แผลดูดไขมัน วิธีดูแลแผลอย่างไรให้หายไว ไม่ทิ้งรอยแผล

แผลดูดไขมัน
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ความเรียบเนียนของผิวหลังจากไขมันถูกดูดไขมันออกไป หากเกิดการละเลยหรือดูแลผิดวิธีอาจทำให้เกิดแผลดูดไขมัน รอยคล้ำ หรือผิวไม่เรียบได้ การใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น การทำความสะอาด การใส่ชุดกระชับ และการเลือกอาหารที่เหมาะสมล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน ฟื้นตัวเร็วขึ้น และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

แผลดูดไขมัน

แผลดูดไขมันมีกี่จุด ขนาดประมาณเท่าไหร่

โดยทั่วไปแผลดูดไขมันจะมีขนาดประมาณ 0.5 – 1 เซนติเมตร โดยจำนวนแผลขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและเทคนิคของแพทย์ แผลจะถูกวางในตำแหน่งที่สามารถซ่อนรอยแผลได้ง่าย เช่น รอยพับของข้อพับ หรือแนวขอบชุดชั้นใน เพื่อให้ไม่เห็นชัดเมื่อหายดีแล้ว

ตำแหน่งจุดเปิดแผลแต่ละบริเวณ

  • แผลดูดไขมันหน้าท้อง/เอว: 2–4 จุด รอบสะดือหรือบริเวณกางเกงใน
  • แผลดูดไขมันต้นแขน: ใต้รักแร้หรือข้อศอก
  • แผลดูดไขมันต้นขา: ขาหนีบ หลังเข่า
  • แผลดูดไขมันหลัง/แผ่นหลัง: แนวสายบราหรือชายเสื้อใน

 

การเปิดแผลให้พอดีและไม่เกินความจำเป็น มีผลต่อการลดความเสี่ยงของรอยแผล และทำให้ดูแลแผลได้สะดวกมากขึ้น

แผลดูดไขมัน

วิธีดูแลแผลดูดไขมันให้หายไว ไม่เป็นรอย

ช่วงเวลา 2 สัปดาห์แรกหลังดูดไขมัน เป็นช่วงเวลาทองของการฟื้นฟูร่างกาย เพราะเป็นช่วงที่แผลเริ่มสมานตัวและอาการบวมช้ำเริ่มลดลง การดูแลแผลอย่างถูกวิธีในช่วงนี้ช่วยลดรอยแผล และลดโอกาสการติดเชื้อได้มาก การทำความสะอาดแผลดูดไขมันทุกวันอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและผ่านการรับรองจากแพทย์เท่านั้น

แนวทางดูแลตามช่วงเวลา

  • วันแรก (Day 0–1): งดอาบน้ำ ห้ามให้แผลเปียก พักผ่อนมาก ๆ และดื่มน้ำ 2–3 ลิตร
  • วันที่ 1–7: ทำแผลวันละ 2 ครั้งด้วยน้ำเกลือ + เบตาดีน ใช้ผ้าก๊อซสะอาดเปลี่ยนทุกครั้ง ใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่อง
  • วันที่ 7–14: เริ่มอาบน้ำได้ถ้าแผลปกติ โดยใช้แผ่นกันน้ำปิดก่อน ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินรอบบ้าน

หลักสำคัญในการดูแลแผลดูดไขมัน

  • หลีกเลี่ยงการเกา ขยี้ หรือสัมผัสแผลดูดไขมันบ่อย
  • ไม่ควรนวดหรือกดจุดบริเวณแผลโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือยาที่ไม่ผ่านแพทย์ในการแต้มแผล

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงหลังดูดไขมัน

หลังดูดไขมันแล้ว นอกจากการดูแลแผลดูดไขมันอย่างถูกวิธีแล้ว พฤติกรรมบางอย่างก็มีผลต่อการฟื้นตัวเช่นกัน หากหลีกเลี่ยงได้จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ไม่เกิดพังผืด และผลลัพธ์ที่ดูเรียบเนียนขึ้นในบางราย

