ผมร่วงเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน แต่หากร่วงมากผิดปกติจนนำไปสู่ภาวะผมบาง หรือเริ่มเห็นหนังศีรษะชัดเจน อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพเส้นผมหรือหนังศีรษะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะศีรษะล้านที่รักษาได้ยากกว่าเดิม บทความนี้จะพาไปรู้จักสาเหตุของผมร่วง พร้อมแนะนำวิธีดูแลและแนวทางการรักษาที่ควรเริ่มทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหยุดวงจรผมร่วงก่อนสายเกินไป

ผมร่วง เกิดจากอะไร
ภาวะผมร่วงอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งจากภายในร่างกายและสิ่งแวดล้อมภายนอก หากรู้สาเหตุจะช่วยให้วางแนวทางการรักษาได้ถูกต้อง ซึ่งสาเหตุของผมร่วง มีดังนี้
- พันธุกรรม เป็นสาเหตุหลักของศีรษะล้านแบบกรรมพันธุ์ พบได้บ่อยในผู้ชาย และเริ่มมีผมบางบริเวณกลางศีรษะหรือแนวไรผมหน้าผากตั้งแต่อายุยังน้อย
- ฮอร์โมนไม่สมดุล โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงหลังคลอด วัยหมดประจำเดือน หรือภาวะ PCOS ซึ่งส่งผลต่อรอบการเจริญเติบโตของเส้นผม
- ความเครียดสะสม ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้รากผมอ่อนแอ และหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ
- ขาดสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และไบโอติน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการงอกใหม่ของเส้นผม
- โรคหรือปัญหาสุขภาพ เช่น ภูมิคุ้มกันทำลายรากผม โรคไทรอยด์ หรือเบาหวาน ซึ่งอาจส่งผลต่อรากผมโดยตรง
- การใช้สารเคมี หรือผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง เช่น ยาย้อมผม ดัด ยืด หรือการใช้แชมพูที่มีส่วนผสมรุนแรงต่อหนังศีรษะ ทำให้รูขุมขนอักเสบและผมร่วงตามมา
วิธีรักษาอาการผมร่วง
เมื่อรู้สาเหตุของผมร่วงแล้ว การเลือกวิธีรักษาที่เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะสามารถหยุดวงจรผมร่วง ฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรง และกระตุ้นการเกิดผมใหม่ ซึ่งสามารถเลือกวิธีได้ทั้งแบบธรรมชาติ ยาเฉพาะทาง ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ ดังนี้
การใช้แชมพูและผลิตภัณฑ์บำรุงผมสูตรลดผมร่วง
เลือกใช้แชมพูและทรีตเมนต์ที่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ ควรหลีกเลี่ยงแชมพูที่มีซัลเฟต (SLS/SLES) พาราเบน หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและรากผมอ่อนแอ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่าง ไบโอติน โสม คาเฟอีน วิตามินบี 5 และน้ำมันสารสกัดธรรมชาติ ช่วยบำรุงหนังศีรษะให้แข็งแรง เพิ่มการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม และลดการหลุดร่วงได้
การรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินที่จำเป็นต่อเส้นผม
โดยเฉพาะ ไบโอติน ธาตุเหล็ก สังกะสี กรดโฟลิก โอเมก้า 3 และ วิตามินดี ที่ช่วยสร้างเซลล์ผมใหม่และเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผม ส่วนในผู้ที่ขาดสารอาหารหรือมีภาวะผมร่วงหลังคลอด ภาวะเครียด หรือหลังเจ็บป่วย อาหารเสริมจะช่วยเสริมการฟื้นฟูได้ดีขึ้น แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทาน
การใช้ยารักษา เช่น Minoxidil หรือ Finasteride
โดยที่ Minoxidil เป็นยาทาเฉพาะที่ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะ กระตุ้นให้รากผมได้รับสารอาหารมากขึ้น ชะลอการหลุดร่วง และช่วยให้ผมบางกลับมาหนาขึ้น ส่วน Finasteride เป็นยารับประทานที่เหมาะสำหรับผู้ชาย มีฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของศีรษะล้านแบบกรรมพันธุ์ โดยควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะอาจมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้
การทำหัตถการกระตุ้นรากผม
หัตถการเหล่านี้เป็นแนวทางที่นิยมในคลินิกเส้นผม ช่วยกระตุ้นรากผมให้แข็งแรงขึ้น และลดการหลุดร่วงอย่างเห็นผล เช่น โปรแกรม PRP คือการนำเลือดของผู้ป่วยมาปั่นแยกเอาเกล็ดเลือดเข้มข้น แล้วฉีดกลับเข้าบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเกล็ดเลือดจะช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์และเพิ่มการเจริญเติบโตของเส้นผม
