่าควรจะปรับการกินหรือเพิ่มการออกกำลังกายอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีขึ้น
- เครื่องมือคัดกรองที่ง่ายที่สุด: ค่า BMI เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการประเมินว่าเรามีภาวะน้ำหนักเกินหรือผอมเกินไปหรือไม่ ซึ่งช่วยให้เราสามารถหาทางป้องกันหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงที
ข้อจำกัดของค่า BMI: ไม่ได้แม่นยำสำหรับทุกคน
แม้ว่า ค่า BMI จะเป็นเครื่องมือที่ง่ายและสะดวกในการประเมินสภาวะน้ำหนักเบื้องต้น แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ค่า BMI ไม่ได้แยกแยะระหว่างมวลไขมันและมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้การแปลผลอาจคลาดเคลื่อนได้ในบางกลุ่มคน ดังนั้น การยึดติดกับ ค่า BMI เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้สะท้อนภาพรวมสุขภาพที่แท้จริงเสมอไป
กรณีนักกีฬาหรือคนที่มีมวลกล้ามเนื้อสูง
สำหรับนักกีฬา, นักเพาะกาย หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจนมีมวลกล้ามเนื้อสูงกว่าคนทั่วไป พวกเขาอาจมีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ “น้ำหนักเกิน” หรือ “อ้วน” ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายต่ำมาก นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันในปริมาตรที่เท่ากัน ดังนั้น การใช้ ค่า BMI ในกลุ่มคนเหล่านี้จึงไม่สามารถประเมินภาวะสุขภาพได้อย่างแม่นยำ และอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
กรณีผู้สูงอายุและสตรีมีครรภ์
ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุซึ่งมีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปตามวัย อาจมีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่กลับมีมวลไขมันสะสมในร่างกายสูงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้เช่นกัน เช่นเดียวกับสตรีมีครรภ์ ซึ่งมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากทารก, น้ำคร่ำ, และมวลกายที่เปลี่ยนแปลงไป การใช้ค่าที่ได้ในช่วงเวลานี้จึงไม่เหมาะสมและไม่สามารถใช้ประเมินสภาวะสุขภาพได้
ดังนั้น การจะประเมินสุขภาพให้แม่นยำที่สุด ควรพิจารณาค่าดัชนีมวลกายควบคู่ไปกับปัจจัยอื่นๆ เช่น การวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย, การวัดรอบเอว, หรือการปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์
ค่า BMI สูงหรือต่ำเกินไป ควรทำอย่างไร?
การทราบ ค่า BMI ของตัวเองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่สุขภาพที่ดี แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจจนเกินไป แต่เป็นเหมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาที่เราต้องหันมาใส่ใจและวางแผนการดูแลร่างกายอย่างจริงจังเสียที เพราะทั้งสองภาวะต่างก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพในรูปแบบที่แตกต่างกันไป และนี่คือแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นเมื่อ ค่า BMI ของคุณไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
แนวทางการจัดการเมื่อค่า BMI สูงกว่าเกณฑ์
การมีค่าดัชนีมวลกายที่สูงกว่า 23.0 ขึ้นไป ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณมีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, และโรคหัวใจและหลอดเลือด การปรับลดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเน้นการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การหักโหมในระยะสั้น
- การปรับเปลี่ยนโภชนาการ
หลักการสำคัญในการปรับการกินเพื่อลดน้ำหนักคือการ ควบคุมปริมาณอาหาร โดยอาจเริ่มจากการใช้จานขนาดเล็กลง พร้อมกันนั้นควร ลดการบริโภคอาหารแปรรูปและน้ำตาลสูง ซึ่งเป็นแหล่งแคลอรีที่ไม่จำเป็น แล้วหันมา เน้นทานโปรตีนและใยอาหาร จากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน, ไข่, และผักผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความรู้สึกอิ่มที่ยาวนานและช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน - การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ ควรผสมผสานทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งเข้าด้วยกัน โดย คาร์ดิโอ (Cardio) เช่น การเดินเร็ว, วิ่ง, หรือปั่นจักรยาน อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ จะเน้นการเผาผลาญไขมันโดยตรง ขณะที่ เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้การควบคุมน้ำหนักในระยะยาวทำได้ง่าย - การปรึกษาผู้มีประสบการณ์
หากค่าของคุณอยู่ในระดับโรคอ้วน (25.0 ขึ้นไป) หรือการปรับพฤติกรรมด้วยตัวเองยังไม่ได้ผล การปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อวางแผนการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับร่างกายของคุณโดยเฉพาะ คือทางเลือกที่ดีที่สุด
โดยสรุปแล้ว ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น แต่ไม่ได้ชี้วัดสุขภาพทั้งหมด เพราะไม่ได้แยกแยะระหว่างไขมันและกล้ามเนื้อ ดังนั้น ควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลตัวเอง ควบคู่ไปกับการปรับไลฟ์สไตล์ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับสาขาทองหล่อเท่านั้น
อ้างอิง
Centers for Disease Control and Prevention. (2022, June 3). Adult BMI calculator.
https://www.cdc.gov/bmi/adult-calculator/index.html
Harvard Health Publishing. (2024, January 23). BMI calculator.
https://www.health.harvard.edu/bmi-calculator
Mayo Clinic Staff. (n.d.). BMI calculator. Mayo Clinic.
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/obesity/in-depth/bmi-calculator/itt-20084938