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงใน 2 สัปดาห์แรก

  • งดนั่งนาน นั่งพับเพียบ นั่งไขว่ห้าง เพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดีในบริเวณที่ดูดไขมัน
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือออกแรงเยอะ โดยเฉพาะช่วงลำตัว
  • งดอาบน้ำอุ่นจัด ซาวน่า หรือแช่น้ำ เพราะทำให้แผลเปื่อยและเสี่ยงติดเชื้อ
  • ไม่นอนคว่ำหรือนอนตะแคงแรงๆ หากทำที่หน้าท้อง หรือต้นแขน
  • งดนวด หรือทำทรีตเมนต์ จนกว่าแพทย์อนุญาต เพราะอาจรบกวนแผลและชั้นผิว

การปฏิบัติตัวอย่างระมัดระวังในช่วง 14 วันแรกจะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก

ปัญหาที่พบบ่อยจากแผลดูดไขมัน และการป้องกัน

แม้จะดูแลดีแค่ไหนก็ยังมีโอกาสเกิดปัญหา เช่น แผลบวมช้ำ ผิวคลื่น หรือรอยนูน รวบรวมปัญหาที่เจอบ่อยพร้อมวิธีป้องกันไว้ให้แล้ว จะได้รู้ทัน และแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่นๆ พฤติกรรมบางอย่างอาจดูเล็กน้อย แต่สามารถส่งผลต่อการสมานของแผลดูดไขมันได้โดยตรง เช่น การนั่งไขว่ห้างนาน ๆ อาจทำให้เกิดแรงกดบริเวณแผลและทำให้แผลหายช้าลง

1. แผลติดเชื้อ

สาเหตุหลักมักเกิดจากการดูแลแผลดูดไขมันไม่สะอาด แผลเปียก หรือจับแผลด้วยมือไม่สะอาด ส่งผลให้แผลแดงร้อน ปวดมากขึ้น มีหนองหรือกลิ่น
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงน้ำเปียกแผล ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือก่อนทำแผล และใช้ผ้าก๊อซใหม่ทุกครั้ง

2. รอยดำ แผลเป็นนูน

เกิดจากแรงกด แรงเสียดสี หรือการที่แผลถูกกระตุ้นเร็วเกินไป เช่น เริ่มนวดเร็ว หรือใส่ชุดที่รัดมาก
การป้องกัน: ใช้แผ่นซิลิโคน หรือเจลลดรอยทันทีหลังแผลปิดสนิท ปรึกษาแพทย์หากมีแผลนูนผิดปกติ

3. อาการบวมเรื้อรัง

เกิดจากการไม่ใส่ชุดกระชับ หรือระบบน้ำเหลืองไม่ระบายของเสีย
การป้องกัน: ดื่มน้ำมากๆ ใส่ชุดกระชับตลอด 24 ชม.ในช่วงแรก และเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ เช่น เดินรอบบ้าน

4. ผิวคลื่น พังผืดใต้ผิว

เกิดจากไขมันละลายไม่สม่ำเสมอ หรือการไม่ดูแลหลังทำ
การป้องกัน: ใส่ชุดกระชับให้พอดี และหากจำเป็นสามารถเข้ารับการรักษาด้วยคลื่น RF หรือเลเซอร์ที่ช่วยสลายพังผืด

ชุดกระชับสำคัญแค่ไหน ?

หลายคนอาจคิดว่าชุดกระชับใส่เพื่อความสวย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์หลังดูดไขมันออกมาเหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพราะช่วยลดบวม ลดพังผืด และทำให้ผิวแนบเรียบมากขึ้น

  • สัปดาห์แรกควรใส่ 22–24 ชั่วโมง
  • สัปดาห์ที่ 2–4 ใส่วันละ 12–18 ชั่วโมง
  • ห้ามใส่แน่นเกิน เพราะจะกดเส้นเลือด
  • ห้ามหลวม เพราะจะไม่กระชับผิว

 

เลือกไซซ์จากคำแนะนำของแพทย์ อย่าซื้อตามใจเพื่อความสวย ควรเน้นคุณภาพและการระบายอากาศด้วย

อาหารและการพักผ่อนส่งผลต่อแผลดูดไขมันอย่างไร ?

