การเสริมหน้าอกอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาดหวัง รวมถึงอาจเกิดปัญหาไม่พึงประสงค์ขึ้นในภายหลังได้ ทำให้ต้องพิจารณาการแก้หน้าอก ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องการความละเอียดมากกว่าการทำครั้งแรก ซึ่งบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องแก้หน้าอก วิธีแก้ไข ข้อควรพิจารณา และแนวทางในการเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อให้การแก้ไขครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
การแก้หน้าอก คืออะไร
การแก้หน้าอก (Breast Revision) คือการศัลยกรรมตกแต่งที่เน้นการแก้ไขหรือปรับปรุงผลลัพธ์จากการเสริมหน้าอกครั้งก่อน ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากความไม่พึงพอใจในขนาด รูปทรงเดิม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การเกิดพังผืดรัดแกน ซิลิโคนเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง หรือความเสื่อมสภาพของซิลิโคน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น และคืนรูปทรงของเต้านมให้กลับมาสวยงามและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
เช็กสาเหตุที่ทำให้ต้องแก้หน้าอก
ปัญหาหลังการเสริมหน้าอกเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากปฏิกิริยาของร่างกาย เทคนิคการผ่าตัด และการดูแลตนเอง สาเหตุที่พบบ่อยซึ่งนำไปสู่การผ่าตัดแก้หน้าอก ได้แก่
- การเกิดพังผืดรัดแกน : เป็นสาเหตุที่พบบ่อย เกิดจากร่างกายสร้างพังผืด (แผลเป็นภายใน) ขึ้นรอบถุงซิลิโคนหนาตัวและรัดแน่นจนเกินไป ทำให้หน้าอกมีลักษณะแข็งผิดรูป ทรงกลมเป็นบล็อก และอาจมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย
- ซิลิโคนผิดตำแหน่ง : ซิลิโคนอาจเคลื่อนที่สูง ต่ำ หรือแยกห่างออกจากกันมากเกินไป ทำให้หน้าอกดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งอาจเกิดจากการเลือกขนาดซิลิโคนที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ หรือการสร้างโพรงสำหรับใส่ซิลิโคนไม่พอดี
- ขนาดและรูปทรงไม่เป็นที่พอใจ : ความต้องการที่เปลี่ยนไป หรือผลลัพธ์หลังการผ่าตัดครั้งแรกไม่ตรงตามความคาดหวัง เช่น ขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป รูปทรงไม่สวยงาม
- ปัญหาหน้าอกแฝด : ภาวะที่ซิลิโคนเคลื่อนที่เข้ามาชิดกันบริเวณร่องอก ทำให้ร่องอกหายไป ดูเป็นแผ่นเดียวกัน มักเกิดจากการเลาะโพรงหน้าอกเกินขอบเขตเข้ามาบริเวณกึ่งกลางมากเกินไป
- ริ้วรอยหรือรอยคลื่นบนผิวหนัง : สามารถมองเห็นหรือคลำพบรอยย่นของซิลิโคนได้จากภายนอก มักเกิดขึ้นในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย หรือเลือกใช้ซิลิโคนผิวเรียบขนาดใหญ่
- การฉีกขาดหรือรั่วซึมของซิลิโคน : แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ซิลิโคนอาจเสื่อมสภาพตามกาลเวลาหรือเกิดการฉีกขาดจากอุบัติเหตุรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดนำออกและเปลี่ยนใหม่
วิธีแก้หน้าอก มีแบบไหนให้เลือกบ้าง
สำหรับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกในหลายเคส อาจเกิดปัญหาหรือความไม่พึงพอใจในผลลัพธ์จากสาเหตุต่าง ๆ ซึ่งนำมาสู่ความจำเป็นในการพิจารณาการผ่าตัดแก้หน้าอก เพื่อปรับปรุงรูปทรงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีวิธีการแก้ไขที่หลากหลาย โดยศัลยแพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับแต่ละกรณี ดังนี้
- การเปลี่ยนขนาด ชนิด หรือรูปทรงของซิลิโคน : เป็นการนำซิลิโคนเก่าออก และใส่ซิลิโคนใหม่ที่มีขนาดหรือรูปทรงที่เหมาะสมกับความต้องการและสรีระปัจจุบันมากขึ้น
- การผ่าตัดเลาะพังผืด : ในกรณีที่มีปัญหาพังผืดรัดแกน ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อนำพังผืดที่ห่อหุ้มซิลิโคนออกทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อแก้หน้าอกให้กลับมานิ่มและดูเป็นธรรมชาติอีกครั้ง
- การแก้ไขตำแหน่งของโพรงซิลิโคน : หากซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสม อาจต้องสร้างโพรงสำหรับใส่ซิลิโคนขึ้นใหม่ หรือปรับแก้โพรงเดิม เช่น การเปลี่ยนตำแหน่งการวางซิลิโคนจากเหนือกล้ามเนื้อเป็นใต้กล้ามเนื้อ
- การยกกระชับหน้าอกร่วมด้วย : ในกรณีที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อยร่วมด้วย ศัลยแพทย์อาจแนะนำให้ทำการยกกระชับไปพร้อมกับการแก้ไขซิลิโคน เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามและเต่งตึงขึ้น
เลือกแก้หน้าอกที่ไหนดี ไม่ผิดหวังซ้ำซ้อน
การเลือกสถานพยาบาลและศัลยแพทย์สำหรับการผ่าตัดแก้หน้าอก ถือเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษา ซึ่งควรพิจารณาจากหลักเกณฑ์เบื้องต้นดังต่อไปนี้
- ศัลยแพทย์ : ควรเลือกผู้ให้บริการที่เป็นศัลยแพทย์ในการผ่าตัดแก้หน้าอก เนื่องจากการผ่าตัดแก้ไขมีความซับซ้อนสูงกว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกครั้งแรก ศัลยแพทย์จึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาไและวางแผนการผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม
- มาตรฐานของสถานพยาบาล : สถานพยาบาลต้องได้รับการรับรองและมีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง มีห้องผ่าตัดที่เหมาะสมกับการผ่าตัด พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงมีวิสัญญีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการผ่าตัด
- การให้คำปรึกษาที่ชัดเจนและเป็นระบบ : ควรเลือกแก้หน้าอกกับศัลยแพทย์ที่ให้เวลาในการปรึกษา ซักประวัติ และตรวจประเมินปัญหาอย่างละเอียด พร้อมทั้งอธิบายแผนการผ่าตัด รวมถึงความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างครบถ้วนและโปร่งใส
- มีรีวิวผลงานการผ่าตัดแก้หน้าอก : ควรพิจารณาจากภาพถ่ายก่อนและหลังการผ่าตัดของกรณีศึกษาที่มีลักษณะปัญหาใกล้เคียงกับของผู้ป่วย เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยควรเป็นกรณีผ่าตัดแก้ไขหน้าอก ไม่ใช่เพียงกรณีการเสริมหน้าอกทั่วไป
ข้อควรพิจารณาก่อนแก้หน้าอก
การตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดแก้หน้าอกเป็นกระบวนการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ นอกเหนือจากการสถานพยาบาลที่มีชื่อเสียงการบริการ เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ จึงควรไตร่ตรองถึงปัจจัยเหล่านี้อย่างละเอียด เช่น
- ปรึกษาแพทย์ก่อนแก้หน้าอก : การปรึกษาศัลยแพทย์เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจประเมินปัญหาและวินิจฉัยสาเหตุของปัญหา รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้สอบถาม และทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการรักษา
- การตั้งความคาดหวังที่เป็นจริง : การผ่าตัดแก้หน้าอกมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์เดิมและแก้ไขข้อบกพร่อง อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่ได้อาจมีข้อจำกัดบางประการ ควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อทำความเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ตามความเป็นจริง
- เช็กสภาวะสุขภาพร่างกาย : ผู้ป่วยต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอุปสรรคหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการผ่าตัดและการดมยาสลบ
- ระยะเวลาการพักฟื้น : การพักฟื้นหลังการผ่าตัดแก้ไขอาจใช้เวลานานกว่า และอาจมีอาการปวดหรือบวมมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก ผู้ป่วยจึงควรมีการวางแผนสำหรับการพักฟื้นอย่างเหมาะสม เช่น การลางาน และการเตรียมผู้ดูแลในช่วงแรกหลังการผ่าตัด
- ค่าใช้จ่ายในการรักษา : โดยทั่วไปการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผ่าตัดเสริมครั้งแรก เนื่องจากกระบวนการมีความซับซ้อนและต้องใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดนานกว่า ดังนั้นอาจต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ และสอบถามราคาอย่างละเอียด
การดูแลตัวเองหลังแก้หน้าอก
หลังการผ่าตัดแก้หน้าอก กระบวนการฟื้นฟูร่างกายและการดูแลตนเองของผู้ป่วยในช่วงพักฟื้น ถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อผลลัพธ์ของการรักษา และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายสามารถสมานแผลได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น
- ควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ทานยาตามที่แพทย์สั่ง การดูแลความสะอาดของแผลผ่าตัด และการเข้าพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษา
- การสวมใส่ชุดชั้นในพยุงทรง ควรทำการสวมใส่ชุดชั้นในที่สถานพยาบาลจัดเตรียมให้ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อช่วยประคองรูปทรง ลดอาการบวม และป้องกันการเคลื่อนที่ของซิลิโคน
- ควรสังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการปวดอย่างรุนแรง อาการบวมแดงที่ผิดปกติ การมีไข้ หรือมีสารคัดหลั่งซึมออกจากแผล ควรแจ้งให้แพทย์หรือสถานพยาบาลทราบโดยทันที
- ควรทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเน้นอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินสูง ควบคู่กับการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายและการสมานของแผล
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อแขนและหน้าอก งดเว้นการยกของหนัก การออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ หรือตามดุลยพินิจของแพทย์
สรุปแก้หน้าอกที่ไหนดี ควรเลือกอย่างไร
การตัดสินใจเลือกสถานพยาบาลสำหรับการผ่าตัดแก้หน้าอกมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นหัตถการที่มีความซับซ้อน การพิจารณาจึงควรให้ความสำคัญกับศัลยแพทย์ ควบคู่ไปกับมาตรฐานการดูแลให้ปลอดภัยของสถานพยาบาลเป็นอันดับแรก ซึ่งโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับการดูแลโดยศัลยแพทย์และเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมให้คำปรึกษา และแนะนำแนวทางแก้ปัญหาจากโปรแกรมเสริมหน้าอกอย่างเหมาะสมในแต่ละเคส
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาในการแก้หน้าอก หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ใช้บริการได้ที่ APEX Surgery Hospital : โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ สาขาเพลินจิต











