เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความหย่อนคล้อยของผิว กล้ามเนื้อ และไขมันใต้ผิวจะชัดเจนขึ้น การดูแลด้วยเลเซอร์หรือพลังงานยกกระชับมักให้ผลเพียงระยะสั้น แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติยาวนานกว่าเดิม Deep Plane Facelift คือเทคนิคดึงหน้าที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะเป็นการยกกระชับลงลึกถึงชั้นโครงสร้างใบหน้า ช่วยแก้ปัญหาแก้มตก ร่องแก้มลึก และกรอบหน้าที่ไม่ชัดให้กลับมาตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า Deep Plane Facelift คืออะไร เหมาะกับใคร และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองว่าเทคนิคนี้เหมาะกับปัญหาและความต้องการของคุณจริงหรือไม่
Deep Plane Facelift คืออะไร
Deep Plane Facelift คือ เทคนิคการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าระดับลึกที่ลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS และไขมันใต้ผิว โดยไม่แยกผิวหนังออกจากชั้นกล้ามเนื้อมากเหมือนการดึงหน้าแบบดั้งเดิม ทำให้สามารถยกโครงสร้างใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยมากขึ้น เทคนิคนี้ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะบริเวณแก้มล่าง ร่องแก้ม และแนวกราม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงอยู่ได้ยาวนานหลายปี
ข้อดีของ Deep Plane Facelift
เทคนิคนี้ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการยกใบหน้าอย่างได้ผลชัดเจนในระยะยาว โดยมีข้อเด่นสำคัญดังนี้
- ยกกระชับลึกถึงชั้นโครงสร้างของใบหน้า แก้ปัญหาในระดับ SMAS และไขมันลึก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความหย่อนคล้อย ทำให้ยกนานกว่าแบบอื่น ๆ และได้ผลชัดเจนกว่า
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ปลอม การยกแบบ Deep Plane จะเคลื่อนทั้งชั้นเนื้อเยื่อ ทำให้สีหน้า การยิ้ม และการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ไม่ผิดธรรมชาติ
- ฟื้นตัวไวกว่า Full Facelift แบบดั้งเดิม เพราะไม่แยกผิวออกจากชั้นลึกมากเกินไป ลดโอกาสแผลบวมช้ำและลดความเสี่ยงเนื้อตาย
- อยู่ได้นานประมาณ 7-12 ปี ยกชั้นลึกจริง จึงให้ผลคงทนกว่าแบบ SMAS Lift หรือ Mini Facelift มาก
- ช่วยปรับรูปหน้า แก้ทั้งผิว กล้ามเนื้อ และไขมันลึก ทำให้ใบหน้าเข้ารูปแบบเป็นธรรมชาติ ไม่แบน ไม่ตึงจนเกินไป
ใครบ้างที่เหมาะกับทำ Deep Plane Facelift
เทคนิคนี้ให้ผลชัดเจนที่สุดกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 40-70 ปีที่ต้องการปรับโครงหน้าอย่างเห็นผล เหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังนี้
- ผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยชัดเจน
- ผู้ที่มีปัญหาแก้มตก ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด และคางสองชั้น
- ผู้ที่เคยทำหัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่เห็นผล เช่น HIFU, Thermage, ร้อยไหม
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยกกระชับใบหน้าที่ยาวนานกว่า 10 ปี
- ผู้ที่มีสภาพผิวและสุขภาพทั่วไปแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง
- ผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของสีหน้าและการแสดงอารมณ์
- ผู้ที่มีแนวโน้มว่าโครงสร้างกระดูกใบหน้าหย่อนหรือยุบตัว ส่งผลให้รูปหน้าดูโทรม
ใครที่ไม่เหมาะกับทำ Deep Plane Facelift
เพื่อความปลอดภัย ผู้ที่มีปัญหาต่อไปนี้ควรระมัดระวังหรือปรึกษาศัลยแพทย์อย่างละเอียด
- ผู้ป่วยหัวใจ โรคหลอดเลือด หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ผู้ที่เป็นเบาหวานควบคุมยาก
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและควบคุมไม่ได้
- ผู้ที่สูบบุหรี่จัดและไม่สามารถงดสูบล่วงหน้าอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน
- ผู้ที่มีประวัติคีลอยด์หรือแผลนูนง่าย
- ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์ไม่สมจริง เช่น ต้องการหน้าเด็กแบบเกินวัยมาก
Deep Plane Facelift ต่างจากดึงหน้าแบบอื่นอย่างไร?
