เครื่องดูดไขมัน มีกี่แบบ เลือกดูดไขมันแบบไหนดี

เครื่องดูดไขมัน
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

การดูดไขมันเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดสัดส่วนเฉพาะจุด แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ‘เครื่องดูดไขมัน’ มีหลากหลายประเภท และแต่ละแบบก็มีเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพ ระดับความเจ็บ ไปจนถึงระยะเวลาพักฟื้น การเลือกโปรแกรมที่ใช้เครื่องดูดไขมันเหมาะกับปัญหาของแต่ละคนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักว่าเครื่องดูดไขมันมีกี่ประเภท มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรบ้าง และควรเลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์คุณมากที่สุด

ทำไมต้องดูดไขมัน

แม้ว่าการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะเป็นวิธีพื้นฐานในการลดไขมัน แต่สำหรับบางคนไขมันบางจุด ไม่สามารถกำจัดได้ง่าย ๆ การดูดไขมันจึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ตอบโจทย์ในหลายกรณี โดยเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกดูดไขมัน มีดังนี้

  • ลดไขมันเฉพาะจุดได้ตรงจุด เช่น ดูดไขมันหน้าท้อง ดูดไขมันเอว ดูดไขมันต้นแขน ดูดไขมันต้นขา หรือดูดไขมันเหนียง ซึ่งมักเป็นจุดที่แม้ออกกำลังกายแล้วก็ยังลดยาก
  • ช่วยปรับสัดส่วนให้สมดุลมากขึ้น ไม่ได้เน้นแค่เรื่องน้ำหนัก แต่ช่วยให้รูปร่างดูเข้าทรง ดูสมส่วนมากขึ้น เช่น บริเวณเอว S หรือบริเวณสะโพก
  • ช่วยให้แต่งตัวได้มั่นใจมากขึ้น เมื่อสัดส่วนดีขึ้น เสื้อผ้าแนบตัวหรือชุดว่ายน้ำก็จะสามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ
  • เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ลดน้ำหนักไม่ได้ผล บางคนแม้จะควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างดี แต่กลับมีไขมันดื้อสะสมที่สลายยาก การดูดไขมันจึงเป็นคำตอบ
  • เทคโนโลยีใหม่ค่อนข้างปลอดภัย เจ็บน้อย ปัจจุบันมีเครื่องดูดไขมันที่พัฒนาให้เจ็บน้อยลง แผลเล็ก และบางเครื่องช่วยกระชับผิวพร้อมกันได้ด้วย

เปรียบเทียบเครื่องดูดไขมัน

ประเภทของเครื่องดูดไขมัน

เครื่องดูดไขมันในปัจจุบันมีให้เลือกหลายประเภท โดยแต่ละชนิดมีจุดเด่นและเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป บางเครื่องเน้นการสลายไขมันได้ละเอียด บางเครื่องช่วยกระชับผิวพร้อมกันในขั้นตอนเดียว สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ นี่คือ 4 ประเภทเครื่องดูดไขมันยอดนิยมที่ใช้

1. โปรแกรม VASER Smooth 2.2

โปรแกรม VASER Smooth 2.2 เป็นเวอร์ชันใหม่ของเทคโนโลยี VASER ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่เฉพาะในการสลายไขมันก่อนดูดออก เหมาะสำหรับการปั้นหุ่นให้ดูมีมิติ หรือผู้ที่ต้องการดูดไขมันแบบละเอียด เช่น บริเวณหน้าท้องบน แขน เอว เอวเอส หรือแนวซิกแพค โดยโปรแกรม VASER Smooth 2.2 มีจุดเด่นดังนี้

