เสริมหน้าอกกี่วันหายบวม เช็กอาการแต่ละช่วงเวลา

เสริมหน้าอกกี่วันหายบวม
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

หลายคนที่ตัดสินใจเสริมหน้าอกมักมีคำถามแรกเสมอว่า “เสริมหน้าอกกี่วันถึงจะหายบวม?” เพราะอาการบวมถือเป็นเรื่องปกติหลังผ่าตัด แต่ระยะเวลาที่บวมมาก บวมน้อย และจะเข้าที่เมื่อไหร่ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน Apex Surgery จะสรุประยะเวลาบวมหลังเสริมหน้าอกแบบเข้าใจง่าย พร้อมไทม์ไลน์ว่าตั้งแต่วันแรกจนถึงหน้าอกเข้ารูปจริง ๆ ต้องใช้เวลาประมาณเท่าไหร่กันแน่

อาการบวมหลังเสริมหน้าอก เกิดขึ้นได้อย่างไร

อาการบวมหลังเสริมหน้าอกเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ มีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

  • การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ : ในระหว่างการผ่าตัดเพื่อสร้างช่องว่างสำหรับใส่ซิลิโคน เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกจะได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดการอักเสบและมีของเหลวอย่างน้ำเหลืองและเลือดคั่งสะสมในบริเวณที่ผ่าตัด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการบวม
  • ภาวะเลือดคั่ง (Hematoma) : บางครั้งอาจมีเลือดออกมากในระหว่างหรือหลังการผ่าตัด ซึ่งเลือดจะไปสะสมอยู่ในโพรงหน้าอก ทำให้หน้าอกมีอาการบวมและเขียวช้ำอย่างรุนแรง
  • ภาวะน้ำเหลืองคั่ง (Seroma) : เป็นการสะสมของน้ำเหลืองใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดและทำให้เกิดอาการบวม
  • การอักเสบ : ร่างกายจะตอบสนองต่อซิลิโคนที่ใส่เข้าไปว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมานแผลและทำให้เกิดอาการบวมได้

เสริมหน้าอกกี่วันหายบวม ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

ระยะเวลาที่อาการบวมหลังเสริมหน้าอกจะหายไปนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว แต่มีหลายปัจจัยที่ส่งผลร่วมกัน ดังนี้

  • ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ : ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถผ่าตัดได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทำให้ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดอาการบวมหลังผ่าตัดได้
  • เทคนิคการผ่าตัด : การวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ อาจมีอาการบวมและฟื้นตัวช้ากว่าการวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ เนื่องจากมีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่มากกว่า
  • ขนาดแผล : การผ่าตัดแบบส่องกล้อง หรือการผ่าตัดที่มีขนาดแผลเล็ก อาจช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและลดอาการบวมลงได้
  • ขนาดของซิลิโคน : การใส่ซิลิโคนที่ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดร่างกาย จะทำให้เกิดการยืดขยายของเนื้อเยื่อและผิวหนังมาก ซึ่งจะเพิ่มอาการบวมและทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้น
  • ชนิดของซิลิโคน : ซิลิโคนผิวเรียบ อาจทำให้เกิดอาการบวมน้อยกว่าซิลิโคนผิวทราย แต่ปัจจุบันซิลิโคนผิวทรายได้รับการพัฒนาให้มีผิวสัมผัสที่ละเอียดขึ้น ทำให้มีผลต่ออาการบวมน้อยลง
  • ร่างกายของแต่ละบุคคล : สภาพร่างกายและสุขภาพโดยรวมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนอื่น
  • การเกิดภาวะแทรกซ้อน : หากเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดคั่ง หรือน้ำเหลืองคั่ง จะส่งผลให้อาการบวมมีมากและหายช้าลง
  • การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ : การปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การสวมสปอร์ตบราอย่างสม่ำเสมอ การประคบเย็น และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงแขน จะช่วยลดอาการบวมและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • การพักผ่อนที่เพียงพอ : การนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น ในทางกลับกัน หากพักผ่อนไม่เพียงพอหรือไม่ดูแลตัวเองให้ดี อาจทำให้อาการบวมคงอยู่นานขึ้น