| เทคนิค | ระดับความลึก | ผลลัพธ์ | อยู่ได้นาน | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| Mini Facelift | ผิว + ชั้นตื้น | ยกเล็กน้อย-ปานกลาง | 1-3 ปี | คนเริ่มหย่อนคล้อย |
| SMAS Facelift | ชั้น SMAS | ยกดีระดับหนึ่ง | 5-7 ปี | หย่อนคล้อยปานกลาง |
| Deep Plane Facelift | SMAS + ไขมันลึก | ยกชัดที่สุด ดูเป็นธรรมชาติ | 7-12 ปี | หย่อนคล้อยมาก / โครงหน้าเปลี่ยนตามวัย |
ขั้นตอนการทำ Deep Plane Facelift
เพื่อให้ผ่าตัดมีความปลอดภัยและผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ การทำงานต้องอาศัยความชำนาญสูงและดำเนินตามขั้นตอนดังนี้
- ประเมินรูปหน้าและวางแผนการผ่าตัด แพทย์จะวิเคราะห์การหย่อนคล้อย ลักษณะกระดูก และชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อออกแบบแนวแผลเฉพาะบุคคล
- การให้ยาชาหรือวางยาสลบ ส่วนใหญ่ทำภายใต้การวางยาสลบร่วมกับยาชาเฉพาะจุด เพื่อความปลอดภัยและให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายที่สุด
- เปิดแผลบริเวณขมับ หน้าใบหู และหลังใบหู แนวแผลถูกออกแบบให้ซ่อนอยู่ในไรผมหรือหลังใบหู เพื่อมองเห็นได้ยากหลังแผลหาย
- แยกชั้นผิวและยกชั้น Deep Plane เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด แพทย์จะยกทั้งชั้น SMAS และโครงสร้างไขมันลึกขึ้นพร้อมกัน ทำให้ผลลัพธ์ยกแบบมีมิติและดูเป็นธรรมชาติ
- ตัดแต่งผิวส่วนเกินและเย็บแผลอย่างประณีต ใช้เทคนิคซ่อนแผลเพื่อลดการเกิดแผลเป็นและลดความตึงที่ผิว
- พันผ้าและดูแลหลังผ่าตัด ช่วยประคองทรง ลดบวม และลดรอยช้ำในช่วงแรก
การพักฟื้นหลัง Deep Plane Facelift
แม้ว่าจะเป็นการผ่าตัดระดับลึก แต่การฟื้นตัวดีกว่าเทคนิคดั้งเดิม เนื่องจากไม่แยกผิวมากเกินไป
- บวมช้ำ 7-14 วันแรก
- ตัดไหมประมาณวันที่ 7
- ใส่ผ้าพันหน้าประคอง 1-2 วัน
- ออกกำลังกายได้หลัง 3-4 สัปดาห์
- ผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ใน 3-6 เดือน
ผลลัพธ์อยู่ได้นานเฉลี่ย 7-12 ปี ขึ้นกับอายุ การดูแลผิว และไลฟ์สไตล์ของผู้รับบริการ
Deep Plane Facelift ราคาเท่าไหร่?
ราคามักขึ้นกับประสบการณ์ศัลยแพทย์ ความซับซ้อนของเคส และมาตรฐานห้องผ่าตัด โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250,000 – 600,000 บาท เคสที่มีความหย่อนคล้อยมากหรือจำเป็นต้องทำร่วมกับ Neck Lift อาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามความซับซ้อนของงาน
สรุป Deep Plane Facelift เหมาะกับใครและให้ผลลัพธ์อย่างไร
Deep Plane Facelift เป็นเทคนิคดึงหน้าระดับโครงสร้างที่ยกกระชับชั้นลึก ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ทนนาน และแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ชัดเจนที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีแก้มตก ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าที่เปลี่ยนไปตามวัย
เทคนิคนี้ต้องทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่สวยดูเป็นธรรมชาติและได้รับการดูแลที่ปลอดภัยสูงสุด
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound










