การผ่าตัดดึงหน้าเป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิว คืนความอ่อนเยาว์ได้อย่างชัดเจน แต่ผลลัพธ์จะอยู่กับคุณได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นสำคัญ การปฏิบัติตามข้อห้ามหลังดึงหน้าอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ Apex Surgery จะพาไปทำความรู้จักกับ 18 ข้อห้ามหลังดึงหน้าที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้แผลหายดี ลดภาวะแทรกซ้อน และป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์บิดเบี้ยวโดยไม่จำเป็น
18 ข้อห้ามหลังดึงหน้า
1. ห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
แผลต้องแห้งและสะอาดเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและแผลอักเสบ การโดนน้ำเร็วเกินไปอาจทำให้แผลแยกหรือสมานช้าลงอย่างชัดเจน ควรรอให้แพทย์ประเมินก่อนจึงเริ่มล้างหน้าและให้แผลโดนน้ำได้
2. ห้ามออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือก้มศีรษะต่ำ
การใช้แรงมากหรือก้มศีรษะนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนมาที่ใบหน้ามากขึ้น เสี่ยงต่อการบวมช้ำ เลือดคั่ง หรือแผลแยก ควรงดกิจกรรมหนักอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ตามคำแนะนำแพทย์
3. ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือทานอาหารรสจัด หมักดอง
บุหรี่และแอลกอฮอล์ทำให้แผลสมานตัวช้าและเพิ่มโอกาสติดเชื้อ อาหารเค็มจัด รสจัด หรือหมักดองยังกระตุ้นให้บวมมากขึ้น การงดสิ่งเหล่านี้ในช่วงพักฟื้นจะช่วยให้แผลหายเร็วและปลอดภัยขึ้น
4. ห้ามแกะ เกา นวดหน้า หรือสัมผัสบริเวณแผลแรง ๆ
การดึงรั้งหรือกดบีบใบหน้าอาจทำให้เนื้อเยื่อที่กำลังยึดตัวเคลื่อนออกจากตำแหน่ง ทำให้รูปหน้าไม่สมส่วนหรือแนวเย็บผิดรูป นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะเข้าสู่แผลและเกิดการติดเชื้อได้ง่าย
5. ห้ามอยู่ในที่ร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือแดดแรง
ความร้อนทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มอาการบวมแดงบริเวณใบหน้า เสี่ยงต่อการเกิดเลือดคั่งและการอักเสบของแผล ควรหลีกเลี่ยงความร้อนสูงจนกว่าอาการบวมจะลดลงและแผลเริ่มเข้าที่
6. ห้ามกินยาละลายลิ่มเลือดหรือสมุนไพรบางชนิด โดยไม่ปรึกษาแพทย์
ยาบางชนิดรวมถึงวิตามินหรือสมุนไพรอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้ช้ำง่าย เลือดออกหรือเลือดคั่งมากขึ้น หากต้องการรับประทานยาใด ๆ ควรแจ้งแพทย์และให้แพทย์เป็นผู้ประเมินทุกครั้ง
7. ห้ามละเลยสัญญาณอันตราย เช่น ปวดรุนแรง บวมแดง หรือมีไข้
หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวมแดงลุกลาม หรือมีไข้สูง อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน การรอดูอาการเองอาจทำให้ปัญหาหนักขึ้น ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเมื่อมีความผิดปกติ
8. ห้ามปล่อยทิ้งหากแผลมีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือของเหลวขุ่น
หนอง กลิ่นเหม็น หรือของเหลวผิดปกติจากแผลคือสัญญาณชัดเจนของการติดเชื้อ หากปล่อยไว้อาจลุกลามลึกและทำให้แผลหายช้า หรือเป็นแผลเป็นชัดเจน การพบแพทย์อย่างรวดเร็วจะช่วยควบคุมการติดเชื้อได้ดีกว่าเสมอ
9. ห้ามทำหน้าเครียดหรือขยับแรง เช่น หัวเราะกว้าง อ้าปากแรง
การใช้กล้ามเนื้อใบหน้าแรง ๆ ทำให้เนื้อเยื่อที่ยังไม่เข้าที่ถูกดึงรั้งมากเกินไป อาจส่งผลให้ผิวไม่เรียบหรือรูปหน้าไม่สมมาตร นอกจากนี้ยังทำให้แผลด้านในระคายเคืองและบวมอยู่นานขึ้น
10. ห้ามใช้หมอนหรือปลอกหมอนที่ทำให้หน้าขยับ
หมอนที่ยุบง่ายหรือปลอกหมอนผ้าไหมที่ลื่นมาก ทำให้ใบหน้าเลื่อนไปมาระหว่างนอน เสี่ยงต่อการที่เนื้อเยื่อและแนวเย็บเคลื่อนจากตำแหน่งที่แพทย์จัดไว้ ควรใช้หมอนแข็งปานกลางและปลอกผ้าฝ้ายในช่วงแรกหลังผ่าตัด
11. ห้ามนอนตะแคงหรือกอดหมอนกดหน้า