ระยะเวลาพักฟื้นอาการบวมหลังเสริมหน้าอก

ระยะเวลาพักฟื้นอาการบวมหลังเสริมหน้าอก

การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะแบ่งออกเป็นช่วงๆ ซึ่งอาการและการดูแลตัวเองจะแตกต่างกันไปในแต่ละระยะ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

  • 1-3 วันแรก : เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัด อาการเจ็บปวดและบวมจะมากที่สุด คุณจะรู้สึกตึงและไม่สบายตัวบริเวณหน้าอก อาจมีรอยช้ำให้เห็นได้ ควรพักผ่อนให้มากที่สุดและควรนอนในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนหรือใช้หมอนรองหลังเพื่อยกตัวให้สูงขึ้น
  • 1-2 สัปดาห์ : อาการบวมและปวดจะค่อยๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หน้าอกจะเริ่มนิ่มขึ้น และคุณจะเริ่มเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น สามารถกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ในชีวิตประจำวันได้ ช่วงนี้ยังคงต้องหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกาย
  • 1-3 เดือน : อาการบวมและรอยช้ำส่วนใหญ่จะหายไป หน้าอกเริ่มนิ่มและแลดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สามารถกลับมาออกกำลังกายเบาๆ ได้ เช่น การเดิน หรือการปั่นจักรยานอยู่กับที่ แต่ยังคงต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักและกระทบกระเทือนหน้าอกโดยตรง
  • 3-6 เดือน : หน้าอกจะนิ่มลงเรื่อยๆ และเริ่มเข้าที่อย่างเต็มที่ เนื้อเยื่อรอบๆ ซิลิโคนจะนิ่มและยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น สามารถออกกำลังกายและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • 6 เดือนขึ้นไป : รูปทรงของหน้าอกจะเข้ารูปและแลดูเป็นธรรมชาติ ซิลิโคนจะนิ่มและกลืนไปกับร่างกาย แผลผ่าตัดจะจางลงตามลำดับ หากดูแลถูกวิธีแทบจะมองไม่เห็น

วิธีดูแลตัวเองให้การเสริมหน้าอกหายบวมเร็วขึ้น

วิธีดูแลตัวเองเพื่อทำให้การเสริมหน้าอกหายบวมเร็วขึ้น

การฟื้นตัวหลังการเสริมหน้าอกให้เป็นไปอย่างราบรื่นและลดอาการบวมให้เร็วขึ้นนั้น สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งจะช่วยตอบข้อสงสัยที่ว่าเสริมหน้าอกกี่วันหายบวมได้ ดังนี้

  • ประคบเย็น : ช่วง 1-3 วันแรกควรประคบเย็นบริเวณหน้าอกอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ ความเย็นจะช่วยลดอาการบวม ลดการเกิดเลือดคั่ง และบรรเทาความเจ็บปวดได้
  • ประคบอุ่น : หลัง 3 วันเมื่ออาการบวมเริ่มลดลง ให้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่น เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นและช่วยสลายลิ่มเลือดที่อาจคั่งอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยลดอาการบวมช้ำได้
  • นอนพักในท่าที่เหมาะสม : ในช่วงแรกควรงดการนอนคว่ำโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดแรงกดทับบริเวณหน้าอกและเพิ่มอาการบวม ควรนอนหงายในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน โดยใช้หมอนรองหลังหรือปรับเตียงให้ศีรษะสูงขึ้น การทำเช่นนี้จะช่วยให้ของเหลวในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้นและลดอาการบวมได้
  • ใส่ซัพพอร์ตบราอย่างสม่ำเสมอ : การใส่ซัพพอร์ตบราช่วยประคองทรงหน้าอก ลดการเคลื่อนไหวของซิลิโคน และทำให้แผลสมานได้เร็วขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวและช่วยให้อาการบวมหายเร็ว จึงเป็นคำตอบของหลายคนที่สงสัยว่าเสริมหน้าอกกี่วันหายบวม
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เลือกอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซี และโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด แอลกอฮอล์ และบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้การบวมอยู่นานขึ้น
  • งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรง : ในช่วง 1-3 เดือนแรก ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายที่ใช้แรงแขนและกล้ามเนื้อหน้าอก รวมถึงการออกกำลังกายที่หนักและมีการกระทบกระเทือน เพราะจะทำให้เกิดแรงดันภายในช่องอกและทำให้แผลหายช้า
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ : ทุกคนที่สงสัยว่าเสริมหน้าอกกี่วันหายบวม ควรตระหนักว่าคำแนะนำจากศัลยแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำความสะอาดแผล การรับประทานยา หรือการนัดตรวจตามกำหนด จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