  • การแยกไขมันระดับ High Definition (HD) โปรแกรม VASER Smooth 2.2 ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ในการละลายไขมันก่อนดูด ทำให้สามารถแยกชั้นไขมันออกจากเนื้อเยื่อได้อย่างแม่นยำโดยไม่กระทบต่อเส้นเลือด เส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อข้างเคียง ซึ่งทำให้เกิดการฟกช้ำน้อย และลดความเสี่ยงเรื่องพังผืดและผิวเป็นคลื่น
  • เก็บรายละเอียดรูปร่างได้ดี ด้วยหัวดูดที่มีหลายขนาดและเทคโนโลยีที่ควบคุมได้ละเอียด ทำให้สามารถสร้างทรงรูปร่าง เช่น เอวคอด ท้องแบน หรือซิกแพคได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการปั้นหุ่น ไม่ใช่แค่การลดไขมัน
  • เจ็บน้อย แผลเล็ก เพราะเป็นการดูดไขมันที่ละลายไขมันก่อน ไม่ใช้แรงดึง ทำให้แผลมีขนาดเล็ก และสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้ในไม่กี่วัน
  • เหมาะกับดูดได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณเล็กอย่างเหนียง ใต้คาง หรือบริเวณใหญ่ ๆ อย่างหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ก็สามารถทำได้ทั้งหมดในหนึ่งครั้ง

2. โปรแกรม J Plasma

โปรแกรม J Plasma เป็นเทคโนโลยีที่มักใช้ร่วมกับการดูดไขมันประเภทอื่น โดยเทคโนโลยีนี้จะปล่อยพลังงานพลาสมาเย็น (Cold Plasma) ช่วยในการกระชับผิวทันทีหลังดูดไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน หรือเคยผ่านการคลอดบุตร ทำให้ผิวบริเวณที่ทำดูเรียบตึงและกระชับมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดรอยแผลและความบอบช้ำได้ดี ซึ่งโปรแกรม J Plasma มีจุดเด่นดังนี้

  • ช่วยกระชับผิวทันทีหลังดูดไขมัน เทคโนโลยีของโปรแกรม J Plasma ปล่อยพลังงานพลาสมาเย็นร่วมกับคลื่น RF ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหดตัวและกระชับขึ้นทันทีหลังดูดไขมัน เหมาะสำหรับเคสที่กังวลว่าผิวจะหย่อนคล้อย เช่น ผู้ที่ลดน้ำหนักเยอะ หรือคุณแม่หลังคลอด
  • ลดความร้อนสะสมในผิวได้ดี แม้จะใช้คลื่นพลังงานใต้ผิว แต่ลักษณะของโปรแกรม J Plasma เป็นพลังงานเย็น จึงลดการสะสมของความร้อนและลดโอกาสเกิดแผลไหม้หรือพังผืดใต้ผิวได้ดีกว่าคลื่น RF แบบเดิม
  • บอบช้ำน้อย เจ็บน้อย การทำงานของโปรแกรม J Plasma ไม่ต้องใช้แรงดึงหรือดูดเพิ่มเติม จึงไม่เพิ่มอาการเจ็บหรือบวมจากขั้นตอนดูดไขมัน และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน
  • ใช้ร่วมกับเครื่องอื่นได้หลากหลาย เช่น โปรแกรม VASER หรือโปรแกรม BodyTite เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการยกกระชับ เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการทั้งลดไขมันและความกระชับในคราวเดียว

3. โปรแกรม BodyTite

โปรแกรม BodyTite คือเทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RFAL – Radiofrequency Assisted Lipolysis) ในการกำจัดไขมันและกระชับผิวไปพร้อมกัน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมร่วมกับความหย่อนคล้อย เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขาด้านใน โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • ดูดไขมันและกระชับผิวพร้อมกัน โปรแกรม BodyTite เป็นเครื่องที่สามารถดูดไขมันและส่งพลังงาน RF ความร้อนผ่านหัวดูดในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและไม่หย่อนคล้อยหลังทำ
  • พลังงาน RF สลายไขมันลึกได้ดี เหมาะสำหรับจุดที่มีไขมันสะสมลึก เช่น หน้าท้องชั้นใน หรือบริเวณหลังที่ไขมันจับตัวแน่น เครื่องนี้สามารถส่งพลังงานทะลุลงไปลึกถึงชั้นไขมันเหล่านั้นได้โดยตรง
  • ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดยกกระชับผิว ผู้ที่กังวลเรื่องการทำศัลยกรรมผ่าตัดเพื่อยกผิว เช่น ต้นแขนหรือหน้าท้อง โปรแกรม BodyTite เป็นตัวเลือกที่ลดการผ่าตัดได้ โดยให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงในหลายกรณี
  • ผิวกระชับในระยะยาว เพราะพลังงาน RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เรื่อย ๆ ในช่วง 3-6 เดือนหลังทำ ทำให้ผลลัพธ์ด้านความกระชับค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

4. โปรแกรม Body Jet

โปรแกรม Body Jet หรือที่รู้จักในชื่อโปรแกรม Water Jet เป็นเทคโนโลยีการดูดไขมันด้วยแรงดันน้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำไขมันไปเติมในจุดอื่น เช่น ฉีดไขมันหน้าอก ฉีดไขมันหน้า หรือก้น เพราะไขมันที่ดูดออกมามีโอกาสติดสูง ซึ่งโปรแกรม Body Jet มีจุดเด่นดังนี้

  • ดูดไขมันอย่างอ่อนโยน ด้วยแรงดันน้ำ ไม่ใช้พลังงานความร้อนหรือแรงดึงไขมันเหมือนเครื่องอื่น โปรแกรม Body Jet ใช้แรงดันน้ำอ่อน ๆ ในการแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อ ซึ่งทำให้บอบช้ำน้อยที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อเยื่อบอบบางหรือไม่ต้องการพักฟื้นนาน
  • รักษาสภาพไขมันไว้ได้ดี เพราะไม่ใช้ความร้อนหรือคลื่นพลังงานอื่น ๆ เซลล์ไขมันที่ดูดออกมาจะยังมีชีวิตอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำไขมันไปเติมเต็มใบหน้า อก หรือสะโพก
  • ลดความเสี่ยงเรื่องพังผืดและแผลเป็น การดูดไขมันด้วยแรงดันน้ำแทบไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง จึงลดการเกิดพังผืดใต้ผิวหรือความไม่เรียบเนียนของผิวหลังดูดไขมันได้ดี

5 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกเครื่องดูดไขมัน

การเลือกเครื่องดูดไขมันไม่สามารถเลือกตามกระแสหรือความนิยมเพียงอย่างเดียวได้ เพราะแต่ละเคสมีความแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของรูปร่าง เป้าหมาย และสภาพผิว การเลือกเครื่องให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และตรงจุดที่สุด โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาดังนี้

เครื่องดูดไขมัน

1. พิจารณาปริมาณไขมันที่ต้องการกำจัด

หากมีไขมันปริมาณมากและต้องการลดออกอย่างชัดเจนในครั้งเดียว ควรเลือกเครื่องที่สามารถดูดไขมันได้ลึกและมีพลังงานมาก เช่น โปรแกรม Vaser หรือโปรแกรม Body Jet ซึ่งสามารถดูดออกได้ในปริมาณมาก แต่หากเป็นไขมันบางจุดหรือเน้นเก็บรายละเอียด ควรเลือกเครื่องที่สามารถควบคุมได้ละเอียด เช่น โปรแกรม Vaser Smooth 2.2

2. ต้องการกระชับผิวร่วมด้วยหรือไม่

บางเคสหลังดูดไขมัน ผิวอาจเกิดการหย่อนคล้อย หากต้องการให้ผิวกระชับขึ้นในขั้นตอนเดียว ควรเลือกเครื่องที่มีเทคโนโลยีกระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วย เช่น โปรแกรม BodyTite (RF) หรือเสริมด้วยโปรแกรม J Plasma เพื่อช่วยให้ผิวตึงกระชับ ไม่หย่อนคล้อยหลังทำ

3. ความเร็วในการฟื้นตัว

บางเครื่องดูดไขมันอาจทำให้เกิดบวม ช้ำ หรือปวดหลังทำมากกว่าบางชนิด หากต้องการฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไว ควรเลือกเทคโนโลยีที่บอบช้ำน้อย เช่น โปรแกรม Body Jet ที่ใช้แรงดันน้ำอ่อนโยน หรือโปรแกรม Vaser ที่มีแผลเล็กและเจ็บน้อย

4. ผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง

เครื่องดูดไขมันที่ดีควรแยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อโดยไม่ทำลายเส้นประสาทหรือเส้นเลือดรอบข้าง เครื่องที่ใช้พลังงานเฉพาะจุด เช่น โปรแกรม Vaser Smooth 2.2 จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดและแผลเป็นได้มากกว่าเครื่องแบบเก่า ๆ ที่ใช้แรงดูดเพียงอย่างเดียว

5. ตำแหน่งที่ต้องการดูดไขมัน

แต่ละบริเวณในร่างกายมีลักษณะเนื้อเยื่อและความหนาแน่นของไขมันแตกต่างกัน เช่น การดูดไขมันเหนียง หน้าท้อง ต้นแขน หรือเอวเอส จึงควรเลือกเครื่องที่สามารถเข้าถึงพื้นที่เล็กหรือโค้งเว้าได้ง่าย เช่น โปรแกรม Vaser ที่มีหัวดูดหลากหลาย หรือเลือกใช้ร่วมกับเทคโนโลยีกระชับผิวเฉพาะจุดเพื่อผลลัพธ์ที่เนียนและดูเป็นธรรมชาติ

เครื่องดูดไขมัน APEX

สรุป เครื่องดูดไขมัน เลือกให้เหมาะกับปัญหา

การเลือกเครื่องดูดไขมันที่เหมาะสมไม่ควรพิจารณาแค่ความนิยม แต่ควรดูจากปัญหาเฉพาะของแต่ละคน ทั้งในเรื่องปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิว ตำแหน่งที่ต้องการดูด และเป้าหมายหลังทำ เช่น ต้องการหุ่นชัด ผิวกระชับ หรือดูดไปเติมไขมันในจุดอื่น การเลือกเครื่องให้เหมาะกับสภาพร่างกายและผลลัพธ์ที่ต้องการ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้องการแก้ได้

หากต้องการดูดไขมันที่ APEX Surgery Hospital สามารถติดต่อจองคิวสอบถามศัลยแพทย์ หรือหากมีข้อสงสัยต่าง ๆ เพิ่มเติม สามารถสอบถามเข้ามาได้เลยนะคะ

ช่องทางการติดต่อ

 

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ APEX Surgery Hospital : โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ สาขาเพลินจิต

อ้างอิง

American Society of Plastic Surgeons. (n.d.). Liposuction. From
https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/liposuction

Mayo Clinic. (2024.). Liposuction. From
https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/liposuction/about/pac-20384586

Cleveland. (2022). Liposuction. From
https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/11009-liposuction

แชร์บทความ :
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
หมวดหมู่
สาระจากบริการ
บทความล่าสุด
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
หน้าโทรมแก้ยังไง
บทความน่ารู้

หน้าโทรมแก้ได้ รวมวิธีฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูสดใส

หน้าโทรม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทำงานยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำ ดูอ่อนล้า ขอบตาดำ หรือผิวขาดความสดใส ซึ่งมักเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ

อ่านต่อ »
15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก
บทความน่ารู้

15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณและลดความเสี่ยง

การปรับรูปทรงจมูกเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมจมูกกระดูกซี่โครง เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน หรือไม่สามารถใช้ซิลิโคนได้

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร ดั้งพุ่งได้แค่ไหน

การเสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู เป็นเทคนิคศัลยกรรมจมูกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเองมาช่วยปรับแต่งปลายจมูก

อ่านต่อ »