โปรแกรมปลูกผม
การปลูกผมถือเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้การใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น โปรแกรมปลูกผม FUE (Follicular Unit Extraction) หรือโปรแกรมปลูกผม DHI (Direct Hair Implantation) ซึ่งเป็นการย้ายรากผมจากบริเวณที่แข็งแรง เช่น ด้านหลังศีรษะ ไปยังบริเวณที่ต้องการเติมผม ซึ่งการปลูกผมจะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และเส้นผมสามารถงอกได้ต่อเนื่องเหมือนผมปกติ
สิ่งที่ควรหลีกเหลี่ยงถ้าไม่อยากผมร่วง
การดูแลเส้นผมไม่ใช่แค่การบำรุงจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว หากอยากลดปัญหาผมร่วง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้
- หวีผมแรงหรือหวีขณะผมเปียก ผมที่เปียกจะอ่อนแอและขาดง่ายกว่าปกติ การหวีผมในขณะเปียกหรือหวีรุนแรงเกินไป อาจทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากขึ้น ควรใช้หวีซี่ห่างและหวีเบา ๆ เมื่อลดความชื้นแล้ว
- มัดผมแน่น ดึงผมบ่อย ๆ การรวบผมตึงเกินไปเป็นเวลานาน เช่น มัดผมสูงหรือถักเปียแน่น จะทำให้รากผมถูกดึง จนอาจเกิดภาวะ Traction Alopecia หรือผมร่วงจากแรงดึงสะสม
- ใช้ความร้อนบ่อยเกินไป การไดร์ หนีบ หรือม้วนผมด้วยอุณหภูมิสูงซ้ำ ๆ ทำให้เส้นผมแห้งเสีย แตกหักง่าย และรากผมอ่อนแอลง ควรลดความถี่ และใช้สเปรย์กันความร้อนทุกครั้งก่อนจัดทรง
- ใช้สารเคมีแรง ๆ บนหนังศีรษะ การย้อม ดัด หรือยืดผมบ่อยเกินไป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้หนังศีรษะอักเสบและส่งผลต่อรากผมโดยตรง
- เครียดสะสมและนอนน้อย ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งอาจเร่งให้เส้นผมเข้าสู่ระยะร่วงเร็วขึ้น
- ขาดสารอาหารที่จำเป็น หากร่างกายได้รับโปรตีน ธาตุเหล็ก หรือวิตามินน้อยเกินไป จะทำให้เส้นผมขาดสารอาหารสำคัญในการเจริญเติบโต และหลุดร่วงมากกว่าปกติ
โปรแกรมปลูกผมที่ APEX
โปรแกรมปลูกผมเทคนิคแขนกลที่ APEX สามารถปรับแนวไรผมให้ดูละมุนรับกับรูปหน้าแบบดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแนวผมไม่ชัด หน้าผากกว้าง หรือแนวผมไม่สมดุล ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจในภาพลักษณ์ โดยในโปรแกรมนี้ให้บริการในราคาพิเศษ 89,000 บาท แบบเหมาจ่ายไม่จำกัดกราฟต์ นอกจากนี้ APEX ยังมอบสิทธิพิเศษ After Care Service และโปรแกรมดูแลเส้นผมหลังปลูก เพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นให้เส้นผมที่ปลูกเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงขึ้น โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล
สรุป ผมร่วงควรแก้อย่างไร
อาการผมร่วง เป็นสิ่งที่ควรเริ่มแก้ไขตั้งแต่การหาสาเหตุที่แท้จริง จากนั้นจึงเลือกวิธีดูแลเส้นผมที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมด้วยตนเอง หรือการใช้หัตถการทางการแพทย์เข้ามาเป็นตัวช่วย ซึ่งการเริ่มดูแลรักษาเส้นผมตั้งแต่เนิ่น ๆ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายเส้นผม จะช่วยชะลอการสูญเสียเส้นผมและฟื้นฟูผมให้กลับมาแข็งแรงได้ในระยะยาว
หากใครที่กำลังเจอกับปัญหาผมร่วงและสนใจโปรแกรมปลูกผม ที่ APEX สามารถจองคิวเพื่อสอบถามและปรึกษากับแพทย์ หรือใครที่มีข้อสงสัยและคำถามเพิ่มเติม สามารถทักเข้ามาสอบถามได้เลยค่ะ
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
- Website : www.apexmedicalcenter.co.th
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับสาขาทองหล่อเท่านั้น
อ้างอิง
Mayo Clinic. (2024). Hair Loss. From
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/hair-loss/symptoms-causes/
Cleveland Clinic. (2021). Hair Loss. From
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/21753-hair-loss
American Academy of Dermatology Association. (2022). From
https://www.aad.org/public/diseases/hair-loss/treatment/diagnosis-treat