สัญญาณเตือนที่ควรรีบปรึกษาแพทย์

เช็คลิสต์ สัญญาณเตือนที่ควรรีบปรึกษาแพทย์

การฟื้นตัวหลังการเสริมหน้าอกอาจใช้เวลาพอสมควร และอาการบวมหรือเจ็บเล็กน้อยถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพราะเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษา ดังนี้

  • บวมแดงผิดปกติ : หากอาการบวมไม่ลดลงตามเวลา หรือกลับบวมมากขึ้นจนผิดสังเกต อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • มีของเหลวซึมออกจากแผล : ไม่ว่าจะเป็นเลือดหนองหรือของเหลวที่มีกลิ่นผิดปกติ ต้องรีบให้แพทย์ตรวจทันที
  • เจ็บปวดมากผิดปกติ : แม้ทานยาตามแพทย์สั่งแล้ว ความเจ็บปวดที่รุนแรงและไม่ดีขึ้น อาจบ่งบอกถึงปัญหาภายในช่องอกหรือซิลิโคนเคลื่อน
  • มีไข้สูง : การมีไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในร่างกาย
  • รู้สึกชา หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม : อาการชาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือความรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มที่หน้าอกอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท
  • หน้าอกแข็งหรือผิดรูป : หากหน้าอกแข็งผิดปกติ ไม่ยืดหยุ่น หรือมีรูปร่างที่ผิดปกติไปจากเดิม

สรุป เสริมหน้าอกกี่วันหายบวม

อาการบวมหลังเสริมหน้าอกเป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปจะเริ่มยุบลงชัดเจนภายใน 2–4 สัปดาห์ และหน้าอกจะค่อย ๆ เข้าที่ในช่วง 1–3 เดือน ส่วนผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติเต็มที่มักใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ระยะเวลาที่บวมนานหรือสั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคผ่าตัด ขนาดซิลิโคน สรีระของแต่ละคน และการฟื้นตัวของร่างกาย หากพบอาการผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้น เจ็บรุนแรง แดงร้อน หรือรูปทรงผิดไปจากเดิม ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาในการทำโปรแกรมเสริมหน้าอก หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่

ช่องทางการติดต่อ

 

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัท ฯ กำหนด
ใช้บริการได้ที่ APEX Surgery Hospital : โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเอเพ็กซ์ สาขาเพลินจิต

แชร์บทความ :
โปรโมชั่นสุดพิเศษ
หมวดหมู่
สาระจากบริการ
บทความล่าสุด
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
หน้าโทรมแก้ยังไง
บทความน่ารู้

หน้าโทรมแก้ได้ รวมวิธีฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูสดใส

หน้าโทรม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทำงานยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำ ดูอ่อนล้า ขอบตาดำ หรือผิวขาดความสดใส ซึ่งมักเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ

อ่านต่อ »
15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก
บทความน่ารู้

15 ข้อที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณและลดความเสี่ยง

การปรับรูปทรงจมูกเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกซี่โครง คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อควรรู้อะไรบ้าง

การเสริมจมูกกระดูกซี่โครง เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกซับซ้อน หรือไม่สามารถใช้ซิลิโคนได้

อ่านต่อ »
เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร
บทความน่ารู้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู คืออะไร เหมาะกับใคร ดั้งพุ่งได้แค่ไหน

การเสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู เป็นเทคนิคศัลยกรรมจมูกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเองมาช่วยปรับแต่งปลายจมูก

อ่านต่อ »