การนอนตะแคงทำให้ใบหน้าด้านหนึ่งถูกกดทับ จนอาจเกิดอาการบวมไม่เท่ากันหรือรอยเย็บเคลื่อน นอกจากนี้แรงกดยังอาจทำให้เกิดรอยบุ๋มตามแนวแผลได้ ควรนอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะสูงในช่วง 2–3 สัปดาห์แรก
12. ห้ามใส่หูฟังแบบครอบหู หรือแว่นที่ขากดบริเวณหลังหู
บริเวณกกหูและหลังหูเป็นตำแหน่งที่มักมีแนวแผลผ่าตัด การกดทับด้วยหูฟังครอบหูหรือขาแว่นที่แน่นเกินไปอาจทำให้แผลเจ็บ บวม หรือนูนได้ ควรใช้หูฟังแบบ in-ear และเลือกแว่นที่ขาไม่กดทับแนวแผล
13. ห้ามทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ร้อน หรือคลื่นพลังงานบนใบหน้า
เลเซอร์ HIFU Ulthera Thermage และทรีตเมนต์ร้อนต่าง ๆ จะกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มอาการบวม หากทำเร็วเกินไปอาจรบกวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและกระทบผลลัพธ์หลังดึงหน้า ควรเว้นอย่างน้อย 4–8 สัปดาห์หรือรอให้แพทย์อนุญาตก่อน
14. ห้ามไดร์ผมด้วยลมร้อนใกล้แผลหรือใบหน้า
ลมร้อนอาจทำให้ผิวรอบแผลร้อนจัดและบวมแดงมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เทปปิดแผลหรือวัสดุปิดแผลแห้งและหลุดเร็วเกินไป หากต้องเป่าผม ควรใช้ลมเย็นหรือถือไดร์ให้ห่างจากใบหน้าเพื่อลดผลกระทบต่อแผล
15. ห้ามสัมผัสสัตว์เลี้ยงหรือให้สัตว์เข้าใกล้ใบหน้าช่วงแรก
น้ำลายสัตว์เลี้ยงและแบคทีเรียบนผิวสัตว์สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณแผลได้ง่าย ขนสัตว์ยังอาจทำให้ผิวรอบแผลระคายเคืองมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการให้ใบหน้าสัมผัสสัตว์จนกว่าแผลจะปิดและฟื้นตัวดี
16. ห้ามโดนลมแรง เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่ใส่หมวกเต็มใบ
ลมแรงที่ปะทะใบหน้าอย่างต่อเนื่องทำให้ผิวแห้งตึงและอาจดึงรั้งบริเวณแผล อีกทั้งยังพาฝุ่นและสิ่งสกปรกเข้าสู่บริเวณแผลได้ง่ายขึ้น เสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อ ควรป้องกันใบหน้าด้วยหมวกกันน็อกแบบเต็มใบหรือหลีกเลี่ยงในช่วงแรก
17. ห้ามใช้เมคอัพล้างยาก เช่น รองพื้นกันน้ำหรือกันเหงื่อ
เมคอัพที่ล้างออกยากต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แรงและต้องถูหลายครั้ง ทำให้ผิวที่ยังบอบบางบริเวณแผลถูกเสียดสีมากเกินไป อาจทำให้ระคายเคืองหรือแผลเปิดได้ แนะนำให้ใช้เมคอัพเนื้อบางเบาหลังตัดไหมและเมื่อแพทย์เห็นว่าแผลสมานดีแล้ว
18. ห้ามใช้สกินแคร์ผลัดผิว เช่น AHA, BHA หรือเรตินอล
ผลิตภัณฑ์กลุ่มผลัดผิวทำให้ผิวบางลงและไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น ซึ่งไม่เหมาะในช่วงที่ผิวกำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดดึงหน้า อาจทำให้ผิวแดง แสบ หรืออักเสบได้ง่าย ควรหยุดใช้ชั่วคราวจนกว่าแพทย์จะประเมินว่าผิวแข็งแรงเพียงพอ
การดูแลหลังดึงหน้าให้ฟื้นตัวเร็วและปลอดภัย
นอกจากพฤติกรรมที่ต้องหลีกเลี่ยงแล้ว การดูแลตัวเองให้ถูกต้อง เช่น นอนหนุนหมอนสูง ประคบเย็นในช่วง 48 ชั่วโมงแรก และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้แผลฟื้นตัวเร็วขึ้น ลดอาการบวมช้ำ และทำให้ผลลัพธ์หลังดึงหน้าเข้าที่ได้ไวขึ้น การทำความเข้าใจข้อห้ามหลังดึงหน้าและปฏิบัติตามอย่างมีวินัย จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้คุณผ่านช่วงพักฟื้นได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น
สรุป ข้อห้ามหลังดึงหน้า
การปฏิบัติตามข้อห้ามหลังดึงหน้าอย่างเคร่งครัดไม่ใช่เพียงคำแนะนำทั่วไป แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จของการผ่าตัด การใส่ใจตั้งแต่การดูแลแผล ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ในช่วงพักฟื้น คือการลงทุนเพื่อปกป้องผลลัพธ์ที่สวยงามและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น การทำความเข้าใจทุกข้อห้ามและปฏิบัติตามอย่างมีวินัย จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ APEX Surgery Hospital : โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ สาขาเพลินจิต









