เคยไหมที่ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงนอนกรนของคนข้าง ๆ ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่รู้หรือไม่ว่าการนอนกรนเสียงดังบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการ ‘หยุดหายใจขณะหลับ’ ซึ่งเป็นภัยร้ายที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงถึงชีวิต ซึ่งวันนี้ Apex จะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับอันตรายใกล้ตัว พร้อมแนะนำวิธีการสังเกตอาการนอนกรนอันตรายไหม อาการแบบไหนเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ รวมถึงการทำ Sleep Test เพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการกรนในอนาคต

นอนกรน เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างไร
การนอนกรน (Snoring) เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของทางเดินหายใจขณะหลับ ส่งผลให้เกิดเสียงกรนดังออกมา เกิดจากอากาศไหลผ่านทางเดินหายใจที่ตีบแคบ ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณลำคอสั่นสะเทือน ซึ่งถ้าการตีบแคบนั้นรุนแรงจนทำให้เสี่ยงต่อการหยุดหายใจขณะหลับ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีความเสี่ยงดังกล่าวเสมอไป เนื่องจากความรุนแรงของการกรนก็จะมีอยู่หลายระดับ
ระดับความรุนแรงของการนอนกรน
- ระดับปกติ (Simple Snoring) : มักเป็นการกรนแบบทั่วไป เกิดได้ไม่บ่อย มีเสียงไม่ดังมาก
- ระดับปานกลาง (Moderate Snoring) : เริ่มมีเสียงดังมากขึ้น เกิดได้บ่อย ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจเล็กน้อย มักทำให้นอนหลับไม่สนิท ง่วงตอนกลางวัน
- ระดับรุนแรง (Severe Snoring) : มีลักษณะของการนอนกรนเสียงดัง และเกิดเป็นประจำทุกวัน มีผลต่อระบบหายใจและการนอน ทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ทำความเข้าใจ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร ?
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea – OSA) คือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Airway) เช่น บริเวณลำคอ เกิดการตีบแคบ หรืออุดกั้นชั่วขณะเมื่อนอนหลับ ทำให้การหายใจติดขัด หรือหยุดหายใจไปชั่วขณะ จนทำให้เกิดการนอนกรนเสียงดัง ซึ่งเมื่อระดับออกซิเจนในร่างกายลดลง สมองจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายตื่นขึ้นมาเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ซึ่งกระบวนการนี้มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนในระยะยาว ทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ เป็นต้นเหตุของโรค หรือรุนแรงถึงขั้นขาดออกซิเจนจนเสียชีวิตได้
สังเกตอาการ…นอนกรนแบบไหน เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ
การนอนกรน เป็นอาการที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจดูเหมือนเรื่องปกติ แต่หากมีเสียงกรนดังผิดปกติ หรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ อาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งจะมีสัญญาณแบบไหนอีกบ้างที่เริ่มอันตราย มาเช็กพร้อมกันได้เลย
- นอนกรนเสียงดังผิดปกติ
- เสียงกรนดังสลับเบา หรือเงียบหายไปเป็นช่วง ๆ ไม่สม่ำเสมอ
- มีเสียงกรน สลับกับอาการหายใจไม่ออก
- รู้สึกง่วงมากผิดปกติในช่วงเวลากลางวัน
- สะดุ้งตื่น นอนหลับไม่สนิท
- ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- มีอาการคอแห้งตอนตื่น หรือรู้สึกเจ็บคอ
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว
นอกจากการสังเกตอาการของตัวเองและคนรอบข้าง จะช่วยให้ป้องกันอันตรายจากการนอนกรนได้ในเบื้องต้นแล้ว การทำ Sleep Test ก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะช่วยประเมินความเสี่ยง และอันตรายจากการกรนได้ ด้วยข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ที่ชัดเจน แม่นยำ และตรงจุด เช่น AHI (Apnea-Hypopnea Index) ดัชนีที่ใช้บ่งบอกจำนวนครั้งของการหยุดหายใจ หรือข้อมูลระดับออกซิเจนในร่างกายขณะนอนหลับ
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน
- ผู้ชายวัยกลางคน เสี่ยงต่อการหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าผู้หญิง
- ผู้ที่มีอาการของโรคภูมิแพ้
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณลำคอมาก
- ผู้ที่มีลักษณะของต่อมทอนซิลโต ขวางทางเดินหายใจ
- ผู้ที่มีริดสีดวงจมูก
- ผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่มีรูปหน้า จมูก หรือคางผิดปกติ
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
วิธีป้องกันการนอนกรน เพื่อสุขภาพที่ดีมากขึ้น
การป้องกันและแก้ไขอาการนอนกรน ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงการนอนหลับที่เต็มอิ่ม แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่อาจตามมา เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น
- ควบคุมน้ำหนัก
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
- ยกหัวเตียงขึ้นเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจ
- ติดตั้งเครื่องเพิ่มความชื้นในห้องนอน ลดปัญหาอากาศแห้งเกินไป
แต่สำหรับใครที่มีอาการนอนกรนเสียงดัง รุนแรง ซึ่งไม่สามารถบรรเทาได้โดบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการรักษา หรือเลือกทำ ‘โปรแกรมเลเซอร์รักษานอนกรน’ ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาการนอนกรนอย่างตรงจุด โดยเลเซอร์จะช่วยกระชับเนื้อเยื่อในช่องคอ ลดการสั่นสะเทือน และเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้นได้
สรุปนอนกรนแบบไหนอันตราย ป้องกันอย่างไร เพื่อสุขภาพดีระยะยาว
การนอนกรนไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่เป็นสัญญาณเตือนของการหยุดหายใจขณะหลับ ภัยร้ายที่ส่งผลต่อสุขภาพ หากมีอาการนอนกรนเสียงดังผิดปกติร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น สะดุ้งตื่น หงุดหงิดง่าย หรืออารมณ์แปรปรวน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจ Sleep Test และรับการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงต้องปรับพฤติกรรม หรือทำโปรแกรมเลเซอร์แก้นอนกรน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาในการแก้นอนกรน หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับสาขาเพลินจิต









