Feugiat nulla facilisis at vero eros et curt accumsan et iusto odio dignissim qui blandit praesent luptatum zzril.
+ (123) 1800-453-1546

Related Posts

ความรู้

Home  /  ความรู้ (Page 4)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุค กี่สมัย ความรักสวยรักงามของผู้หญิงไม่ได้เปลี่ยนไปเลย พยายามสรรหาวิธีการต่างๆ เพื่อมาฟื้นฟู รักษา และคงสภาพความอ่อนเยาว์ไว้ให้นานที่สุด ตั้งแต่การหาสมุนไพรสูตรลับเพื่อความงาม จนมาถึงนวัตกรรมเลเซอร์สุดล้ำ ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่ได้รับความกังวลให้หมดไป เรามาดูกันว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นกังวลส่วนไหนบนใบหน้ากันบ้าง อันดับ 1 ปัญหาร่องแก้ม 40% ปัญหาร่องแก้ม นับว่าเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ ส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะร่องแก้มเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความมีอายุ ยิ่งลึกมาก ยาวมากเท่าไหร่ แสดงให้เห็นถึงความมีอายุมากขึ้นเท่านั้น ส่วนกรณีคนที่ยังมีอายุน้อย หากเกิดมีริ้วรอยร่องแก้มที่ชัดเจน แม้ไม่ได้มีการยิ้ม พูด หรือหาว นั่นคือปัญหาใหญ่ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังดูแก่กว่าวัยนั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยร่องแก้ม อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การดูแลผิวพรรณไม่ดีเท่าที่ควรจนผิวเสียความยืดหยุ่น การยิ้ม หรือหัวเราะมากไป จนเกิดเป็นริ้วรอยสะสมตัวแบบถาวร อันดับ 2 ปัญหากรอบหน้า

1. เมื่อยล้า (Fatigue) ร่างกายที่ต้องทำงานหนักเพื่อกำจัดสารพิษต่างๆ ในร่างกาย ทำให้การนอนหลับ 8 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นอาจไม่เพียงพอ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอ่อนเพลียและรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งวัน 2.น้ำหนักขึ้น (Weight gain) หากร่างกายของคุณไม่สามารถกำจัดสารพิษได้อย่างถูกวิธี มันจะเกิดอาการท้องอืด แน่นท้องและน้ำหนักขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะพยายามลดน้ำหนักอย่างหนักและรับประทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำก็ตาม แต่น้ำหนักของคุณจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง 3.ผิวซีดเซียวและเป็นสิว (Pale skin and acne) ใบหน้าของคุณเป็นตัวบ่งบอกได้ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพ ถ้าหากใบหน้าของคุณดูซีด ผิวมันและมีจุดด่างดำ อาจเป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายของคุณมีสารพิษมากเกินไป 4.ระบบย่อยมีปัญหา คุณอาจประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องเสีย หรือมีกรดในปริมาณที่มากเกินไปโดยที่ไม่รู้สาเหตุ ซึ่งอาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่ของคุณเกิดการอุดตัน เนื่องจากขาด Fiber หรืออาจเป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของแบคทีเรียต่างๆ ในลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เกิดการผลิตก๊าซเกินปริมาณทำให้มีอาการท้องอืดตามมา 5.สมาธิต่ำ (Poor concentration) การควบคุมอาหารอย่างผิดวิธี ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ มีอาการใจลอย และขาดสมาธิ 6.กลิ่นตัว และกลิ่นปากแรง ถึงแม้ว่าคุณรักษาสุขภาพ อนามัยที่ดีอย่างไร

ช่องคลอดแห้ง ปัญหาจุดซ้อนเร้นของคุณผู้หญิงที่พบได้ในทุกวัย ซึ่งนอกจากทำให้เกิดอาการคันหรือรู้สึกไม่สบายตัวแล้ว คุณผู้หญิงทราบหรือไม่ว่าภาวะดังกล่าวนั้นอาจส่งผลในระยะยาวได้หายไม่ทำการรักษาอย่างจริงจัง หรือรักษาอย่างผิดวิธี และนี่คือ 3 ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากช่องคลอดแห้งที่คุณผู้หญิงควรรู้ และควรระมัดระวัง 1. แผลหรือผื่นภายในช่องคลอด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาการแห้งของช่องคลอดจะทำให้เกิดแผลหรือผื่นขึ้นภายในช่องคลอด และอาจนำมาสู่การติดเชื้อราในช่องคลอด หรือเชื้อแบคทีเรียได้ในที่สุด 2. ช่องคลอดอักเสบ ภาวะช่องคลอดแห้งจะทำให้ช่องคลอดเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งหากเกิดการติดเชื้อขึ้น จะทำให้เกิดการอักเสบจนทำให้การรักษาช่องคลอดแห้งยิ่งรักษายากขึ้นมากกว่าเดิม 3. ความสุขทางเพศลดลง ความชุ่มชื้นภายในช่องคลอดที่ลดลงส่งผลต่อความสุขทางเพศได้อย่างชัดเจน เพราะเมื่อภายในช่องคลอดไม่มีสารหล่อลื่น จะทำให้ผู้หญิงรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ จนทำให้ความสุขทางเพศของทั้งสองฝ่ายลดลง และหากปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ได้อีกด้วย   ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหากคุณผู้หญิงสงสัยว่าตัวเองอาจมีอาการของช่องคลอดแห้ง ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการหาวิธีรักษาที่เหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันนอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว ยังมีวิธีการแก้ปัญหาช่องคลอดแห้ง ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะช่วยกระตุ้นให้ช่องคลอดเกิดการสร้างสารหล่อลื่นออกมามากขึ้น และยังช่วยให้อุ้งเชิงกรานกระชับ ลดปัญหาความหย่อนคล้อย หรือปัญหาปัสสาวะเล็ดลงได้ ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับผู้หญิงทุกวัย   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 062 709 6849 [email protected] ID : @APEXWOMEN หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40apexwomen

"ไขมันส่วนเกิน" ไม่ว่าใครคงไม่อยากมี เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกอัดอัดแล้ว ยังทำให้รูปร่างไม่น่ามอง โดยในปัจจุบันการกำจัดไขมันส่วนเกินมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมัน การผ่าตัด และอีกหนึ่งวิธีคือ การกำจัดไขมันด้วยความเย็นอย่าง CoolSculpting ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยใช้ความเย็นอุณหภูมิติดลบในการสลายไขมันส่วนเกินในร่างกาย และวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้ให้มากขึ้นด้วย 5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้ เคลียร์ข้อสงสัยกันให้กระจ่างด้วยคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ Q : ใครทำได้บ้าง? A : CoolSculpting เป็นวิธีการกำจัดไขมันที่เหมาะกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วน ตั้งแต่บริเวณส่วนใหญ่ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ไปจนถึงบริเวณเล็กๆ อย่าง ไขมันใต้คาง โดยในการทำเซลล์ไขมัน 20-30% จะใช้ด้วยความเย็นอุณหภูมิติดลบ 11°C เป็นเวลา 35 นาที ทำให้เซลล์ไขมันที่ไม่ชอบความเย็นจัดจะค่อยๆ ถูกทำลาย และถูกกำจัดจากร่างกายผ่านระบบขับถ่าย ซึ่งจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนหลังจากทำ 2-3 เดือน ทั้งนี้การกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้จะไม่ทำให้เกิดแผลและไม่ต้องพักฟื้น

สำหรับผู้หญิงแล้ว การมีผิวสวยกระจ่างใส เส้นผมที่เงางาม และเล็บสุขภาพดี ยังคงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ จึงทำให้สาวๆ หลายคนมักค้นหาวิธีในการดูแลสุขภาพผิว ผมและเล็บด้วยการทำทรีตเมนต์ต่างๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า อาการต่างๆ ที่แสดงออกมาทางผิวหนัง เล็บ และเส้นผมนั้นอาจเป็นสัญญาณบางอย่างที่ร่างกายกำลังบอกคุณสาวๆ อยู่ก็เป็นได้ ผิวหนัง หลายคนคิดว่าการที่ผิวแห้งอาจเกิดขึ้นจากการดื่มน้ำที่ไม่เพียงพอ หรือการอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานๆ แต่จริงแล้วอีกสาเหตุหนึ่งที่คนมักมองข้ามคือ การเสียสมดุลของฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกาย เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ ซึ่งการเสียสมดุลนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผิวแห้ง แต่ยังอาจทำให้เกิดสิวได้อีกด้วย นอกจากนี้จุดด่างดำและริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย อาจเป็นสัญญาณของการที่ร่างกายมีสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งสารดังกล่าวสามารถได้รับจากทั้งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองและจากปัจจัยภายนอก ผม ผมแตกปลาย อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือ การได้รับวิตามินซีที่ไม่เพียงพอ หรือเกิดจากการเสียสมดุลของฮอร์โมนไทรอยด์ ขณะที่อาการผมร่วงยังอาจมีความสัมพันธ์กับการขาดวิตามินดีของร่างกายได้อีกด้วย เล็บ สาวๆ ที่มีเล็บบางเปราะ หรือไม่แข็งแรง อาจเกิดขึ้นจากการที่รับประทานอาหารจำพวกโปรตีนไม่เพียงพอ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารได้ ขณะที่การฉีกขาดของเล็บนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะขาดกรดไขมันที่จำเป็นบางชนิดได้อีกด้วย   คุณผู้หญิงจะเห็นได้ว่า นอกจากการรับทรีตเมนต์ภายนอกแล้ว การดูแลร่างกายจากภายในก็มีความสำคัญเช่นกัน ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีจึงได้เวลาแล้วที่สาวๆ จะเริ่มต้นดูแลสุขภาพให้มากขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง

ปัจจุบันผู้คนยุคใหม่หันมาใส่ใจดูแลตัวเองกันมากขึ้น แต่ด้วยเวลาหรือข้อจำกัดต่างๆ แค่การบำรุงผิวอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ซึ่งในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยกระชับใบหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งแบบที่จำเป็นต้องผ่านการผ่าตัด และแบบที่ไม่จำเป็น ซึ่ง Thermage เป็นอีกหนึ่งวิธีที่กำลังเป็นที่สนใจในปัจจุบัน เพราะสามารถย้อนคืนผิวสวยของคุณได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด สำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังสนใจเกี่ยวกับโปรแกรมเทอร์มาจ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ไปพร้อมๆ กัน Thermage (เทอร์มาจ) คืออะไร? Thermage คือ การนำเอาเทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุ (Radio frequency) ปล่อยลงไปใต้ผิวชั้นใน ความร้อนจะไปกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินที่ยึดเกาะกันอยู่ใต้ชั้นผิวให้กระชับเข้าหากัน ส่งผลให้ผิวชั้นนอกกระชับตึงตามไปด้วย อีกทั้ง Thermage ยังช่วยปรับโครงสร้างระดับลึกของผิวให้แข็งแรงมากขึ้น ความร้อนจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับอย่างต่อเนื่องและส่งผลในระยะยาว Thermage แก้ปัญหาใดในร่างกายได้บ้าง? ปรับยกกระชับรูปหน้า ริ้วรอยรอบดวงตา ริ้วรอยหน้าผาก และตีนกา ริ้วรอยบริเวณริมฝีปาก และร่องแก้ม ผิวหนังบริเวณแขนขา และหน้าท้องที่หย่อนคล้อย ผลลัพธ์เป็นอย่างไร? ยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยให้กลับมากระชับเต่งตึง ลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ตรงจุด ผิวดูอวบอิ่ม

ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ล้วนเป็นปัญหาที่น่าหนักใจสำหรับผู้หญิงทุกวัย เพราะทำให้ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือทำอะไรต้องชะงักกลางคันเพื่อวิ่งหาห้องน้ำอยู่บ่อยๆ พาลทำให้เสียการเสียงาน แถมยังทำให้เสียความมั่นใจในแบบฉบับของผู้หญิงอีกด้วย ซึ่งขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะอาการปัสสาวะบ่อยนั้นอาจเป็นสัญญาณที่เตือนให้ผู้หญิงกลับมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น ดังนั้นสาวๆ จึงไม่ควรละเลยปัญหานี้แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตามที ปัสสาวะบ่อยเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา หรือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นอกจากนี้อาการดังกล่าวยังอาจเกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับอวัยวะบริเวณเชิงกรานจนประสิทธิภาพการทำงานลดลง รวมทั้งการกลั้นปัสสาวะที่อาจกลั้นไม่ได้นานเหมือนปกติ และเป็นสาเหตุของการปัสสาวะบ่อยนั่นเอง อย่างไรก็ตามปัญหานี้สามารถรักษาให้หายได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นออกกำลังกายกระชับอุ้งเชิงกราน หรือการผ่าตัดรีแพร์ รวมทั้งเทคโนโลยีที่สามารถช่วยฟื้นความกระชับให้กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานและช่องคลอดให้อีกทางหนึ่งได้แก่ Vaginal Lift ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น ทำให้ผู้หญิงที่ปัญหาปัสสาวะบ่อย หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่จากปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเสื่อมกลับมามีความมั่นใจได้อีกครั้ง ไม่ต้องวิ่งหาห้องน้ำบ่อยๆ อีกต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 062 709 6849 LINE ID : @APEXWOMEN หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40apexwomen

  "เส้นขน" ไม่ว่าขึ้นที่บริเวณใดของร่างกาย อาจทำให้คุณรู้สึกรำคาญใจจนต้องเสาะหาวิธีในการกำจัดขน แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็เหมือนว่าขนจะกลับมายาวเร็วเสียเหลือเกิน แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้หากรู้เคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองเหล่านี้ ลองมาดูกันสิว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถชะลอการยาวของเส้นขนได้ 1. ผ่อนคลายลงเสียบ้าง ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นขนของคนยาวไวขึ้นได้ เนื่องจากฮอร์โมนที่มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของเส้นขนอย่างแอนโดรเจน และฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเครียด ยิ่งเครียดมากขึ้น ขนยิ่งยาวไวขึ้น ดังนั้นถ้าหากผ่อนคลายความเครียดลงจะช่วยขนยาวช้าลงได้ 2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอาหารเสริมเหมาะสม การรับประทานอาหารที่ดีและเหมาะสมจะช่วยชะลอการยาวของเส้นขนได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เนื่องจากอาหารที่มีน้ำตาลสูงจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผกผันจนเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งมีการศึกษาว่าภาวะดังกล่าวจะทำให้ขนนิ่งเยอะขึ้น ดังนั้นจึงควรลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีและเลือกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ รวมทั้งรับประทานอาหารหรืออาหารเสริมที่มีวิตามินดี จะช่วยให้ขนยาวช้าลง 3. เลเซอร์ขน หากทำตามเคล็ดลับข้างต้นแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ การทำเลเซอร์กำจัดขนอาจเป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยชะลอการยาวของเส้นขนได้ โดยในการทำเลเซอร์ขน คลื่นความร้อนจะลงไปทำลายรากขนให้ฝ่อตัวลง ซึ่งถ้าหากทำครบคอร์สจะยิ่งช่วยให้ขนขึ้นช้า หรือไม่ขึ้นเลยเป็นเวลานาน ช่วยให้ปัญหาเส้นขนลดลงได้อย่างน่าพึงพอใจ

Vaginal Lift หรือ การกระชับช่องคลอด และตกแต่งน้องสาวด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่กำลังได้รับความสนใจจากคุณผู้หญิงอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นวิธีการในการคืนความกระชับและช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากความหย่อนคล้อยของอุ้งเชิงกราน แต่ยังมีความกังวลบางอย่างที่ทำให้คุณสาวๆ รู้สึกข้องใจเกี่ยวกับการทำ Vaginal Lift อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคำถามที่ว่าการทำ Vaginal นั้นเจ็บหรือไม่ และเจ็บมากแค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบมาตอบให้คุณสาวๆ ได้ทราบกัน ในการทำ Vaginal Lift ขณะที่ทำคุณผู้หญิงอาจรู้สึกเจ็บ หรือมีความรู้สึกร้อนเล็กน้อยบริเวณช่องคลอดได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประสาทสัมผัสของแต่ละคน โดยอาการเจ็บจะมีเพียงเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ แล้วจะหายไป ทั้งนี้หลังจากการทำ Vaginal Lift ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่างใด ช่วยให้คุณสาวๆ รู้สึกมั่นใจได้อีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 062 709 6849 LINE ID : @APEXWOMEN หรือคลิก HTTP://LINE.ME/TI/P/%40APEXWOMEN

เลเซอร์ขน สิ่งที่สำคัญนอกจากเหนือจากการเตรียมตัวก่อนทำแล้ว การดูแลตัวเองหลังการทำก็เป็นสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน เนื่องจากหลังจากทำเลเซอร์ ผิวหนังบริเวณที่ทำจะบอบบางลงชั่วคราว หากดูแลไม่ดีอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการระคายเคือง การอักเสบ หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ และนี่คือ 5 สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำหลังจากเลเซอร์ขนที่คุณความทราบ เพื่อผิวที่เรียบเนียนและพร้อมสำหรับการทำเลเซอร์ขนในครั้งต่อๆ ไป 5 DO หลังทำ เลเซอร์ขน 1.ทาครีมกันแดดทุกวัน หลังจากทำเลเซอร์ขน ผิวหนังบริเวณที่ทำจะบอบบางลงชั่วคราว ทำให้เสี่ยงต่อการไหม้แดด หรือเกิดเป็นรอยด่างดำจากการโดนแสงแดดจัดได้ ดังนั้นแพทย์จะแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ เพื่อป้องกันผิว 2.ทาเจลว่านหางจระเข้ ในกรณีที่มีอาการบวมแดง เจลว่านหางจระเข้จะช่วยให้อาการดังกล่าวลดลง และช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่เลเซอร์ได้รับความชุ่มชื้นอีกด้วย 3.ใช้วิธีการตัด หรือโกนขนแทนการถอนหรือแว็กซ์ จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการถอนหรือการแว็กซ์ขนได้ 4.ทาครีมบำรุงบริเวณที่ทำเลเซอร์ เพื่อให้ผิวหนังได้รับความชุ่มชื้นมากขึ้น ช่วยให้ผิวหนังกลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดีหลังจากการทำเลเซอร์ขนได้อีกครั้ง 5.ขัดเบาๆ บริเวณที่ทำเลเซอร์ขณะอาบน้ำ หลังจากการทำเลเซอร์ขนอย่างน้อย 2 - 3 สัปดาห์จะเริ่มมีขนหลุดร่วงและมีการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ดังนั้นจึงควรขัดผิวเบาๆ ด้วยผ้าขนเพื่อช่วยให้ขนหลุดร่วงได้ดีขึ้น 5 DON'T หลังทำ เลเซอร์ขน 1.สัมผัสกับความร้อน