การดูแลร่างกายจากภายในก็สำคัญไม่แพ้ภายนอก อาหารที่ดี น้ำเพียงพอ และการนอนหลับมีผลอย่างมากต่อการสมานแผล ใครอยากให้ผิวฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ ต้องไม่มองข้ามจุดนี้เลย การดื่มน้ำให้เพียงพอยังมีส่วนช่วยในการขับของเสียออกจากบริเวณแผลดูดไขมัน ทำให้การฟื้นตัวเป็นไปได้ดีและไม่เกิดการสะสมของของเหลวใต้ผิว

สิ่งที่ควรกิน

  • อาหารโปรตีนสูง (ไข่, ปลา, เนื้อไม่ติดมัน) เพื่อสมานแผล
  • ผักใบเขียว และผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม เพื่อเสริมคอลลาเจน
  • ดื่มน้ำ 2–3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยระบบไหลเวียนและขับของเสีย

สิ่งที่ควรงด

  • ของมัน ของทอด ของหมักดอง
  • อาหารเค็มจัด เผ็ดจัด
  • แอลกอฮอล์ และบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์

การพักผ่อน

  • ควรนอนวันละ 7–8 ชั่วโมง
  • พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะส่งผลต่อระบบฮอร์โมนและการฟื้นตัว

เทคนิคช่วยให้แผลดูดไขมันจางไวขึ้น

แม้แผลจะเล็กแต่หลายคนยังคงกังวลเรื่องรอยแผลเป็นหรือแผลนูน ที่อาจอยู่กับผิวนานเป็นเดือน การเลือกใช้วิธีช่วยฟื้นฟูอย่างเหมาะสมหลังแผลปิดดีแล้ว จะช่วยสนับสนุนให้ผิวกลับมาเรียบเนียนขึ้นในบางราย

เทคนิคช่วยฟื้นฟูแผลให้จางไว

  • แผ่นซิลิโคนปิดแผล: ใช้หลังแผลปิดสนิท ช่วยลดแผลนูน รอยแดง
  • โปรแกรมเลเซอร์ลดรอย (เช่นโปรแกรม Pico, Fractional): เหมาะสำหรับคนที่มีผิวคล้ำง่าย หรือแผลเริ่มมีรอย
  • ทาเจลลดรอยแผล: เช่น วิตามินอี เจลซิลิโคน หรือครีมสูตรเฉพาะที่แพทย์แนะนำ
  • ทรีตเมนต์กระตุ้นคอลลาเจน: ช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดความหมองคล้ำจากแผล
  • โปรแกรม Microneedling: การใช้เข็มขนาดเล็กกระตุ้นผิวบริเวณแผลดูดไขมัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและลดรอยแผลในบางราย (ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์)

 

การเลือกวิธีให้เหมาะกับผิวแต่ละคนควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ค่อนข้างปลอดภัยและได้ผลชัดเจน บางคนอาจมีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ การดูแลแผลดูดไขมันตั้งแต่แรกจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ลงได้อย่างมาก

สรุปการดูแลแผลดูดไขมัน เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียน

แผลดูดไขมันอาจจะขนาดเล็ก แต่หากดูแลไม่ถูกวิธีก็เสี่ยงเกิดรอยดำ ผิวคลื่น หรือแผลติดเชื้อได้ การดูแลในช่วง 14 วันแรกจึงสำคัญมาก ควรทำแผลให้สะอาด ใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่อง และพักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมกับการเลือกกินอาหารที่ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างเหมาะสม เพื่อให้แผลหายไว ไม่ทิ้งรอย เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของแผลและช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติในบางราย

หากคุณต้องการให้แผลดูดไขมันฟื้นตัวเร็วและดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมแนะนำบริการที่เหมาะกับแต่ละบุคคล Apex มีบริการดูแลครบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบและช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวและลดความเสี่ยงของรอยแผลในระยะยาว

ช่องทางการติดต่อ

 

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ APEX Surgery Hospital : โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ สาขาเพลินจิต

แชร์บทความ :
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
หมวดหมู่
สาระจากบริการ
บทความล่าสุด
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
หน้าโทรมแก้ยังไง
บทความน่ารู้

หน้าโทรมแก้ได้ รวมวิธีฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูสดใส

หน้าโทรม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทำงานยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำ ดูอ่อนล้า ขอบตาดำ หรือผิวขาดความสดใส ซึ่งมักเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ

อ่านต่อ »
15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก
บทความน่ารู้

15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณและลดความเสี่ยง

การปรับรูปทรงจมูกเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมจมูกกระดูกซี่โครง เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน หรือไม่สามารถใช้ซิลิโคนได้

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร ดั้งพุ่งได้แค่ไหน

การเสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู เป็นเทคนิคศัลยกรรมจมูกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเองมาช่วยปรับแต่งปลายจมูก

อ่านต่อ »